![]() Last Update : Wednesday 25 April, 2001 11:43 PM |
|
อิ่มท้อง-คลองพนม
สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน พักผ่อนหย่อนใจกันมาเต็มที่แล้ว คราวนี้กลับมาสู่ชีวิตแบบปกติ ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นรีบกลับบ้านกันต่อ อ้อ..อย่าลืมแค่ว่า ทุกวันพฤหัสต้องอ่านอิ่มท้องท่องไทยของผม เตรียมไว้เป็นข้อมูลการท่องเที่ยวในครั้งต่อไปนะครับ
สำหรับพฤหัสนี้ ผมจะพาไปลุยอุทยานแห่งชาติเขาสกและอุทยานแห่งชาติคลองพนม ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งผมขับรถผ่านไปผ่านมาไม่รู้กี่สิบเที่ยว ทุกครั้งที่ผ่านใจมันร่ำร้องอยากจะแวะ บางครั้งถึงกับหลุดปากชวนน้องๆที่ไปด้วยแวะเที่ยว แต่ต้องผิดคำพูด เนื่องจากสถานการณ์ไม่อำนวย และเวลาผ่านเป็นช่วงเพิ่งกลับจากการดำน้ำ อุปกรณ์ต่างๆพะรุงพะรังเต็มหลังคารถ อุปกรณ์แคมป์ปิ้งไม่มีเลยสักชิ้น ผมมักโดนน้องๆโห่ฮิ้ว หาว่าใจไม่ถึงบ้าง คิดถึงลูกบ้าง ต่างๆนานา เวลาผมปฏิเสธที่จะแวะเข้าไป ครั้นตั้งใจชวนกันไปโดยเฉพาะ ก็หาโอกาสไม่ค่อยได้
พอดีช่วงสงกรานต์ปีนี้ ผมได้ไปเขาสกสมใจใฝ่ฝันมานาน พี่สาวคนเดิมที่ชวนไปเที่ยวดอยอินทนนท์ ไปได้บ้านพักที่อยู่หลักกิโลเมตรที่ 108 ชื่อ Khoa Sok Homestay เจ้าของเป็นพี่ของเพื่อนพี่สาวผม ซึ่งตอนนี้เปิดให้พักอย่างไม่เป็นทางการ คือส่วนใหญ่ผู้ที่มาพักเป็นเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง และบอกต่อๆกันไป ทำให้การบริการของที่นี่เป็นแบบกันเอ๊ง กันเอง เหมือนพักอยู่ที่บ้าน ส่วนเจ้าของบ้านน่ารักมาก ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและดูแลอย่างดี
คราวที่แล้วโดนต่อว่าเรื่องเส้นทางไม่ละเอียด เลยของแก้ตัวเอาแบบละเอียดๆหน่อยนะครับ เส้นทางลงใต้ที่สะดวกและไม่อ้อม คือสายธนบุรี-ปากท่อ หรือจากทางด่วน ลงทางพระราม 2 ตรงไปผ่านแสมดำ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม แยกวังมะนาว เลี้ยวซ้ายไปเพชรบุรี ถึงแยกทางเลี่ยงเมืองชะอำ-หัวหิน ตรงไปปราณบุรี ที่จริงเส้นนี้ถ้าเป็นวันธรรมดาผมไม่ใช้ เพราะถนนชำรุดเป็นส่วนมาก วิ่งกระโดกกระเดก ผมเลือกใช้เส้นทางไปชะอำผ่านหัวหิน เพราะทางทำใหม่ด้านละ 3 เลน จะเสียเวลาหน่อยตรงตัวเมืองหัวหิน และต่อจากหัวหินเป็น 2 เลน รถวิ่งสวนกัน แต่ยังไงทางก็ดีกว่าเยอะครับ
ตรงสี่แยกปราณบุรี ถ้าเราเลี้ยวซ้ายไปทางปากน้ำปราณฯ จากแยกประมาณ 100-200 เมตร มีร้านอาหารเล็กๆแต่อาหารอร่อยมาก ชื่อ"อนันต์โภชนา" อยู่ทางขวามือ ผมพาใครมากินร้านนี้ยังไม่เคยโดนต่อว่าสักราย ทุกคนชมกันทั้งนั้น ตั้งแต่พ่อตาแม่ยายของเพื่อนผม ไปจนเด็กสาววัยอยากลองอยากรู้ อ้อ...หมายถึงเด็กๆนิสิตที่ร่วมทริปกับผมน่ะครับ อาหารอร่อยขึ้นชื่อ มีปลากะพงผัดคึ่นฉ่าย เนื้อปูผัดผงกะหรี่ กรรเชียงปูนึ่ง ต้มยำกุ้ง กุ้งทอดกระเทียม ทุกอย่างสดๆใหม่ๆ เนื้อปูเนื้อกุ้ง หวาน นุ่มเหนียว เคี้ยวอร่อย ปลาหมึกแดดเดียวก็อร่อย แต่ต้องฟันดีๆหน่อยนะครับ มีอย่างนึงอาจไม่ค่อยอร่อยโดนใจเท่าไหร่ อาหารพวกยำ ที่นี่ยำแบบน้ำยำน้อย แห้งๆ รสไม่จัดมาก อาจไม่ถูกใจคอยำๆทั้งหลาย แต่ถ้าเป็นน้ำจิ้มอาหารทะเลที่นี่รสชาติใช้ได้
จากปราณบุรี ตรงไปประจวบ เข้าชุมพร ผ่านไปจังหวัดสุราษฎร์ ซึ่งตอนนี้เราอยู่บนทางหลวงหมายเลข 41 ให้ตรงไปสี่แยก มีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปตะกั่วป่า หรือถนนหมายเลข 401 ให้เลี้ยวขวา ตรงไปทางนี้ผ่านอ.บ้านตาขุน ทางเข้าเขื่อนรัชชประภา อ.พนมใต้ ให้สังเกตหลักกิโลเมตรและป้ายบอกทาง ไปอำเภอตะกั่วป่านะครับ และขณะนี้เรายังอยู่บนทางหลวงหมายเลข 401 ให้ขับรถต่อไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 108 ก็จะถึงที่พักมีป้ายบอกชื่อ Khao Sok Homestay ถ้าตรงต่อไปอีก 1 กิโลเมตร ถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสก
การเที่ยวครั้งนี้เหมือนซื้อ 1 แถม 1 เพราะมีอุทยานแห่งชาติ 2 แห่งใกล้กัน และเขตแบ่ง คือ ถนนสายที่เรามาเส้นนี้ คือ ถ้ามาจากสุราษฎร์ธานี ฝั่งซ้ายเป็นอุทยานฯคลองพนม ฝั่งขวาเป็นอุทยานฯเขาสก ดังนั้นการเที่ยวครั้งนี้ผมจะเล่าเป็นอุทยานฯแต่ละแห่ง เพื่อจะได้ไม่สับสน และอีกอย่างหนึ่งที่พักของผมอยู่ฝั่งอุทยานฯคลองพนม ผมจึงเที่ยวอุทยานฯนี้ก่อน
หลังจากเดินทางมาถึงโดยปลอดภัยและสวัสดิภาพ ตามที่ป้ายรายทางเขียนอวยพรไว้ พักผ่อนพอหายเหนื่อย ผมเริ่มท่องอุทยานฯโดยเดินขึ้นเขาไปชมดอกบัวผุดเป็นอันดับแรก เราเดินออกจากบ้านไปประมาณ 200 เมตร ถึงหน่วยรักษาการณ์ของอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการให้คำแนะนำเส้นทางเดินขึ้นไปชมดอกบัวผุด แต่ผมฟังเจ้าหน้าที่อธิบายแล้วชักไม่มั่นใจ เพราะทางช่วงแรกๆ ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากต้องเดินผ่านสวนผลไม้ และสวนยางพาราของชาวบ้าน สวนผลไม้ดูไม่เท่าไหร่ แต่สวนยางพาราจะมีเส้นทางหลายสาย เพราะชาวบ้านใช้เดินไปกรีดยางทุกวัน เส้นทางจึงดูคล้ายๆกัน ไม่รู้เส้นไหนไปดูดอกบัวผุด เส้นไหนเข้าสวน แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วง เพราะตรงหน่วยฯจะมีชาวบ้านมานั่งคอยเป็นไกด์ให้ คิดคนละ 200 บาท พาไปและพากลับ ไม่รู้ไปขาเดียวคิดครึ่งราคารึเปล่า ผมเองก็ลืมถาม เพราะไม่ได้เป็นคนติดต่อและจ่ายเงิน
ไกด์ของเราเป็นเด็กหนุ่ม เพิ่งปลดประจำการณ์จากทหารเกณฑ์ ชื่อ สมชาย อักษรทิพย์ เป็นคนที่นี่โดยกำเนิด ไกด์พาเราเดินผ่านสวนชาวบ้าน ซึ่งผมประมาณว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทาง เส้นทางขึ้นเขาลงเขาอยู่ประมาณ 3 กิโลเมตร ระหว่างทางไกด์จะคอยบอกให้ระวังหนามของต้นหวาย ต้นระกำ และต้นรังตัง ซึ่งผมว่าคล้ายๆ ต้นตำแย เป็นเถาวัลย์ ถ้าโดนบริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ จะไม่เป็นไร แต่ถ้าโดนตามแขนจะคันมาก พอเข้าเขตป่า เริ่มมืดครึ้ม มีน้ำค้างหยดแหมะตลอด ทางเดินชื้นแฉะเหมือนฝนเพิ่งตก ผมไม่เคยเดินป่าทางภาคใต้ เลยกลัวพวกทากนิดหน่อย ไม่รู้จะมาเยี่ยมเยียนเมื่อไหร่ แต่น้องสมชายบอกว่า ไม่ต้องกลัว เพราะเส้นทางนี้วันๆหนึ่งมีคนเดินไม่ต่ำกว่า 100 คน ที่มาชมดอกบัวผุด แต่ถ้าเดินออกนอกเส้นทางก็ไม่แน่ หลังจากคุยกันไม่นาน ผมได้ทากมาตัวหนึ่ง แต่ยังไม่ทันกัดเพราะคอยดูอยู่เสมอ ที่โดนก็เพราะลุยเข้าไปดูนกร้องอยู่ในป่าข้างทาง นกที่นี่ผมได้ยินแต่เสียงร้อง จะเห็นก็แวบเดียว เลยไม่รู้ว่าเป็นชนิดไหน
เราเดินไปจนถึงบริเวณดอกบัวผุดบาน เห็นดอกบัวผุดขนาดใหญ่มาก มีกลีบสีแดง 5 กลีบ จากปลายกลีบหนึ่งไปยังปลายกลีบหนึ่งประมาณ 80 เซนติเมตร มีแมลงวันตอมหึ่งๆ รูปร่างคล้ายโอ่งใบเล็ก ข้างในมีเกสรคล้ายฝักบัว แต่มีหนามยาวขึ้นเต็มฝักนี้ บัวผุดเป็นพืชกาฝากชนิดหนึ่ง อาศัยน้ำเลี้ยงจากไม้เถา และเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย ข้างๆดอกบาน มีดอกที่ยังไม่บานอีกหลายปม ดูเหมือนกะหล่ำปลี น้องสมชายบอกว่า แต่ก่อนชาวบ้านเอาเตะแทนลูกบอล หรือต้องเอาเท้าเขี่ยเพราะมีอยู่เยอะเกินไป ไม่รู้โม้รึเปล่า
ตอนเดินขากลับ ได้ยินเสียงร้องช้าๆและถี่เร็วตอนปลาย คล้ายตีกลองเพล น้องสมชายว่า เสียงนกชนหิน ซึ่งเป็นนกเงือกชนิดที่มีเฉพาะภาคใต้เท่านั้น ผมพยายามหาต้นตอของเสียงก็ไม่สำเร็จ ใบไม้หนาแน่นมาก กลับจากดูดอกบัวผุด ผมมากินข้าวที่บ้าน แม่ครัวทำก๋วยเตี๋ยวผัดไทยรออยู่ พอเราไปถึง เจ้าของบ้านจัดแจงปูเสื่อใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธาร โรแมนติกดี กินอิ่มนอนเล่นให้หายเมื่อย ขับรถต่อ ไปเที่ยว วัดถ้ำวราราม
วัดถ้ำวราราม เป็นถ้ำที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นทางน้ำผ่านลงไปสู่คลองสก เมื่อเดินผ่านเข้าไปในถ้ำ จะทะลุไปอีกด้านหนึ่งซึ่งติดกับคลองสก ตรงท่าน้ำมีปลาตะเพียนแดง หรือชาวบ้านเรียกว่า ปลาลำปำ จำนวนเป็นพันๆตัว ว่ายรอให้คนหว่านอาหารอยู่ จากถ้ำนี้มีเส้นทางเดินต่อไปถ้ำแก้วที่มีชื่อเสียงของอุทยานฯคลองพนม ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างเส้นทางผ่านป่าที่หนาแน่น และบางช่วงเป็นเขาสูงชันต้องปีนป่ายพอเหงื่อซึม ที่จริงไม่ว่าเส้นชมดอกบัวผุดหรือไปถ้ำแก้ว ผมเหงื่อแตกจนเสื้อเปียกเหมือนกัน เมื่อเริ่มเข้าสู่ถ้ำและเดินทางขวามือไปเรื่อย จะพบหินงอกหินย้อย รูปร่างแปลกตามากมาย และมีป้ายบอกชื่อตามจินตนาการ เช่น เกร็ดแก้ว ห้องฤาษี ห้องม้าน้ำ จนถึงห้องสุดท้ายมีหินงอกลักษณะคล้ายหม้อยา จึงได้ชื่อว่า ห้องหม้อยา หินงอกหินย้อยส่วนใหญ่มีแสงระยิบระยับ คล้ายเกร็ดแก้ว เลยได้ชื่อว่า "ถ้ำแก้ว" นั่นเอง
หลังจากเดินมาจนทั่วถ้ำแก้ว ย้อนเดินกลับมาทางเดิม ตรงท่าน้ำที่เราผ่านตั้งแต่ขาไป มีบริการเรือแคนู พาล่องตามคลองสก คิดค่าบริการลำละ 650 บาทถึง 1,000 บาท มีคนพายให้ด้วย แต่ผมเดินกลับมาถึงตอนที่เย็นมากแล้วเลยไม่ได้ลองใช้บริการดู
อุทยานแห่งชาติคลองพนมยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง สามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ประจำอุทยานฯได้ เช่น จุดชมวิวซึ่งอยู่ด้านข้างของที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 700-800 เมตร จากจุดนี้มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเขาสกที่สลับซับซ้อน ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์เขียวชะอุ่มตลอดปี และถ้าได้มาชมในตอนเช้าจะเห็นหมอกที่ปกคลุมขุนเขาแห่งนี้ จนเรียกว่าเป็นทะเลหมอกขนาดย่อมๆ ได้
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 3 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ไม่ควรพลาดถ้ามาถึงอุทยานฯแห่งนี้แล้ว เส้นทางเป็นป่าดิบชื้น แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของใบไม้ได้เพียงเล็กน้อย ทำให้อากาศเย็นสบาย ถึงแม้อากาศก่อนทางเข้าจะร้อนอบอ้าว ป่าดิบชื้นของทางภาคใต้นี้ คุณควรสังเกตรอบๆตัวและตามพื้นดิน กิ่งไม้ล้ม จะพบเห็ดต่างๆ ซึ่งมีรูปร่างและสีสันสวยงาม แอบซ่อนอยู่ระหว่างทาง ไม่ควรรีบเร่งการเดินทาง นอกจากทำให้เหนื่อยแล้ว ความแปลกและความสวยงามจะถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
ระหว่างเส้นทางนี้ จุดที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ ป่าไผ่ "เฉียงรุน" ซึ่งเป็นไม้ไผ่พันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก เส้นรอบวงที่วัดได้ประมาณ 80 เซนติเมตร ขึ้นกระจัดกระจายกินพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ไผ่ชนิดนี้พบเพียงแห่งเดียว คือที่อุทยานฯแห่งนี้ ชาวบ้านรู้จักและนำมาใช้ประโยชน์นานแล้ว หน่อไม้มีรสชาติอร่อย เนื่องจากลำต้นที่มีขนาดใหญ่ เมื่อถูกตัดโค่นล้มในการฟันแบบเฉียงๆ และต้องใช้กำลังรุน (เข็น) จึงทำให้ชาวบ้านเรียกชื่อไผ่นี้ว่า เฉียงรุน
ผมพักที่เขาสกโฮมสเตย์ เลยฝากท้องไว้ที่นี่ทุกมื้อ เช้าตื่นมา มีอาหารจัดไว้ให้เรียบร้อย ไส้กรอก ขนมปัง สลัดผัก ข้าวต้มเครื่อง ไก่ทอด ข้าวเหนียว มันฝรั่งทอด ขนมครกหน้าต่างๆ ที่อร่อยสุดเป็นขนมครกหน้าหมู กลางวัน ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก ฯลฯ มื้อเย็น หมูคั่วกลิ้ง (ใช้น้ำพริกแกงเผ็ด ผัดน้ำมันจนหอม ใส่หมูสับลงผัดจนแห้ง กลิ้งไปกลิ้งมา) ปลาทอด น้ำพริกกะปิ ผักเหนาะ (ผักจิ้มกับน้ำพริกหลายๆอย่าง เช่น มะเขือไข่เต่า ยอดมะม่วงหิมพานต์ ลูกฉิ่ง เป็นต้น) แกงเผ็ดไก่ แกงไตปลา ไก่บ้านต้มน้ำปลา แกงส้มปลามง ซี่โครงหมูย่าง ถ้าใครมาพักที่นี่แล้วไม่เดินเที่ยว มีหวังต้องกลิ้งกลับบ้าน
ถ้าคุณผู้อ่านสนใจอยากพักที่นี่ติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 01-2136367, 01-7537621, 01-4960171 หรือ E-mail : Khaosok-homestay@hotmail.com
บ้านที่พักมีให้เลือก พักได้ 6 คน 2 หลัง, พักได้ 4 คน 1 หลัง, พักได้ 10 คน 1 หลัง ราคา คนละ 500 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ
แต่ถ้าพักบ้านพักของอุทยานฯพักได้ที่อุทยานฯเขาสก อุทยานฯคลองพนมยังไม่มีบ้านพัก ติดต่อจองบ้านพักได้ที่ กรมป่าไม้ หมายเลขโทรศัพท์ 02-5795734, 02-5797223, 02-5614292-3 ต่อ 724,725 หรือ โทร.มาจองที่อุทยานฯเขาสก 077-299151
บ้านพักอุทยานฯ มีให้เลือก 3 แบบ คือ เสน่ห์เนินสูง พักได้ 5-6 คน ราคาคืนละ 800 บาท, ค่ายพัก พักได้ 30 คน ราคา 900 บาท, บ้าน 3,4 พักได้ 8-10 คน คืนละ 1,000 บาท, กางเต๊นท์ 30 บาท อยู่ได้ตลอดจนกลับ แต่ต้องนำเต๊นท์มาเอง ทางอุทยานฯไม่มีบริการให้เช่า
หรือถ้าคุณต้องการเลือกที่พักที่อื่นก็มีอีกมากมาย ระหว่างทางเข้ามีรีสอร์ทรวมๆแล้วประมาณ 20 กว่าแห่ง มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 150 บาทไปจนถึง 1,500 บาท ที่ใกล้ที่สุดและติดอุทยานฯ ชื่อ Three Top มีบ้านบนต้นไม้ด้วย ราคาคืนละ 500 บาท มีอยู่ 3 หลัง ตามชื่อรีสอร์ท นอกนั้นเป็นบ้านชั้นเดียว ผสมบ้านเรือนแถวมีให้เลือกตั้งแต่ราคา 400-700 บาท
ฉบับนี้พาคุณผู้อ่านเที่ยวอุทยานแห่งชาติคลองพนมก่อน ฉบับหน้า ผมจะเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสก และล่องเรือที่เขื่อนเชี่ยวหลานครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.