![]() Last Update : Friday 2 March, 2001 1:59 PM |
|
สรรพสัตว์พรางตัว คำแนะนำของครูแนะแนว
สัญญาวัดใจ
กัมโม่ผิงดาว
นัทและศรัทธา
ธรณ์เลือดเย็น
ที่มาของเรื่องราว
กัมโม่ผิงดาว
มืด...ยิ่งกว่ามืด
มืดบนบก...มองฟ้ายังเห็นดาว มองใต้เท้ายังเห็นดิน
มืดใต้ทะเล รอบด้าน...สี่ทิศ คือความมืดสนิทไม่เห็นอะไรเลย
สุดปลายแสงไฟฉาย กัมโม่มองเห็นพื้นทรายเลือนลาง เตะเท้าเข้าไปอีกนิด ในที่สุดเขาก็มาถึงขอบแนวปะการังในที่ลึก บริเวณนี้เป็นที่อาศัยของปะการังก้อนขนาดใหญ่ มีกัลปังหาและปะการังอ่อนเป็นหย่อม ฝูงปลาใหญ่น้อยนอนหลับตามซอกปะการัง ปลิงทะเลมุ่งมั่นกับการใช้ปากกวาดตะกอน เม่นทะเลตัวโตอวดหนามยาวขณะคืบคลานแทะสาหร่าย ดาวขนนกหลากสีกางแขนกว้างเพื่อให้ขนเล็กๆสัมผัสน้ำกรองแพลงก์ตอนกิน
งานของกัมโม่คือค้นหาสรรพสัตว์สองกลุ่ม พวกแรกอยู่นิ่งกับที่ เช่น ปะการังอ่อน กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ฯลฯ อีกพวกสามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น ดาวทะเล เม่นทะเล ปลิงทะเล ฯลฯ
เมื่อเข้าใกล้ กัมโม่ใช้อุปกรณ์อันได้แก่ตะเกียบพลาสติกหนึ่งแท่ง ค่อยๆ เขี่ยตามตัวสัตว์ใหญ่ เพื่อค้นหาสัตว์น้อยที่เข้ามาหลบซ่อน กุ้งและปูคือเป้าหมายหลัก เมื่อเจอแล้วเขาจะส่งสัญญานให้ช่างภาพปฏิบัติหน้าที่ ก่อนพิจารณาดูว่าแยกชนิดของสัตว์ตัวนี้ได้หรือไม่? ถ้าไม่ได้...กัมโม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่าง เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงการค้นพบชีวิตชนิดนี้...เป็นครั้งแรกของเมืองไทย
การทำงานในวันนี้อยู่ที่อ่าวสุเทพ หมู่เกาะสุรินทร์ มีจุดประสงค์ชัดเจนว่าจะทำการศึกษาเฉพาะสรรพสัตว์พรางตัวที่อยู่ร่วมกับสัตว์พวก Echinoderm อันได้แก่ ดาวทะเล เม่นทะเล ปลิงทะเล และดาวขนนก กัมโม่จึงไม่สนใจกับปะการังอ่อนและกัลปังหารอบกาย
นี่ไม่ใช่การทำงานครั้งแรก สามปีที่ผ่านมา ประสบการณ์สอนว่าควรทำอย่างไรบ้าง เริ่มจากการค้นหาสัตว์ที่ต้องการ ปลิงทะเลบนพื้นทราย เม่นทะเลมักอาศัยตามก้อนปะการังตาย ดาวขนนกอยู่ตามยอดปะการังก้อนและกัลปังหา
เมื่อเข้าใกล้ปลิงทะเล กัมโม่เบี่ยงไฟฉายไปทางอื่น เพื่อไม่ให้แสงรบกวนสัตว์ตัวน้อยเหล่านั้น ต่อเมื่อทุกอย่างพร้อม สมดุลย์ของร่างกายอยู่ในระดับดี ไม่ทับหรือเตะปะการังที่อยู่ใกล้ตัว ไม่กวาดตะกอนทรายขึ้นมาฟุ้งกระจายเต็มมวลน้ำ กัมโม่ถึงเริ่มส่องไฟอีกครั้ง
การสำรวจตามตัวปลิงทะเลเริ่มจากผิวด้านบน บริเวณนี้อาจมีปูตัวจิ๋วอาศัยอยู่ ขนาดเพียงแค่ปลายนิ้วก้อย สีที่กลมกลืน ทำให้ยากจะมองเห็น แต่หากเราให้เวลาและมีความสังเกตที่ดีพอ สักวันเราจะได้เห็นพวกเขา
กัมโม่เจอปูปลิงทะเลตัวแรก เขามีรูปร่างเหมือนอีกหลายตัวที่เคยเจอก่อนหน้านี้ ชั่วแต่สีที่แตกต่างออกไปตามสีของปลิง เขากวักมือเรียกช่างกล้อง ก่อนใช้ปลายตะเกียบชี้เป้าหมาย ปูปลิงทะเลมักเกาะอยู่นิ่งไม่ค่อยวิ่งหนีไปไหน จึงเป็นการถ่ายภาพที่ง่ายเมื่อเทียบกับสรรพสัตว์พรางตัวอื่นๆ
ระหว่างช่างภาพทำงาน กัมโม่ทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับปูชนิดนี้ สัตว์ส่วนใหญ่ที่อาศัยกับปลิงทะเลมีจุดประสงค์เพื่อการหลบภัย อาหารของพวกเขาคือเศษตะกอนหรือสารอินทรีย์ที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาตอนปลิงหาอาหารหรือขับถ่าย ปลิวตามกระแสน้ำมาติดกับผิวเหนียวๆ ของปลิงทะเล ปูหรือกุ้งจักรพรรดิจึงไม่ต้องพรางตัวเพื่อหาอาหาร
สำหรับการหลบภัย ศัตรูของกุ้งปูขนาดเล็กคือปลา รวมถึงกั้งตั้กแตนที่มักออกล่าเหยื่อยามราตรี แต่ปลาและกั้งไม่กินปลิงทะเล โอกาสที่พวกเขาจะมาแถวนี้จึงมีน้อยมาก ศัตรูผู้ล่าปลิงทะเลที่แท้จริงคือหอยบางชนิด เช่น หอยสังข์แตร แต่หอยเหล่านั้นอยู่ภาวะใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งยังไม่กินกุ้งปูเป็นอาหาร ในยามจวนตัวคับขัน ปูหรือกุ้งอาจหนีจากปลิงทะเลตัวหนึ่ง วิ่งไปหาที่หลบซ่อนบนปลิงทะเลตัวใหม่ แม้อาจเป็นการกระทำที่เสี่ยงตายมากระหว่างที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวตามพื้น โดยปราศจากสัตว์ใหญ่ผู้คุ้มครอง
ช่างภาพทำงานเสร็จ กัมโม่พลิกดูด้านใต้ของตัวปลิงทะเล ไม่มีกุ้งจักรพรรดิ แต่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ไม่จำเป็นว่าทุกตัวต้องมีกุ้งปูอาศัย บางครั้งกัมโม่ค้นหาปลิงทะเลหลายสิบตัวตลอดหนึ่งคืน อาจไม่เจอสรรพสัตว์พรางตัวสักหนึ่งก็เป็นได้
ไม่เจอคืนนี้...ก็เจอคืนต่อไป ไม่เจอปีนี้...ก็เจอปีหน้า
ที่ใต้น้ำคืนนั้น อากาศถูกเป่าออกมาแตกกระจาย ไล่เรียงกันเป็นทิวแถว ผุดขึ้นผิวน้ำพร่างพราย ฟองเล็กไล่ตามฟองใหญ่ เฉกเช่นเดียวกับคนและฝัน
บนดาดฟ้าเรือ เสียงเพลงแว่วมา
"คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนฟ้า...
จากรัก...จากศรัทธา...ของเรา"
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com
All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com