![]() Last Update : Wednesday 16 May, 2001 12:24 PM |
|
อิ่มท้องท่องฟ้า
สวัสดีครับคุณผู้อ่าน หลังจากพาคุณตกปลาดำน้ำมาในพฤหัสฯที่แล้ว พฤหัสฯนี้ผมจะพาคุณไปเปลี่ยนบรรยายกาศสักหน่อย ว่าจะไปที่สูงเชียว ไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ยังไงล่ะครับ
ต้นเหตุของการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่ผมขอเรียกชื่อย่อๆว่า "ฮ." เกิดเพราะผมไปแถวเมืองชุมพร พอดีฮ.มีภารกิจบินสำรวจทะเลและอุทยานฯ อาจารย์ธรณ์หรือบก.ของผมเลยติดตามไป เพื่อขึ้นถ่ายภาพทางอากาศหมู่เกาะต่างๆในจังหวัดชุมพร จะได้นำข้อมูลประกอบการวิจัยและจัดการอุทยานฯ
แต่พอถึงเวลาปรากฏว่าอาจารย์ขึ้นไม่ได้ เพราะแกเปลี่ยนใจไปดำน้ำ เลยบังคับให้ผมไปแทน ยกช่างกล้องให้ผมหนึ่งคน ที่แกให้ผมไปเพราะผมเป็นนักท่องฟ้าตัวยง ขึ้นเครื่องบินหรือฮ.มาหลายครั้งแล้ว เคยบินตั้งแต่นราธิวาสยันกรุงเทพฯ ห้วยขาแข้งก็เคยไปตั้งสองครั้ง มาคราวนี้ผมเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่
ต้องอธิบายการขึ้นฮ.ให้คุณผู้อ่านทราบสักหน่อย ฮ. ที่ผมมีโอกาสขึ้นขนาด 5 ที่นั่ง มีนักบินหนึ่งคน ผู้ช่วยนักบินหนึ่งคน เจ้าหน้าที่อีกสามคนนั่งข้างหลัง ครั้งนี้ผมขึ้นไปในฐานะนาวิเกเตอร์ หรือผู้บอกทาง เนื่องจากผมคุ้นเคยกับหมู่เกาะชุมพรพอสมควร
เราไปขึ้นฮ.แต่เช้า เพราะตอนเที่ยงฮ.มีภารกิจต้องบินไปตรวจไฟป่าต่อที่พรุโต๊ะแดง นราธิวาส การถ่ายภาพทางอากาศที่ผมพอจำคนอื่นเขาเล่าให้ฟัง มีกฏเกณฑ์บางอย่าง ถ้าเป็นการถ่ายภาพเกาะ ส่วนใหญ่เราจะขึ้นตอนน้ำลงต่ำ เพื่อให้เห็นแนวปะการังชัดเจน เทคนิคนี้สำคัญมากสำหรับการถ่ายภาพทางฝั่งทะเลอันดามัน แต่ไม่ค่อยสำคัญสำหรับอ่าวไทย เพราะอันดามันน้ำขึ้นลงมีช่วงกว้างมาก บางทีแตกต่างกันตั้ง 3-4 เมตร ผิดกับทางฝั่งอ่าวไทย น้ำขึ้นน้ำลงต่างกันถึง 2 เมตรก็เก่งมากแล้ว
การถ่ายภาพทางอากาศควรไปตอน 11 โมงเช้าถึงบ่ายโมง จะช่วยให้แสงส่องผ่านน้ำไปได้เยอะ แนวปะการังจะเห็นชัดขึ้น แต่ถ้าจะถ่ายภาพเกาะด้วย เราไปสัก 10 โมงเช้ากำลังดี ไม่งั้นเกาะจะไม่ค่อยสวย เพราะแสงจ้ามากเกินไป
สำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายภาพทางอากาศ ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ถ้าเราโชคดีฟ้าเปิดมีเมฆน้อยหรือไม่มีเลย จะได้ภาพสวยมาก แต่ถ้าฟ้าขมุขมัวหรือร้ายกว่านั้นคือฝนตก คราวนี้ล่ะครับเรื่องยุ่ง เพราะภาพถ่ายจะออกมาไม่ค่อยดี โอกาสขึ้นถ่ายภาพซ้ำสองก็ยาก ผมเลยต้องแห่นางแมวก่อนขึ้นฮ.
นางแมวของผมสัมฤทธิ์ผลนิดหน่อย แต่ห้ามเมฆห้ามฝนไม่ได้เต็มร้อย ท้องฟ้าจึงยังขมุกขมัวแม้ไม่มีฝน มองเห็นไปได้ไม่กี่กิโลเมตร เวลานักบินพูด เขาจะพูดทัศนวิสัยเป็นกิโลเมตรครับ เช่น 5-10 กิโลเมตร จัดว่าปานกลาง ถ้าน้อยกว่านี้ก็แย่แล้ว ผมฟังทีไรนึกขำทุกที เพราะเวลาเราดำน้ำ ถ้าทัศนวิสัยระดับ 5 กิโลเมตร สงสัยน้ำกลั่นยังไม่ใสเท่า ของเราได้สัก 20 เมตรก็แจ๋วแล้ว
พอไปถึง ช่างภาพเขาจะเป็นคนนั่งหน้า ช่างภาพคนนี้แม้เคยถ่ายภาพบนบกมามาก ฝีมือเยี่ยมเชียว แต่เพิ่งหัดถ่ายภาพใต้น้ำหมาดๆ แถมยังไม่เคยถ่ายภาพทางอากาศเลย นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ เขาเลยตื่นเต้น ผิดกับผมผู้ชำนาญการ แม้จะถ่ายภาพไม่เป็นก็ตามที
พอทุกอย่างเรียบร้อย นักบินพาฮ.ลอยขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปทางชายฝั่งทะเล แถวนี้มีเกาะเยอะมากมายหลายแห่ง ผมเป็นนักเที่ยวตัวยง วนเวียนแถวนี้มาหลายปี คิดว่าตัวเองพอจะจำได้บ้างว่าเกาะไหนเป็นเกาะไหน
ด้านเหนือของจังหวัดชุมพรคืออำเภอปะทิว ตรงนี้มี "เกาะไข่" และ "เกาะจระเข้" ทั้งสองเกาะอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง เป็นเกาะเล็กๆมีแนวปะการังอยู่บ้าง แต่ก่อนสวยงามมาก แต่โดนไต้ฝุ่น "เกย์" และไต้ฝุ่น "ลินดา" เข้าเล่นงาน จนปะการังในน้ำตื้นกระเด็นกระดอนตายเกือบหมด พอมาโดนปะการังฟอกขาวอีกครั้ง คราวนี้เลยตายกันใหญ่ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะกลับมาสวยเหมือนเดิม
เลยจากเกาะไข่และเกาะจระเข้ เป็นที่ตั้งของ "หมู่เกาะง่าม" ถือเป็นเกาะห่างชายฝั่งชุมพรมากที่สุด แต่เกาะเหล่านี้ไม่มีแนวปะการัง เนื่องจากชายฝั่งชันมาก ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่ของปะการังดำและดอกไม้ทะเล ผมเคยไปดำน้ำหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ไปถ่ายภาพ เพราะเกาะง่ามอยู่ห่างฝั่งมากเกินไป ฮ.เลยไม่กล้าออกไป
นักบินบอกกับผมว่า ตามปรกติฮ.ไม่ค่อยชอบออกทะเล ถ้าจะออกต้องเป็นฮ.แบบสองเครื่องยนต์ เผื่อฉุกเฉินเครื่องหนึ่งเสีย จะได้ใช้อีกเครื่องประคองตัว แต่ถ้าเป็นบนแผ่นดิน ฮ.พวกนี้บินไม่สูงมาก ประมาณตึกใบหยกสอง หากมีปัญหาอะไรยังพอประคองลงพื้นรอดตาย ถ้าลงน้ำมีหวังจมบุ๋งๆ
เลยจากเกาะง่ามมา เป็นหมู่เกาะชายฝั่งชุมพรของจริง ผมเห็นเข้าไปถึงขั้นร้องเหวอ! ทีแรกคิดว่าไม่ยากเท่าไหร่ พอมาดูจริงๆถึงรู้ว่ายาก ผมพอรู้ว่าเกาะใหญ่สุดในบริเวณนี้คือ "เกาะเสม็ด" ที่ในอดีตเคยมีเรื่องของรมต.คนหนึ่ง พยายามฮุบที่บนเกาะแห่งนี้ เป็นที่ฮือฮากันมาก
บนเกาะเสม็ดมีสวนมะพร้าว มีแนวปะการังอยู่บ้างแต่ไม่ชัดนัก ผมเคยมาดำน้ำพบปะการังน้อยมาก เพราะเกาะแห่งนี้อยู่ใกล้ชายฝั่ง ตะกอนมีเยอะ ขนาดผมมองจากเครื่องบินยังเห็นน้ำเป็นสีเขียว แปลว่าน้ำขุ่น
เลยจากเกาะเสม็ดเป็น "เกาะสาก" ปะการังมีไม่มากแถมเกาะก็เล็ก ไม่มีคนอยู่บนเกาะ เราเลยบินข้ามไปสู่ "เกาะมาตรา" เกาะนี้แหละครับที่สำคัญ เพราะมีแนวปะการังยาวอยู่เกือบรอบเกาะ ตรงกลางเกาะมีชายหาดเล็กๆสั้นๆ ตรงนั้นเป็นรีสอร์ตเล็กๆ ที่ผมรู้ดีเพราะเคยขึ้นไปบ่อยครั้ง เนื่องจากเกาะมาตราเป็นจุดปล่อยหอยมือเสือของทีมงาน TalayThai.com ผมติดตามมาปล่อยทุกครั้ง ไม่อยากคุยว่าเคยปล่อยไปแล้วคนเดียวตั้ง 37 ตัว แม้จะน้อยกว่าอาสาสมัครคนอื่นๆ แต่ผมก็พยายามเต็มที่ มีปัญหาอย่างเดียวคือหอยมันบาดมือครับ
ใกล้ๆกับเกาะมาตราคือ "เกาะหลักแรด" ถ้านั่งเรือผ่านจะเห็นหัวเกาะเหมือนแรดมีนอ แต่มองจากทางอากาศแล้วดูไม่ค่อยออก เกาะนี้มีแนวปะการังบ้างแต่แคบๆ น้อยกว่าเกาะมาตราเยอะ
คราวนี้เราบินมาถึง "เกาะทองหลาง" เป็นเกาะขนาดใหญ่เห็นหาดทรายอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นชายฝั่งหินสูงชันมาก เกาะนี้มีแนวปะการังเยอะเช่นกัน สมัยก่อนผมมาสำรวจ พบปลาแปลกๆหลายชนิด แต่อยู่ไกลไปหน่อย เลยไม่ค่อยมีใครมาเที่ยว
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนมาเที่ยวเกาะแถวชุมพรน้อย เนื่องจากเกาะเหล่านี้อยู่ในเขตสัมปทานรังนก ไม่ให้ใครขึ้นไปบนเกาะ เพราะกลัวจะกวนนกจนไม่ยอมทำรัง แต่เท่าที่ผมทราบ ปีนี้นกทำรังน้อยลงมา จังหวัดชุมพรเก็บค่าสัมปทานได้ไม่กี่ล้านบาท จนต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจ เพราะกลัวเจอรังนกเถื่อน หมายถึงแอบเก็บขึ้นฝั่งโดยไม่เสียภาษี
ผมมาคิดดูแล้ว แม้จังหวัดจะได้เงินบ้าง แต่ถ้าเลือกเปิดเกาะบางแห่ง ไม่ต่อสัมปทานรังนก จังหวัดอาจได้เงินน้อยลง แต่ชาวบ้านอาจได้เงินมากขึ้น แถมยังมีการกระจายรายได้ ชุมพรจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เพราะถ้านับจำนวนเกาะกันแล้ว ไม่มีจังหวัดไหนที่อยู่ใกล้ๆกรุงเทพ จะมีเกาะใกล้ฝั่งเยอะขนาดนี้ แม้แถวเมืองชลบุรีจะมีเยอะ แต่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตฐานทัพเรือสัตหีบ
เราบินต่อมาทางใต้ใกล้ๆอำเภอสวี ตรงนี้เป็นที่ตั้งของเกาะสวยสุดในทะเลชุมพร มีชื่อเรียกว่า "เกาะรังกาจิว" ผมเคยได้ยินข้อมูลว่า พระพุทธเจ้าหลวงหรือรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสที่เกาะนี้ รวมทั้งสลักพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." ไว้บนหินที่เกาะนี้ ผมดูจากบนอากาศ น้ำทะเลใสเป็นสีฟ้า ผิดจากเกาะต่างๆที่เห็นเป็นสีเขียวตุ่นๆ แนวปะการังก็เห็นชัดมาก น่าจะมาลองดำน้ำดูเล่น ผมเลยกะไว้ว่า ถ้ามีโอกาสในอนาคต ผมจะชวนอาจารย์มาดำน้ำดูสักที
เราวนผ่านเกาะเล็กๆที่เหลือ เช่น "เกาะมะพร้าว" "เกาะรังห้า" ก่อนมุ่งหน้าเลียบชายฝั่งกลับฐานบิน ระหว่างทางผมเห็นป่าชายฝั่งสวยมาก บางแห่งเป็นป่าเลน แต่บางแห่งเป็นนากุ้ง มองจากฟ้าแล้วดูน่าเกลียดมาก เพราะเป็นที่โล่งๆโผล่ขึ้นมาระหว่างป่าสีเขียว
ผมมองไปมองมาได้สักครู่ เห็นนากุ้งร้างๆมีอาคารสีขาวๆอยู่ตรงกลาง สงสัยนักว่าเป็นอะไร? พอเครื่องบินผ่านผมเห็นชัดๆถึงรู้ว่านั่นคือ "ที่ทำการอุทยานฯหมู่เกาะชุมพร" ตั้งอยู่กลางนากุ้งร้าง ยิ่งมองไปข้างหลังยังเห็นนากุ้งอยู่อีกมาก มีเพียงขอบชายฝั่งถึงจะพบป่าชายเลน แต่ผมเคยเข้าไปที่อุทยานฯแล้วหลายครั้ง รู้ว่ารอบๆอาคารเหล่านั้นกำลังปลูกต้นโกงกาง คาดว่าในอีกหลายปีข้างหน้า คงจะกลายเป็นป่าอีกครั้ง
แต่ตอนนี้ถ้าใครจะไปก็ไม่ต้องกลัวไม่มีอะไรเที่ยว เพราะอุทยานฯทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตัดผ่านเข้าไปในป่าชายเลนแน่นทึบที่เหลืออยู่ เพื่อให้เยาวชนและคนไปเที่ยวได้มีโอกาสเห็นป่าอย่างใกล้ชิด ผมมองจากบนฟ้าเห็นไม่ชัด เนื่องจากป่าบังไว้หมด แต่เคยเข้าไปเดินเที่ยว เจอนกกับเจอลิงด้วยครับ
ช่างกล้องของเราชักปวดหัว แกถ่ายภาพไปได้หลายม้วน แต่ไม่รู้จะออกมาดีแค่ไหน เพราะท้องฟ้าหม่นมองไม่ค่อยเห็น แถมเรายังบินมาไกลมาก ใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมงแล้ว นักบินหันมามองคล้ายถามว่าไหวไหม? เมื่อเห็นว่าท่าจะแย่ เลยตัดสินใจบินกลับฐาน
พอลงมาถึงพื้น ผมเกิดอาการโคลงเคลงอยู่พักหนึ่ง เพราะนั่งฮ.มาเกือบสองชั่วโมง หลังจากร่ำลาคุณนักบิน ผมขับรถขาสั่นกลับเมืองชุมพร ต้องค่อยๆขับเพราะเกิดอาการเมาบก จนต้องแวะเข้ามาพักกินข้าวเที่ยงในเมืองชุมพรก่อน
ร้านที่ผมไปกินชื่อร้าน "เทียนชัย" อยู่ข้างๆตลาดกลางเมืองชุมพร ถามใครก็คงรู้จัก ร้านนี้ขายข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู คากิ ฯลฯ เป็นร้านขายดีมาก มีโต๊ะอยู่ 4-5 ตัวในร้านขนาดหนึ่งคูหา แต่ทำไก่ไว้ทีละหลายๆตัว ผมลองสั่งข้าวมันไก่มาชิม ไก่ที่นี่ตัวอ้วนแต่เนื้อไม่ค่อยฟ่าม กินแล้วอร่อยพอใช้
แต่ที่อร่อยกว่าข้าวมันไก่คือข้าวหมูแดง น้ำราดก็อร่อยดี แต่ที่อร่อยมากคือหมูแดงและหมูกรอบ ไม่แข็งแต่กรอบจริงๆ ผมแนะนำว่าถ้ามากินร้านนี้ คุณควรกินข้าวหมูแดงเข้าไว้ อย่าไปกินข้าวหน้าเป็ด เพราะไม่ค่อยอร่อยมากนัก กินแล้วรกท้อง กินข้าวหมูแดงสองจานดีกว่า
ถ้าไปกันหลายคน ผมมักสั่งหมูแดงและหมูกรอบมาเป็นจาน สั่งข้าวสวยต่างหาก เพราะรู้สึกว่าได้มากกว่า บางทียังสั่งให้ห่อกลับกรุงเทพฯ ถ้าเก็บดีๆเอาไปกินต่อได้หลายวัน
อาหารอีกอย่างที่อร่อยของชุมพรคือ "ก๋วยเตี๋ยวเป็ด" อยู่ตรงห้าแยก ถ้าไม่รู้จักลองถามชาวบ้านดูได้ คนชุมพรรู้จักร้านนี้ดีมาก แต่ผมไม่มีโอกาสกินเพราะเข้ามาเมืองสายไปหน่อย ร้านนี้ถ้าไม่มาเร็วๆประมาณสิบเอ็ดโมงโอกาสได้กินยากมาก
เป็ดที่นี่มีชื่อเสียงเพราะนุ่มเปื่อยเหลือทน แต่ทีเด็ดจริงคือน้ำซุป หวานอร่อยโดยไม่ต้องเติมผงชูรส ผมมาทีไรถ้ามีโอกาสจะพยายามเข้าไปเมืองให้ทัน ร้านนี้คนแน่นตลอดเพราะเป็นที่นิยมของคนชุมพรมาก
ครั้งนี้ได้นั่งฮ.ชมเมือง แถมด้วยอาหารอร่อยอีกสองร้าน คราวหน้าผมจะพาเข้าป่าบ้าง กำลังคิดอยู่ว่าจะไปเขาใหญ่ แต่ถ้าไม่มีโอกาส คงไปแถวบุรีรัมย์ เพราะมีงานรออยู่แล้วที่นั่น ยังไงพฤหัสฯหน้าลองอ่านกันนะครับว่า ผมจะพาคุณผู้อ่านไปที่ไหน สำหรับพฤหัสฯนี้ขอจบแค่นี้ก่อนครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.