![]() Last Update : Tuesday 15 August, 2000 11:54 AM |
|
สรรพสัตว์พรางตัว
เรื่อง.... ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ภาพ.... ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ วินัย สวนสาลี นัท สุมนเตมีย์
ดาวเคราะห์ที่พวกเราอยู่ ปกคลุมด้วยพื้นน้ำกว้างใหญ่ มีอาณาเขตประมาณร้อยละ 70.8 ของผิวโลก ทะเลและมหาสมุทรเหล่านั้นเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายสูงสุด แต่หลังจากเวลายาวนานนับล้านปีที่มนุษย์ใช้ประโยชน์จากทะเล เรากลับเรียนรู้เรื่องโลกสีครามน้อยเหลือเกิน ทั้งที่ในความจริงทะเลคือจุดกำเนิดของสรรพชีวิต และเป็นทรัพยากรชี้กำหนดอนาคตของพวกเรา
ในเมืองไทยเรามีทะเลกว้างเกือบ 400,000 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาวกว่า 2,800 กิโลเมตร มีเกาะทั้งสิ้น 564 เกาะ ทะเลเป็นแหล่งที่มาของพลังงานมหาศาล เป็นแหล่งอาหารทั้งเพื่อการหาเช้ากินค่ำของชาวบ้าน หรืออุตสาหกรรมประมงมูลค่านับแสนล้านบาท รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญสูงสุด แต่เราอาจสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป หากไม่เร่งสร้างพื้นฐานความเข้าใจ เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
โครงการ THINK EARTH : SAVE OUR SEAS โครงการนิสสันรักษ์ทะเลไทย จึงร่วมกับภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำแยนงาน SEA-ED (SEA Educational Program) ตั้งแต่ พ.ศ.2538 โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเยาวชน สื่อมวลชนสัญจร ฯลฯ แต่ส่วนสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนให้นิสิตได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถเพื่อศึกษาเกี่ยวกับสรรพชีวิตใต้ท้องทะเล
ตลอดเวลา 4 ปีของ SEA-ED มีงานหลายเรื่อง ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์และการจัดการมากมาย เช่น ฐานข้อมูลหอยมือเสือใหญ่ที่สุดของเมืองไทย การศึกษาปะการังอ่อนและกัลปังหาเป็นครั้งแรกในไทย ฯลฯ รวมทั้งการศึกษา "สรรพสัตว์พรางตัว"
สรรพสัตว์พรางตัวในที่นี้หมายถึงสัตว์ทะเลขนาดเล็กที่อาศัยหลบซ่อนแอบพรางกับสัตว์อื่น อาจเป็นแบบชั่วคราวหรือแบบชั่วชีวิต ไม่สามารถขาดสัตว์ผู้เกื้อกูลได้
ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาหรือเกื้อกูลกันของธรรมชาติใต้ผืนน้ำที่คนทั่วไปรู้จักดีคือปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล แต่ยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น และไม่เคยทราบความสำคัญ โครงการสรรพสัตว์พรางตัวจึงกำหนดแนวทางศึกษาเป็น 2 ส่วน
- การสำรวจสัตว์ที่พรางตัวกับสัตว์อื่นซึ่งอยู่กับที่ เช่น ดอกไม้ทะเล ปะการังอ่อน กัลปังหา
- สัตว์ที่พรางตัวกับสัตว์อื่นที่เคลื่อนที่ได้ เช่น สัตว์กลุ่ม Echinoderm อันได้แก่ ดาวทะเล เม่นทะเล ปลิงทะเลและดาวขนนก
เนื่องจากสัตว์พรางตัวเหล่านี้มักออกมาหากินในเวลากลางคืน กลางวันหลบซ่อนมิดชิด การทำงานจึงต้องใช้การดำน้ำกลางคืน ระดับความลึกตั้งแต่ 2-30 เมตร โดยมีคุณปริญญา ลิมป์วิริยะกุล นิสิตปริญญาโท คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินการศึกษาระดับวิทยานิพนธ์ ภายใต้การชี้แนะของดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
การศึกษาเริ่มจาก พ.ศ. 2539 ดำเนินติดต่อมาจนถึงปัจจุบัน ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลอันดามัน ตั้งแต่หมู่เกาะสุรินทร์และหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ และบางส่วนของหมู่เกาะและกองหินใต้น้ำ จ.ตรัง รวมถึงพื้นที่บางส่วนในอ่าวไทย เช่น จ.สุราษฎร์ธานี คิดเป็นจำนวนการศึกษาใต้น้ำตอนกลางคืนมากกว่า 600 ชั่วโมง
การทำงานเริ่มด้วยทีมดำน้ำแบบ SCUBA มีนักวิจัยอย่างน้อย 2 คน ประกอบด้วยผู้ค้นหาและช่างภาพ กำหนดพื้นที่ศึกษาแตกต่างกัน เช่น หาเม่นทะเลในที่ตื้น หาดาวขนนกในที่ลึก เมื่อพบสัตว์เหล่านั้น นักวิจัยจะเข้าไปพิจารณาโดยละเอียด ใช้ไฟฉายใต้น้ำส่องก่อนใช้ตะเกียบค่อยๆ เขี่ยตามตัวสัตว์ (หากใช้นิ้วมืออาจทำร้ายสัตว์เหล่านั้น) บางครั้งอาจหาสัตว์โดยสังเกตแววตาที่สะท้อนแสงไฟฉายเป็นสีแดง โดยเฉพาะพวกกุ้ง
หลังจากเจอสัตว์พรางตัว ที่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมาก ความยาวเพียง 1-3 เซนติเมตร นักวิจัยจะพยายามแยกชนิดของสัตว์ โดยอาศัยประสบการณ์และการค้นคว้า ก่อนที่ช่างภาพจะถ่ายภาพสัตว์เก็บไว้เป็นหลักฐาน บางครั้งอาจใช้เวลานานนับชั่วโมง เนื่องจากสัตว์มีขนาดเล็กและมีพฤติกรรมหลบซ่อนอย่างยอดเยี่ยม ในระหว่างนี้นักวิจัยจะค้นหาสัตว์อื่นในบริเวณใกล้เคียง จวบจนหมดอากาศหรือหมดเวลาที่สามารถอยู่ใต้น้ำได้ (โดยทั่วไปประมาณ 45 นาที) ทีมงานค่อยกลับขึ้นมาบนเรือ พักผ่อนเพื่อเตรียมลงน้ำครั้งต่อไป
ในแต่ละคืนเราอาจลงทำงานหลายครั้งตามแผนการดำน้ำที่ให้ความปลอดภัยสูงสุด เช่น หนึ่งทุ่มดำที่ความลึก 25 เมตร สี่ทุ่มที่ 15 เมตร ตีหนึ่งที่ 10 เมตร ปริมาณและความหลากหลายของสัตว์พรางตัวยังแตกต่างกันออกไป บางครั้งอาจดำน้ำทั้งคืนโดยไม่เจอสัตว์พรางตัวแม้เพียงหนึ่งก็เป็นได้ พวกเราจึงต้องทำงานครั้งแล้วครั้งเล่า ปีแล้วปีเล่า เพื่อสะสมประสบการณ์สำหรับสายงานการศึกษาในด้านนี้ ที่เมืองไทยไม่เคยมีผู้ชำนาญการมาก่อน
ผลการศึกษาพบสัตว์พรางตัวอย่างน้อย 40 ชนิด หลายชนิดเป็นรายงานครั้งแรกของเมืองไทย (ไม่ต่ำกว่า 25 ชนิด) บางชนิดอาจเป็นรายแรกของโลก (New Species) ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในลักษณะนี้มีประโยชน์มากทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ รวมถึงสนับสนุนให้พื้นที่ศึกษาได้รับการประกาศเป็นอุทยานมรดกโลก (World Herritage Area)
เมื่อเราทราบถึงความหลากหลายสรรพสัตว์ ยังต้องเข้าใจถึงวิวัฒนาการด้านการพรางตัว เริ่มจากจุดประสงค์ของการแอบซ่อน เช่น หาอาหาร ล่าเหยื่อ ฯลฯ ตลอดจนเทคนิคในการพราง
การพรางตัวแบ่งออกเป็น 2 แบบง่ายๆ หนึ่งคือการวิวัฒนาการให้มีขนาด รูปร่าง และ/หรือสีให้กลมกลืนกับสัตว์ที่หลบซ่อนอยู่ด้วย เช่น กุ้งดาวขนนกมีขนาดเล็ก มีรูปร่างเรียวยาวมีสีกลมกลืนกับสีของดาวขนนก การพรางตัวแบบนี้เรียกว่า Mimesis
วิวัฒนาการอีกด้านหนึ่งคือการเลียนแบบ เช่น หอยเบี้ยกัลปังหา มีเนื้อเยื่อยื่นออกมาเป็นพู่คล้ายตัวกัลปังหา การพรางตัวแบบนี้เรียก Mimicry
นอกจากขนาด รูปร่าง และสี สัตว์ยังมีการปรับตัวด้านพฤติกรรม เช่น ปูดาวขนนกจะเคลื่อนที่ไปช้าๆ หรือหยุดนิ่ง กุ้งเม่นทะเลจะเกาะแน่นกับหนามเม่นทะเล ปูปลิงทะเลใช้ก้ามหนีบเพื่อเกาะยึดกับผิวของปลิงทะเล วิธีการแบบนี้ช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกับสัตว์อื่นได้ อีกทั้งยังช่วยให้ศัตรูหาพวกเขาพบได้ยากขึ้น
สัตว์แต่ละชนิดมีรูปแบบการพรางตัวแตกต่างกัน บางชนิดใช้วิวัฒนาการทุกด้าน เช่น หอยเบี้ยกัลปังหา บางชนิดใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น กุ้งดีดขันดาวขนนก
ดังที่กล่าวทั้งหมด คุณผู้อ่านอาจสงสัยว่าสัตว์พรางตัวมีประโยชน์อย่างไร? จริงอยู่เรากินพวกเขาไม่ได้ ส่งออกไปต่างประเทศก็ไม่ได้ แต่พวกเขาคือพื้นฐานของแนวปะการัง ระบบนิเวศที่หลากหลายที่สุดในโลก ความสัมพันธ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาสลับซับซ้อนถึงขีดสุด ใช้วิวัฒนาการหลายล้านปีเพื่อการคงอยู่รอดของสายพันธุ์ จนเป็นที่มาของทะเลไทย....ทะเลที่สวยที่สุดในโลก
ปัจจุบันกิจกรรมดำน้ำทำรายได้ให้เมืองไทยปีละหลายหมื่นล้านบาท พ.ศ.2543 มีนักดำน้ำต่างชาติเข้ามาในเมืองไทยมากกว่า 300,000 คน พวกเขาเหล่านี้เดินทางข้ามโลกมาเพื่อชื่นชมทะเลไทย เพื่อเห็นสัตว์ที่ไม่เคยเห็น เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยรู้จัก คนไทยจึงจำเป็นต้องทราบถึงชีวิตเหล่านี้ หากเราคิดเก็บทะเลของเราไว้ใช้ประโยชน์ชั่วลูกหลาน
แต่หากเราหวังเพียงภาครัฐสนับสนุนการศึกษาประเภทนี้ คงต้องใช้เวลาอีกนานแสนนาน เพราะความจำกัดในด้านปัจจัยต่างๆ สรรพสัตว์พรางตัวจึงเป็นสรรพสัตว์ที่คนไทยไม่เคยรู้จักมาจนถึง ณ เวลานี้
โครงการ THINK EARTH : SAVE OUR SEAS และโครงการนิสสันรักษ์ทะเลไทยเห็นความสำคัญ เชื่อมั่นในความพยายามของเยาวชนและนักวิทยาศาสตร์ไทย หากพวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เราจึงช่วยเหลือด้านงบประมาณ แต่ไม่เร่งรัดด้านเวลา ไม่มุ่งเน้นผลที่เป็นรูปธรรม เพราะทราบดีว่าการเปิดงานศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติรูปแบบใหม่ที่ปราศจากผู้เชี่ยวชาญ ต้องใช้อะไรมากเหลือเกิน
กระดาษเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์เพียงสองสามแผ่น อาจมีเบื้องหลังเป็นเงินหลายแสนหรือนับล้านบาท เหนือไปกว่านั้น....อาจซ่อนหยาดเหงื่อและน้ำตาแห่งความพยายามของหลายต่อหลายคนในหลายต่อหลายปี
แม้กระทั่งเวลาที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตรกลางทะเล รอบหมู่เกาะที่มืดสนิท มีเพียงแสงดาวระยิบยับอยู่ทั่วฟ้า บนผิวน้ำในแนวปะการัง ฟองอากาศผุดขึ้นพร่างพราย ลึกลงไปข้างใต้หลาบสิบเมตร เยาวชนของพวกเรากำลังทำงาน
งานของเขาคือส่วนหนึ่งของการต่อสู้โดยคนไทยทั้งชาติ เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเมืองไทยมี "ของดี" และคนไทย "มีดี" พอจะรู้จักและรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ได้
Copyright
© 1999-2000 SeaPapa. All right reserved.
comment to webmaster@seapapa.com