![]() Last Update : Thursday 31 May, 2001 0:27 AM |
|
ลุยวัดดอนหวาย
เมื่ออาทิตย์ก่อนผมหิวข้าว เลยลองขับรถไปหาอะไรกินที่ตลาดวัดดอนหวาย อยู่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่จริงเคยได้ยินมานานแล้ว แต่ผมชอบตั้งท่า ตั้งมาเกือบปีเพิ่งได้ฤกษ์ เพราะเป็นประเภทนักเที่ยววัยทองเลยต้องวางแผนให้ดีต่อสุขภาพสักนิด
ตลาดวัดดอนหวายมีชื่อมานาน รายการท่องเที่ยวทางทีวี นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ แนะนำให้ไปเที่ยวที่นี่กันจนติดหูติดตา เพื่อนฝูงของผมหลายคนที่เคยไป ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวว่า ที่ตลาดวัดดอนหวายมีของกินมากมาย เยอะแยะจนเลือกกินไม่ถูก และที่สำคัญอร่อยเกือบทุกร้าน พยายามโน้มน้าวให้ผมไปลองกินให้ได้ จนผมรู้สึกว่า ถ้าไม่ไปลองกินดูมันคงเชยระเบิด เสียยี่ห้อนายเล็กหมด
ผมจึงสอบถามเส้นทางจากเพื่อนๆ จนแน่ชัดว่าไปแล้วไม่หลงทาง ได้ความว่าตลาดวัดดอนหวายสามารถไปได้สองเส้นด้วยกัน เส้นทางแรกใช้เส้นทางปิ่นเกล้าฯ-นครชัยศรี คุณขับรถมาทางสนามหลวง ขึ้นและลงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ให้ตรงขึ้นถนนลอยฟ้าจนสุดทาง
แต่ถ้าใครไม่ได้ลอยฟ้า มาแบบติดดินก็ไม่แปลกอะไร เพราะเราจะบรรจบกันแถวพุทธมณฑลสาย 3 จากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่านแยกที่มีป้ายบอกทางไปศาลายา เส้นนี้คือถนนสายพุทธมณฑลสาย 4 พอเลยแยกนี้ไปให้พยายามชิดซ้ายเข้าไว้ เพราะเราจะต้องเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าแยกถนนพุทธมณฑลสาย5 ซึ่งจะมีป้ายบอกชื่อถนนและทางไปวัดดอนหวาย
ทางเข้าเป็นถนนค่อนข้างเล็ก สังเกตไม่ดีอาจหลุดได้ แต่ถ้าคุณอ่านไม่ทันและเลยไปแล้วไม่ต้องตกใจจนเหยียบเบรคหัวทิ่มหัวตำ ดีไม่ดีรถคันจะชนท้ายเอา ให้คุณกำพวงมาลัยให้แน่ เหยียบคันเร่งต่อไปอีกสักพัก คราวนี้สังเกตปั้มน้ำมันบางจากไว้ พอเลยปั๊มไปอีกหน่อย จะมีป้ายเขียนบอกทางเข้าตลาดวัดดอนหวายและวัดไร่ขิง (สำหรับเส้นทางนี้คงไม่ต้องถามว่าผมรู้ได้อย่างไร? เพราะผมเลยมาแล้วน่ะสิครับ)
ตามทางจะมีป้ายเขียนบอกไว้เป็นระยะจนถึงตลาดฯ ริมสองข้างทางจะมีแผงร้านขายส้มโอ มะพร้าวอ่อน มันแกวก็มีมัดไว้เป็นพวง สดๆใหม่ๆ ถ้าเอามาปลอกเปลือกแช่ให้เย็นจะหวานกรอบ ผมเล็งๆไว้ว่าขากลับจะแวะซื้อ ถามแล้วกิโลกรัมละ 15บาท ร้านขายมะพร้าวน้ำหอมมีมะพร้าวเผาใหม่ๆ เห็นเจ้าของร้านกำลังเผาอยู่ ที่นี่เค้าเผาทั้งเปลือก ไม่ใช้เอามะพร้าวมาต้มก่อน แล้วเอาตรงจุกที่มีตาไปเผาให้มีกลิ่นคล้ายมะพร้าวเผา ประเภทนั้นเป็นมะพร้าวเผาเทียม อร่อยสู้ของจริงไม่ได้
ผมรู้ดีเพราะเคยซื้อมะพร้าวเทียมเอาไปขายในงาน จุฬาฯวิชาการ ผมซื้อมาราคาลูกละ3บาท ที่ได้ราคาถูกเพราะเพื่อนอยู่ที่สามพรานพาไปซื้อ ผมลงทุนซื้อน้ำแข็งแล้วเอามะพร้าวมาแช่ในถังจนเย็นเจี๊ยบ ติดป้ายอ่อยคนเดินผ่านสักหน่อย ขายลูกละ 10 บาท มั่วไปว่าอภิมหาอมตะเซลล์พิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ นิสิตและปัญญาชนต่างหลงเชื่อ มะพร้าวขายดิบขายดี คิดว่าจะเอาดีทางนี้ก็พอดีงานหมดก่อน เลยต้องมาก้มหน้าก้มตาดำน้ำทำงานต่อ
เมื่อกี้เล่าถึงไหน? อ้อ! ผมยังไม่ได้บอกอีกเส้นทางหนึ่ง (โอ้...สวรรค์ คนอ่านลืมไปแล้วครับ ขอบคุณพี่เล็กที่ยังนึกออก - บก.) เส้นทางนี้ใช้ถนนบางแค-สามพราน ใครถนัดเส้นทางนี้ คงรู้ดีว่าถนนพุทธมณฑลสายต่างๆจะอยู่ทางขวามือ
คุณขับรถไปเรื่อยๆจนถึงสาย5 เลี้ยวขวาตรงเข้ามาจนถึงสามแยกใหญ่ ถ้าตรงไปจะไปทางวัดไร่ขิง ให้คุณเลี้ยวขวาอีกครั้ง จากนั้นก็ตรงไปตามเส้นทาง สังเกตป้ายบอกทางซ้ายมือ ทางเข้าจะอยู่ทางด้านนี้ (ใครอ่านแล้วไปถูกโปรดมารับรางวัลที่ "ผู้จัดการ" - บก.)จะมาทางไหนก็แล้วแต่ อันดับแรกเมื่อถึงตลาด คุณต้องหาที่จอดรถ แถวนี้สะดวกสบายมากเพราะมีที่ให้เลือกจอดได้ 2 แห่ง คือ ลานจอดของวัดและสนามฟุตบอลของโรงเรียน แต่วันหยุดรถจะมาก จราจรติดขัดพอสมควร
หลังจากได้ที่จอดรถแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าจะเดินไปทางไหน เพราะมีผู้คนมากมาย ขอเดินตามฝูงชนไปเลยรับรองไปที่เดียวกัน ไม่เหมือนขับรถตามแท็กซี่หาเส้นทางลัดตามซอยต่างๆในกรุงเทพฯ
ผมเคยตามแท็กซี่ในซอยๆหนึ่งเพราะไม่เคยเข้ามา มีใครสักคนผมจำไม่ได้เคยแนะนำผมว่า ถ้าหลงทางตามซอยให้
ขับตามแท็กซี่ เพราะพวกนี้จะชำนาญเป็นพิเศษ ผมก็เลยตามไปเรื่อย แท็กซี่วิ่งตะบึงเหมือนมั่นใจ จู่ๆแท็กซี่ก็จอดพรืด ออกมายืนโบกมือให้ผมหยุดและเข้ามาถามว่า พี่ๆถนนสายนี้ไปออกทางไหนได้บ้าง ผมเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะมัวแต่ขับตามตอนนี้อยู่ส่วนไหนของประเทศก็ไม่รู้ เส้นทางขามาก็จำไม่ได้ ต้องถามชาวบ้านหลายคน กว่าจะหลุดออกมาได้ แท็กซี่เลยหันมาพึ่งผมแทนขับตามต้อยๆ หนอยนึกว่าเจ๋ง
เอ้า...กลับมาตลาดวัดดอนหวายต่อ หมู่นี้เป็นอะไรไม่รู้นอกเรื่องนอกราวบ่อย ตลาดนี้จะอยู่ติดกับแม่น้ำนครชัยศรี ผมเข้ามาทีแรกยอมรับจริงๆว่ามึนไปเลย ไม่รู้ว่าจะเดินชมดูก่อนหรือจะกินอะไรก่อน เพราะสภาพของตัวตลาดเหมือนตลาดนัดทั่วๆไป แต่ทุกร้านจะขายอาหารและขนมเกือบทุกร้าน เปรียบเทียบกับตลาดอตก.ตรงตลาดนัดจตุจักร ยังไม่ถึงครึ่งของที่นี่
บรรดาป้ายยี่ห้อของบรรดานักชิมต่างๆ ติดประกาศหน้าร้านอ่านจนตาลาย ไม่รู้จะเชื่อใครดี แต่ชัดช้า...ไม่ยักมีป้าย "อิ่มท้องท่องไทย" ในอนาคตเรารวมเล่มแล้วอย่ามาง้อนะ
ผมดูๆแล้วถ้าจะกินให้ครบทุกร้าน มีวิธีเดียวต้องย้ายบ้านมาอยู่แถวนี้ อาหรและขนมแต่ละอย่างน่ากินไปหมด ตั้งแต่ทางเข้าร้านตรงหัวมุม มีกุ้งแม่น้ำเป็นๆขังอยู่ในถังขนาดใหญ่รอบร้าน เมื่อมีคนสั่ง คนขายจะกุ้งเอามาทอดสดๆ ตักใส่จานกระดาษมีถุงน้ำจิ้มให้ด้วย ขายจานละ140 บาท มีกุ้งอยู่ 7-8 ตัว เห็นแค่นี้น้ำลายก็พุ่งออกมาชนกระพุ้งแก้มจี๊ดๆ
ขนมไทยสูตรโบราณมีเพียบ ไม่ว่าจะเป็นขนมทองเอก จ่ามงกุฎ ลืมกลืน ขนมหม้อตาล ลูกชุบ ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน ขนมชั้น เผือกกวน ขนมตาล ฯลฯ ผมจำไม่หวาดไม่ไหว จะยืนจดคนก็เบียดเสียดกันจนยืนไม่ติด ต้องไหลไปตามฝูงชน เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด
ระหว่างกำลังถูกดันไปข้างหน้า ผมเหลือบเห็นหมี่กรอบมันปูของโปรด ต้องรีบซื้อถุงละ 30 บาท ไม่ได้กินมาแสนนานแล้ว หันไปอีกทีเจอขนมตาลป้าไข่ จะเข้าไปซื้อก็ไม่ได้เลย ต้องสั่งจองมีคนจดชื่อไว้ให้ สั่งเสร็จจะเดินไปซื้ออะไรก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยมารับ
บางร้านมีให้ชิมก่อนจ่ายตังค์ ผมไปหยุดที่ร้านทองม้วนสดมะพร้าวอ่อน ยืนชิมจนแม่ค้าค้อน เลยต้องซื้อมา 2 ถาด ก๋วยจั๊บนายตือกำลังเก็บร้าน เพิ่งเที่ยงครึ่งเอง ว่าจะลองชิมซะหน่อยก็เลยอด
ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมี 5-6 ร้าน เป็นแพลอยน้ำบ้าง ผมลองแวะเข้าไปกินที่ร้านจะโอ๋ เป็นร้านที่อยู่แพสุดท้าย ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำรสชาติใช้ได้ แต่ควรชิมก่อนเพราะเขาปรุงมาแล้ว ไม่ถูกใจค่อยปรุงเพิ่ม กินไปชมบรรยายกาศไปดีจริงๆ
ระหว่างกินผมสังเกตเห็นว่า แถวนี้มีเรือพานักท่องเที่ยวล่องลงมาตามน้ำ พอกินเสร็จผมเดินผ่านท่าน้ำ มีโต๊ะขายทัวร์อยู่เลยหยิบโบรชัวร์ติดมา เป็นของ ศรีสวัสดิ์ย้อนยุค มีเรือพานักท่องเที่ยวชมสัมผัสบรรยายกาศแม่น้ำท่าจีน (ผมพึ่งรู้ว่าช่วงอำเภอสามพราน แม่น้ำนครชัยศรีเปลี่ยนเป็นชื่อแม่น้ำท่าจีนแล้ว) เรือที่เอามาทำเรือทัวร์เป็นเรือเอี้ยมจุนและเรือกระแชงโบราณ มี 2 โปรแกรม แบบแรกคือเส้นทางวัดดอนหวาย วัดท่าพูด วัดไร่ขิง วังปลา ใช้เวลา 1.15 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 25 บาท มี 9 รอบ ตั้งแต่ 9.30-16.00 น.
เส้นทางที่สองคือวัดดอนหวาย วัดไร่ขิง วังปลา ลอดใต้สะพานโพธิ์แก้ว รร.ภปร.ราชวิทยาลัย วัดสรรเพชร วัดเดชานุสรณ์ และสวนสามพราน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท มี 4 รอบ เริ่มตั้งแต่ 11.00 12.30 14.00 และ15.30น. หรือจะเช่าเหมาลำก็ได้ แต่ถ้าใครมีเวลาน้อย นั่งเรือข้ามฟากก็สนุกแล้วครับ
ผมเดินต่อไป ในท้องเต็มไปด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่พอเดินผ่านร้านแม่นวม ขายแกงลูกชิ้นปลากราย ปูหลน ปูเค็มยำ แกงคั่วหอยขม ขนมกระทงทอง ข้าวตังเสวย ปั้นสิบไส้ปลา ไส้ไก่ เห็นแล้วน้ำลายพุ่งมาอีกหลายจี๊ด ห่อหมกปลาช่อน ห่อหมกทะเล ห้อยจ้อ บะจ่าง ลูกชิ้นหมูทั้งเนื้อและเอ็นของนายฮั่ง ร้อนๆควันฉุย ลองชิมได้เกือบทุกร้าน ผมเดินชิมจนอาหารล้นมาถึงลูกกระเดือก กระแอมทีกระเด็นขึ้นมาเคี้ยวต่อได้ แต่ผมก็ยังไม่หยุดชิม เพราะผมเป็นนักเขียนและของชิมเป็นของฟรี
เส้นทางการชิมของเรายังไม่จบ ผมเดินเลยไปถึงร้านเป็ดพะโล้ของนายโอและนายหนับ คนกำลังแห่ซื้อร้านนายหนับ เพราะตอนนี้มีนาทีทอง ลดราคาให้สิบบาท จากปกติเป็ดตัวละ160-220 บาท ใครชอบเป็ดเนื้อเยอะมีมันแทรกมากหน่อย ตัวใหญ่เกือบเท่าห่าน ต้องซื้อเป็ดพันธุ์เชอรี่ ราคา 220 บาท แต่ละร้านมีถังต้มพะโล้ใบเบ้อเริ่ม 2-3ลูก ผมซื้อกลับมากินที่บ้านหนึ่งตัว รสชาติใช้ได้สมคำร่ำลือ เพราะเป็ดพะโล้สองร้านนี่ถือเป็นดาวเด่นแห่งวัดดอนหวาย ถ้าจะว่าไปแล้วเปรียบเสมือนเมียงูในงานวัดประมาณนั้น
ที่จริงเป็ดพะโล้นั้นทำไม่ยาก ขอเพียงคุณมีเงินเดินไปตลาดซื้อเป็ดมาหนึ่งตัว เอาเครื่องพะโล้ต้มกับน้ำให้เดือด ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว เพิ่มสีให้เข้มด้วยซีอิ๊วดำ ถ้าจะให้อร่อยเหมือนกับที่เขาขาย ต้องใส่ผงชูรส เอาเป็ดที่ผ่าไส้ผ่าพุงออกหมดแล้ว ลงต้มในน้ำพะโล้จนสุก เอาขึ้นก็กินได้ วิธีทำน้ำจิ้มก็ไม่ยาก ตำกระเทียมกับพริกเหลืองไม่ต้องละเอียดมาก ใส่น้ำส้มใส่เกลือ ปรุงให้รสออกเปรี้ยวเค็มก็เรียบร้อย ถ้าอยากให้อร่อย ต้องต้มนานหน่อย ประเภทต้มแล้วทิ้งไว้คืนหนึ่ง เอาไปต้มเคี่ยวซ้ำ พวกนี้เป็ดจะดำน่ากินเป็นพิเศษ
การทำเป็ดย่างขั้นตอนยุ่งยากและพิถีพิถันมากกว่า เป็ดที่เชือดคอถอนขนเรียบร้อย จะต้องเอามาเป่าให้ตัวพองอ้วน สมัยก่อนตอนผมอยู่แถวๆตลาดนางเลิ้ง ชอบมานั่งดูเขาเป่าเป็ด คนเป่าเป็นตาแป๊ะ นั่งเป่าจนเป็ดตัวพองเป็นลูกโป่ง วันๆหนึ่งแกเป่าได้สิบกว่าตัว
เทคนิคการเป่าเป็ดไม่ใช่ง่ายๆเหมือนเป่าลูกโป่ง เราต้องเป่าให้ลมเข้าแทรกระหว่างหนังกับเนื้อ จนสองส่วนนี้แยกออกจากกัน คนเป่าจะต้องออกแรงมาก ตาแป๊ะแกเป่าจนไส้เลื่อน ใครๆเขารู้กันทั้งตลาด ที่ผมชอบไปนั่งดูไม่ใช่ไปดูไส้แก แต่ชอบดูแก้มตาแป๊ะ มันโป่งขนาดเอากำปั้นยัดเข้าไปได้ แต่ตอนหลังมีการพัฒนาขึ้น เอาเครื่องปั้มลมมาช่วยเลยอดดูไส้ เอ๊ย! แก้มตาแป๊ะพูดถึงนางเลิ้ง ในสมัยก่อนขนมของกินต่างๆที่นี่ก็ดังไม่เบา มีอยู่ร้านหนึ่งใกล้ทางแยก ขายสาคู ไส้หมู ไส้ปลา ข้าวตังหน้าตั้ง ข้าวตังเมี่ยงลาว ความอร่อยเป็นที่เลื่องลือ ขนาดนิยายเรื่อง ผู้กองยอดรัก ตอนพระเอกไปเป็นพลทหารรับใช้ที่บ้านนางเอก ยังต้องมาซื้อขนมร้านนี้ ไปประจบแม่ของนางเอกเลย
อีกร้านหนึ่งเป็นแม่ค้าขายตามแผงอยู่ใกล้ๆกับร้านแรก ตอนเที่ยงแกจะหอบข้าวของมาขาย และแกก็ขายอยู่อย่างเดียวคือไส้กรอกปลาแนม ไส้กรอกมีสองอย่าง ไส้กรอกถั่วกับไส้กรอกข้าว
คำว่าไส้กรอกปลาแนม คุณผู้อ่านอย่าพยายามนึกถึงไส้กรอกอีสานนะครับ มันคนละชนิดกัน ไส้กรอกแบบนี้จะมีรสชาติออกหวานๆเค็มๆ กินกับปลาแนม ซึ่งไม่มีส่วนผสมของปลาเลย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเรียกปลาแนมทั้งๆที่ทำมาจากข้าวสุกตากแห้ง เอามาคั่วให้หอม จากนั้นก็เอามาตำให้ละเอียด คลุกกับน้ำกระเทียมดอง ปรุงเค็มหวานเปรี้ยว ผักที่เอามากินด้วยมีใบชะพลู ใบทองหลาง ผักกาดหอม และพริกขี้หนูสด ไส้กรอกปลาแนมนี่ผมชอบเป็นพิเศษ เจอที่ไหนเป็นต้องลองซื้อมากินดู แต่รสชาติยังหาสู้ร้านนี้ไม่ได้
ขนมไทยโบราณที่ยังพอมีขายอยู่ในกรุงเทพฯและอร่อยมาก เห็นจะไม่พ้นร้านแม่อุดมอยู่ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่ผมจำความได้ก็มีร้านนี้แล้ว (ประมาณเมื่อสี่สิบปีก่อน) มีขนมหลายอย่างเช่น ขนมทองเอก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น เผือกกวน ถั่วกวน ข้าวเหนียวแดง วุ้นกะทิรสต่างๆ ฯลฯ
ผมว่าวุ้นกะทิที่นี่อร่อยไม่เหมือนใคร เนื้อวุ้นจะแข็งกรอบกว่าที่อื่น ขนมบางลำภูยังสู้ไม่ได้ บางครั้งซื้อไปเจอวุ้นตกทราย (ตกทรายคือผลึกของน้ำตาลที่เคี่ยวไม่ได้ที่) เคี้ยวดังกร๊อบๆอร่อยกว่าเฟร๊นฟรายตั้งเยอะ ขนมร้านนี้ทุกอย่างจะหอมหวานมัน พอเที่ยงๆขนมจะเริ่มหมดทีละอย่างสองอย่าง ผมผ่านไปทีไรอดไม่ได้ ต้องแวะเข้าไปซื้อทุกที
กลับมาวัดดอนหวายกันต่อ เชื่อผมเถอะว่าถ้าคนมีอายุสักหน่อย มาเดินเที่ยวตลาดวัดดอนหวาย จะต้องรำลึกถึงความหลังเก่าๆ เพราะสภาพของร้านค้าบางร้าน ยังตกแต่งแบบโบราณ สมัยเมื่อ 30-40 ปีก่อน ซึ่งผมก็ว่าดีที่ยังสามารถอนุรักษ์คงความเป็นโบราณ ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสกับการดำเนินชีวิตของคนรุ่นเก่าๆ ว่ามีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร? และจุดนี้เองที่ทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
ผมเองก็อยากขอเชิญชวนผู้ที่ยังไม่เคยไป ลองไปเที่ยวดูสักครั้ง ผมคงต้องกลับอีกหลายครั้งเพราะตั้งใจว่าจะกินให้ครบทุกร้าน แล้วจะมาเล่ากันละเอียดอีกที เอาเป็นว่าถ้าอดใจไม่ไหว ลองไปลุยกันก่อน แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงวันเสาร์อาทิตย์เข้าไว้ เพราะอาจโดนคนเหยียบตายก่อนได้กินเป็ด
พฤหัสฯหน้าผมไม่อยู่ ต้องไปดูทุกข์สุขของนกเพนกวินที่นิวซีแลนด์ พร้อมทำสกู๊บกินแกะข้ามโลก ผมเขียนต้นฉบับเผื่อไว้ พยายามเลือกให้ตรงใจแต่อาจไม่ตรงเหตุการณ์ อีกสองอาทิตย์ผมกลับมา จะเล่าเรื่องเล็กกินแกะให้สนุกแน่นอน ลองตามอ่านนะครับว่า ขาแกะจะนุ่มนิ่มเพียงใด?
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.