www.talaythai.com
Last Update : Thursday 19 July, 2001 11:15 AM

น้ำตกชาติตระการ

         สวัสดีครับ คุณผู้อ่านอันเป็นที่รักยิ่งของผม พฤหัสฯนี้เรากลับมาเที่ยวเมืองไทยเหมือนเดิม ที่จริงแล้วเมื่อวันที่23มิถุนายน เดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวงานผีตาโขน กลับมาว่าจะเขียนเล่าให้คุณผู้อ่านฟัง แต่ตอนนั้นยังติดพันกับเรื่องไปที่นิวซีแลนด์อยู่ บก.พิเศษของผมกลัวว่าเรื่องจะไม่ปะติดปะต่อกันเลยของดไว้ก่อน

         ถึงตอนนี้ ผมจะกลับมาเล่ามันก็ไม่อัพเดทแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องเล่าของงานนี้มีน้อย เพราะวันที่ผมไป เขาไม่มีขบวนแห่ มีแต่พวกผีต่างๆออกมาเต้นตามเพลงอยู่ตรงหน้าเวทีที่จัดงาน คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่หลงมาวันนี้ ยังไงก็ตาม ถึงงานผีตาโขนจะไม่มีอะไรมาเล่า แต่ระหว่างเดินทางมีเรื่องให้เล่ามากกว่า

         งานนี้บก.ของผมแกอยากไปเป็นพิเศษ (หมู่นี้ชักใจแตก) ตั้งใจว่าจะไปงานผีตาโขน แต่ก็หาเส้นทางที่ผ่านจุดท่องเที่ยวให้มากที่สุด หยิบแผนที่มาดูเส้นทางที่จะไปอำเภอด่านซ้าย เส้นทางที่ใกล้ที่สุด ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯตรงไปสระบุรี ต่อไปถึงเพชรบูรณ์ ตรงไปอีกผ่านหล่มสัก หล่มเก่าก็จะถึงด่านซ้าย เส้นทางนี้เราใช้บ่อยรู้ดีว่า ระหว่างทางมีที่เที่ยวที่เราเคยไปกันมาแล้วหลายครั้ง ค่อนข้างน่าเบื่อ

         อีกเส้นทางอ้อมหน่อย ต้องไปทางพิษณุโลก ตัดตรงไปทางอำเภอนครไทย เส้นทางนี้มีน้ำตกชาติตระการ น้ำตกนี้ผมยังไม่เคยไปเที่ยว มีแต่เฉียดไปเฉียดมาอยู่หลายครั้ง เลยตกลงเอาเส้นทางนี้

         เราใช้เส้นทางสายเอเชียหรือทางขึ้นไปภาคเหนือ ตรงไปจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนเข้าตัวจังหวัด เรามีเป้าหมายจะแวะกินที่ร้าน "จ่าหมูจุ่ม" เพราะยังติดใจรสชาดฝีมือหมักหมูของคุณจ่า ร้านจ่าหมูจุ่มมี3สาขา ถ้าจะไปกินสาขา1ต้องแยกขวาไปทางท่าตะโก ถนนสายนี้ไปบึงบอระเพ็ดได้ อีก 2 สาขาอยู่ริมถนนสายเอเชีย ฝั่งขวามือก่อนถึงนครสวรรค์

         พอถึงร้านเราก็จอดรถ เดินเข้าไปจัดแจงสั่งอาหาร ที่นี่เล่นไม่ยากเพราะมีเมนูมาให้เราติ๊กๆๆว่าอยากกินอะไร? ผมเลยสั่งหมูพิเศษหนึ่งชุด หมูธรรมดาอีกหนึ่งชุด ตามด้วยปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม

         วิธีการกินหมูจุ่มก็เหมือนอะไรจุ่มทั่วไปๆ ที่แตกต่างคือการหมักหมู น้ำซุป และน้ำจิ้ม ร้านนี้เค้าอร่อยอย่างมีคุณค่าน่ารับประทานมาก อีกทั้งราคาก็ไม่แพง สำหรับปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบ ใครที่เคยชอบปลาทราย อาจต้องเปลี่ยนใจมาหลงใหลในปลาเนื้ออ่อน เพราะอร่อยกว่าปลาทราย เนื้อกรอบ ไม่มีก้างสันกลางให้ระคายเหงือก เรากินไปสองจาน สนนราคาไม่เกินควรครับ ผมขอมอบป้าย "เล็กยิ้ม" ให้หนึ่งป้าย ปัญหาคือป้ายยังไม่ได้สั่งทำ แบบยังไม่ได้ออกเลย สรุปแล้วเลยมอบให้ในใจก็แล้วกัน

         อิ่มแล้วก็ขับรถต่อไปจนถึงจังหวัดนครสวรรค์ มีป้ายบอกทางให้เลี้ยวขวา ทางแยกที่ไปพิษณุโลกจะมีอยู่2ทางแยก ผมไปทีไรมักใช้แยกที่ 2 เราจะเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 117 ผมได้ข่าวมาว่าถนนที่ทำใหม่เสร็จแล้ว เลยเหยียบแบบมั่นใจ แต่พอเลยเก้าเลี้ยวมาไม่นานก็สุดถนนที่ทำใหม่ ช่วงถนนต่อไปเป็นหลุมเป็นบ่อไปจนเกือบถึงบางระกำ (สมชื่อ) ก่อนถึงถนนที่ทำใหม่อีกครั้ง แต่ถนนช่วงนี้กว้างข้างละ 4 เลน หมาน้อยคอยตัดหน้าก็ไม่ค่อยมี สามารถเร่งความเร็วเย้ยมฤตยูได้

         มาถึงพิษณุโลก ต้องแวะกราบไหว้พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีมหาธาตุ ใครไม่มั่นใจในชีวิต จะเสี่ยงเซียมซีขอให้หลวงพ่อทำนายทายทักก็ไม่ว่ากัน ผมเห็นผู้โดยสารรถผมเสี่ยงกันเป็นแถว บางคนก็ขอพรหลวงพ่อขอให้รอดตายจากทริปนี้ ไม่ถูกย่ำยีเละคารถ เด็กๆสมัยนี้ใจฝ่อครับ เหยียบแค่ 140-150 กม./ชม.ทำบ่น

         ใครอยากจะปรึกษาปัญหาส่วนตัวกับหมอดู แถวนี้มีหลายเจ้า ตั้งโต๊ะอยู่แถวๆลานจอดรถ ผมเคยลองเข้าไปนั่งให้หมอดูดวงชะตา หมอคนนี้เป็นผู้หญิงอายุสัก 50 กว่าๆ คำทำนายผมจำไม่ได้แล้ว จำได้ตอนใบ้หวยแกบอกให้เล่นเลข 15 ที่จริงผมไม่ค่อยจะเชื่อถือเรื่องพวกนี้ แต่ไม่ถึงกับไปลบหลู่ ผมเลยซื้อสลากกินแบ่งฯไว้ใบเดียว ปรากฎว่าออกจริงๆ ผมไปครั้งหลังจำไม่ได้ว่าเป็นคนไหน เลยอดลองดูว่าแกแม่นจริงรึเปล่า จริงๆแล้วผมไม่ได้นิยมเรื่องพวกนี้ ที่เล่าก็เพื่อสนุกๆเท่านั้นนะครับ ตำรวจอย่ามาจับผมว่าแอบใบ้หวยผ่าน "ผู้จัดการ" ก็แล้วกัน

         ถึงเวลาหาเตียงนอน จะพักในเมืองดูธรรมดาเกินไป เลยตกลงกันว่าไปหาที่พักแถวริม”ลำน้ำเข็ก”ดีกว่า เลยแยกอำเภอวังทองไปประมาณ 30 กิโลเมตร ตรงนี้คือที่ตั้งของ "น้ำตกแก่งซอง" มีที่พักให้เลือกหลายแห่ง ผมไปได้ที่พักใกล้ๆกับน้ำตกชื่อ "เคียงน้ำ" ลักษณะเป็นบัานพัก 3 หลัง แต่ละหลังมี 2 ห้อง ติดแอร์ มีระเบียงออกไปนั่งเล่นได้ ตัวบ้านอยู่เคียงน้ำสมชื่อ ราคาคืนละ 600 บาท ผมไปกัน 5 คน เจ้าของใจดีเอาที่นอนปิกนิคมาเสริมให้ โดยไม่คิดเงินเพิ่ม ทั้งรีสอร์ตมีพวกผมมาพักห้องเดียว สรุปแล้วคนละร้อยกว่าบาท คิดยังไงก็คุ้ม

         ที่นี่มีของให้เล่นหลายอย่าง เช่น เรือหงส์ที่ใช้ถีบแบบจักรยาน 2 ลำ แต่ตอนนี้ยกขึ้นเก็บไว้ข้างบน ถ้าจะเล่นต้องยกลงมาเอง เล่นเสร็จต้องยกกลับที่เดิมด้วย ผมมายืนคำนวณน้ำหนักของเรือกับความสนุกสนานของเราตกลงเอาไว้ที่เดิมดีกว่า หันมาเล่นเรือข้ามฝากท่าทางจะโป๊ะเชะ

         เรือข้ามฟากทำจากไฟเบอร์ ลำหนึ่งนั่ง 6 คนสบายๆ แถมยังไม่ต้องพายด้วย เพราะไม่มีพายในเรือ จะเคลื่อนที่ไปไหนใช้การดึงเชือกที่โยงขวางคลอง มีเชือกเกี่ยวหัวเรือป้องกันไม่ให้เรือหลุดออกไป ที่เค้าไม่ให้พายเอง คงเป็นเพราะกลัวว่าจะเอาไปเล่นเป็นเรือล่องแก่ง เกิดอะไรขึ้นมาเดี๋ยวกลายเป็นผีน้ำเฝ้าลำน้ำเข็ก ยิ่งตอนนี้น้ำกำลังไหลแรงอยู่ด้วย

         ระหว่างข้ามฟากสนุกดีเหมือนกัน เพราะเชือกบางส่วนจุ่มอยู่ในน้ำ ทำให้เสื้อเราเปื้อน (พี่เล็กครับ เสื้อเปื้อนนี่สนุกตรงไหนครับ? - บก.) พอข้ามไปแล้วต้องปีนบันไดขึ้นพา เดินตามทางเล็กๆทะลุสวนของชาวบ้านเค้า ใช้เวลาสัก 10 นาทีก็มาถึงน้ำตกแก่งซอง ช่วงหน้าน้ำลำน้ำเข็กจะไหลแรงมาก สีของน้ำขุ่นไม่น่าเล่น เราเลยเปลี่ยนไอเดียเป็นการนั่งชมวิว

         ตอนที่ผมไปขนาดใกล้จะมืดแล้ว บริเวณนี้ยังร้อนอบอ้าวไม่มีลมเลย เมื่อหาอะไรเล่นไม่ได้ เลยชวนกันไปอาบน้ำ เตรียมการออกหาอะไรกินข้างนอก เพราะร้านอาหารที่บังกาโลเค้าปิด แต่ถ้าจะกินที่นี่ก็ได้ เค้าจะไปซื้ออาหารจากข้างนอกมาให้ แต่พวกผมเล็งกันไว้แล้วว่าจะไปนั่งกินข้าวร้านใกล้ๆที่เราพักน่าจะเวิร์คกว่า

         ร้านนี้ขายกาแฟสดด้วย พวกผมเลือกที่ติดกับริมน้ำ อาหารมีหลายอย่าง เช่น ไก่อบหม้อดิน ปลาแรดทอดกระเทียม ต้มยำปลากด ไก่ชุบแป้งทอด ที่ทำคล้ายๆไก่ป๊อปของผู้พัน ร้านนี้อาหารไม่ค่อยอร่อยแต่เจ้าของบริการรวดเร็วทันใจ ขนาดพูดกันเบาๆ แกจะโผล่พรวดมาทันที เราเลยไม่กล้าวิจารณ์รสชาติอาหาร ทั้งร้านมีพวกผมมานั่งกินอยู่โต๊ะเดียว ที่น่าสนใจคือบรรยายกาศเห็นวิวสวยสงบดี มีลำน้ำอยู่ข้างกาย แต่ปัญหาคือน้ำเป็นบ่อเกิดของยุงตัวร้าย ยุงเหล่านี้พากันแห่มากัดพวกเรา จนไม่สามารถทำอุเบกขานั่งกินปลาหรือไก่ต่อได้ พอตะวันตกดินได้นิดเดียว เราถอยทัพกลับบ้านดีกว่า

         หลังจากมีดริ๊งนิดหน่อย วงสุราเลิกไปตอนใกล้รุ่ง ตื่นขึ้นมาผมปวดหัวเป็นอันมาก ต้องรีบหาอะไรโด๊บ เลยขับรถย้อนกลับทางเดิม 2-3 กิโลเมตร ตรงนี้มีร้านกาแฟสด ขึ้นป้ายชัดเจนว่า "ไข่กะทะ" บก.ผมตาไวเห็นร้านนี้ตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนเข้านอนสั่งจองผมไว้ให้กลับมากินร้านนี้

         ร้านกาแฟย่อมมีทีเด็ดที่กาแฟ รสกาแฟคมเข้ม น้องที่ไปด้วยปกติไม่ค่อยกินกาแฟ เล่นเข้าไปแก้วหนึ่งถึงกับนั่งกุมหัวใจ บอกหวิวๆชอบกล นี่ดีนะที่ไม่ได้สั่งกาแฟใส่วิสกี้ ไม่งั้นต้องนั่งกุมหัวไปด้วย มันจะพากวนวิสกี้ที่หลงเหลือในท้องขึ้นมาเฮละวา ปัญหาของร้านนี้มีอย่างเดียวคือความช้า นับว่าช้ามากจนคิดว่าเขาเพิ่งปลูกต้นกาแฟหรือไร? กว่าผมจะได้กินกาแฟเสียเวลาไปครึ่งชั่วโมงพอดิบพอดี

         มาถึงไข่กะทะที่เราคาดหวังไว้ ว่าจะเหมือนทางอุดรฯและขอนแก่น ผลออกมาตรงกันข้ามเลย ที่เหมือนกันคือกะทะกับไข่ดาว ส่วนที่วางบนไข่เป็นไส้กรอกผัดกับหอมหัวใหญ่ มีหมูยอปนมาด้วย ไข่กะทะเสริฟพร้อมขนมปังมีเนยแบบมาการีน และแยม ผมว่าถ้าเขาใช้เนยสดจะดีกว่า เพราะเนยเทียมมีกลิ่นที่ไม่หอม และดูไม่สมกับอาหารที่จัดมาให้ หลังจากกินไข่กะทะจานนี้เข้าไป ผมรู้สึกเลี่ยนเป็นล้นพ้น ในใจอยากมอบป้าย "เล็กเศร้า" ให้เป็นที่สุด แต่ป้ายนี้ก็ยังไม่ได้ทำเหมือนกัน เลยได้แต่บอกกันไว้ ถ้าขับรถผ่านไปแถวลำน้ำเข็ก เห็นร้านขึ้นป้ายว่าไข่กะทะ ไม่จำเป็นไม่สมควรแวะกิน

         ขอนอกเรื่องนิดหน่อยตามตำราการเขียนของผม ครั้งนี้จะเล่าเรื่องหมูยอที่ติดมากับจานไข่กะทะ ที่จริงแต่ก่อนนี้หมูยอของจังหวัดพิษณุโลกมีชื่ออยู่เหมือนกัน โรงงานจะอยู่ใกล้ๆกับสะพานข้ามแม่น้ำน่าน ก่อนเข้าตัวเมือง แต่ถ้าเปรียบเทียบรสชาติหมูยออุบลฯ มุกดาหาร อุดรฯ หนองคาย แล้วคนละเรื่องเลย ยังไงแถวอีสานอร่อยกว่าเยอะ ถ้าคุณวางแผนจะไปเที่ยวแถวนั้นอยู่แล้ว ไม่สมควรกินหมูยอพิษณุโลกให้เสียอารมณ์

         จากไข่กะทะสุดเห่ย ผมขับรถเดินทางต่อไปจนถึงกิโลเมตรที่ 70 ตรงนี้มีทางแยกซ้ายไปอำเภอนครไทยระยะทางประมาณ 60 กว่ากิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหมายเลข 1143 ตรงไปอำเภอชาติตระการ จากอำเภอแยกขวาตรงไปอีก 10 กิโลเมตรก็ถึง "อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ" ตามเส้นทางนี้เชื่อว่าเหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติ เพราะมีป้ายเขียนเพียบเลย "สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ โปรดช่วยกันอนุรักษ์" เท่าที่ผมนับดู รู้สึกจะมีทุก 20 เมตร

         พอเลี้ยวควับเข้าอุทยานฯ อันดับแรกคือเสียเงินค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท ที่แปลกของอุทยานฯนี้คือมีแยกย่อย ค่ายานพาหนะที่เป็นรถเก๋ง รถปิกอัพ คันละ 30 บาท รถตู้ 50 บาท ซึ่งอุทยานฯอื่นจะกำหนดเป็นรถสี่ล้อเท่านั้น ไม่รู้ว่าระเบียบของอุทยานแห่งชาติเขาตกลงกันยังไง? ผมสงสัยมากว่ามีค่ารถตู้ด้วยเหรอ? ถ้าใครทำงานอยู่กรมป่าไม้ ช่วยเช็คข้อมูลให้ด้วยนะครับ ผมจะได้รู้ว่าถูกเค้าโกงหรือเปล่า?

         อุทยานฯมีบ้านพักไว้บริการ แต่มีอยู่แค่ 2 หลังชื่อ ผึ้งหลวง1 ,2 หลังหนึ่งพักได้ 10-11 คน ราคา 1,500บาท/หลัง/คืน ใครสนใจติดต่อสอบถามและจองได้ที่กรมป่าไม้ บางเขน โทรศัพท์ 5795734, 5797223 แต่ถ้าไม่อยากพักบ้านหรือไม่อยากจองอะไรให้ยุ่งยาก ลองใช้บริการเต้นท์ ที่นี่มีจุดกางเต้นท์ติดริมลำธาร บรรยายกาศน่าพักมาก ผมกะว่าก่อนเข้าหน้าหนาวจะมานอนเล่นสัก2-3คืน

         น้ำตกชาติตระการตั้งอยู่ไม่ไกลจากด่านทางเข้า ตรงนี้มีลานจอดรถพร้อมข้อมูลนิดหน่อย ผมเข้าไปศึกษาพบว่ามีทั้งหมด 7 ชั้น คนมาเที่ยวจะเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ขึ้นไปตามชั้นน้ำตกต่างๆ เริ่มจากลานจอดรถ เดินไปประมาณ 300 เมตร จะเข้าเขตน้ำตกชั้นแรก ที่ชื่ออะไรก็ไม่รู้ เพราะผมไม่ได้จดมา น่าเสียดายจัง

         น้ำตกชั้นแรกสูงประมาณ 10 กว่าเมตร น้ำตกมีไม่มากนักเพราะยังเป็นช่วงต้นๆหน้าฝน ผมไปเที่ยวน้ำตกหลายที่แล้ว แต่ผมว่าน้ำตกที่นี่น่าเล่นน้ำมากสุด เพราะแอ่งน้ำที่นี่กว้างใหญ่มาก คล้ายๆอ่างเก็บน้ำ แถมรอบด้านยังมีที่ปิคนิคเพียบ มีหาดทรายเล็กๆอยู่ริมแอ่งน้ำด้วย พร้อมต้นไม้ให้ร่มเงาสะดวกมาก ถ้าใครคิดเล่นน้ำตก ไม่ควรพลาดการมาเที่ยวชาติตระการครับ

         ผมมาเที่ยวครั้งนี้ไม่ค่อยมีเวลามาก เลยเดินขึ้นไปแค่ชั้นที่ 2 เห็นป้ายบอกระยะทางไว้แค่ 400 เมตร คิดว่าเแป๊บเดียวก็ถึง แต่ทาง 400 เมตรนั้นกลับพาขึ้นเขา ต้องไต่ระดับไปเรื่อย มีทางราบน้อยมาก ผ่านไปครึ่งทางต้องนั่งพักหอบหายใจแฮ่กๆ ไม่ใช่แก่นะครับ แต่เป็นเพราะช่วงนั้นผมเป็นไข้ อาการเลยน่าเป็นห่วงนิดหน่อย (เป็นไข้หรือเมาค้างครับ - บก.)

         กว่าจะตะเกียกตะกายมาถึงน้ำตกชั้น 2 ใจผมหวิวๆตั้งไม่รู้กี่รอบ ทางเดินเข้าน้ำตกชั้นนี้ มีทางแยกออกไปชมวิวได้ แล้วค่อยวกกลับมาเจอกับน้ำตกอีกที วิวที่เห็นก็สวยพอใช้ มองไปเห็นป่ากว้าง แต่ถ้าเดินไปน้ำตกแล้วิวจะสวยกว่า เพราะน้ำตกมีลักษณะลดหลั่นหลายระดับ พอขึ้นมาถึงจึงรู้ว่าน้ำตกจากชั้นที่ 2 ไปชั้นที่ 1 ไม่ได้ไหลตกมาตามหน้าผา แต่น้ำตกชั้นนี้ไหลลอดโพรงหินแคบๆและไปทะลุอีกด้านหนึ่ง เป็นลักษณะที่แปลกประหลาด ตรงริมผาน้ำตกเป็นเหวสูง สามารถเดินเข้าไปมองดูให้เสียวเล่น เห็นคนเล่นน้ำอยู่ในแอ่งน้ำชั้นล่างตัวนิดเดียว ความสูงคงไม่ต่ำกว่าร้อยเมตร ตกลงไปคอย่นแน่ ผมเลยรีบถอยเข้ามาเพราะอาการตัวเองน่าเป็นห่วง เป็นลมหน้ามืดตกลงไป สาวหลายคนจะช้ำใจได้

         เราเดินเล่นแถวน้ำตกนิดหนึ่ง ก่อนเริ่มออกเดินเท้ากลับลานจอดรถ โชคดีตอนเดินกลับฝนกำลังตั้งเค้ามืดครึ้มมา พอถึงชั้นล่างฝนก็ตกพอดีแต่ยังไม่หนักมาก ยังมีเวลาให้วิ่งขึ้นรถ ความจริงน้ำตกชาติตระการยังมีชั้นต่างๆขึ้นไปได้อีกหลายชั้น ระยะทางแต่ละชั้นประมาณ 100-200 เมตร อาจต้องมีปีนป่ายนิดหน่อย ถ้าเตรียมร่างกายให้ดี เตรียมเวลาไว้สักค่อนวัน ขึ้นไปตอนเช้า ลงมาตอนบ่าย ใช้เวลาสัก 3-4 ชั่วโมง น่าจะเป็นเส้นทางที่สนุก เอาไว้วันหลังผมทำใจได้ คงต้องกลับมาใหม่ คาดว่าอาจเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ตอนนั้นน้ำคงเยอะกว่านี้ และอากาศคงเย็นสบายกว่านี้ ไม่ร้อนเหมือนช่วงที่ผมมา

         อิ่มท้องตอนนี้จบกันที่น้ำตกชาติตระการ พฤหัสฯหน้าจะพาเข้าลุยเมืองเลยครับ

 

Home

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

Click Here!