![]() Last Update : Wednesday 11 April, 2001 2:43 PM |
|
นอนแพเมืองกาญฯ
สวัสดีครับ พรุ่งนี้วันสงกรานต์แล้วนะครับ คุณผู้อ่านไปเที่ยวไหนกันบ้าง ผมเจอใครก็ถามไปเรื่อย อากาศร้อนแบบนี้ ออกจากกรุงเทพไปหาที่เที่ยวกันดีกว่า ผมแนะนำจังหวัดกาญจนบุรีไว้สำหรับผู้ที่ยังหาที่เที่ยวไม่ได้ สำหรับผู้ที่มีที่ไปกันแล้วก็อ่านเรื่องของผมไว้เพลินๆ แล้วเก็บไว้ไปวันหลังได้ครับ
จังหวัดกาญจนบุรีมีสถานที่เที่ยวแก้ร้อนได้หลายแห่ง แต่ถ้าไม่รู้หลักอาจร้อนตายแถวเมืองกาญฯ เพราะจังหวัดนี้ร้อนสุดในเมืองไทย เราต้องไปหาน้ำตามเขื่อน
เขื่อนที่ชาวเราเที่ยวกันมี 2 เขื่อน คือ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนเขาแหลม มีเรือนแพบริการราคาไม่แพงมาก ผมเคยไปที่อำเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนศรีนครินทร์หลายครั้ง เพราะติดใจ วิวสวย น้ำใส เล่นได้ทั้งวันเพราะเป็นน้ำจืด (น้ำทะเลเล่นทั้งวันไม่ได้หรือครับ? - บก.)
การเดินทางไม่ยาก ใช้เส้นทางกรุงเทพ-นครปฐม ไปตามทางที่จะไปราชบุรี แต่ก่อนถึง สังเกตว่ามีทางแยกบายพาสเขียนว่าไปกาญจนบุรี ให้คุณเลี้ยวซ้ายขึ้นบายพาสนี้ หรือถนนหมายเลข 323 เส้นทางนี้ผ่านบ้านโป่ง ท่าม่วง เข้าตัวเมืองกาญจน์ ตรงไปตามเส้นทางนี้เลย จะแวะพักหาของกินแถวเมืองกาญฯก่อนก็ไม่เป็นไร โดยเฉพาะเหล้าควรซื้อเตรียมไปจากในเมือง เพราะข้างนอกอาจหารสเหล้าที่ถูกใจเรายากหน่อย
เลยตัวเมืองไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะมีทางแยก ให้คุณไปตามทางหมายเลข 3199 เส้นทางนี้จะผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนศรีนครินทร์ ตามเส้นทางจะผ่านน้ำตกเอราวัณ แวะเที่ยวน้ำตกก่อนก็ได้ เสียเวลาตั้งแต่สองชั่วโมงถึงหนึ่งวัน ขึ้นกับว่าคุณจะขึ้นไปถึงชั้นไหน ผมจะเก็บเรื่องไว้เล่าในวันหน้า
ถ้าคุณไม่แวะก็ตรงต่อไปเขื่อนศรีฯ ระหว่างทางมีที่พักเป็นรีสอร์ทและแพหลายแห่ง หม่องกระแทะเป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมชมชอบ ส่วนใหญ่เป็นพวกนักตกปลา เพราะที่นี่มีปลาหลายชนิดชุกชุม เช่น ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลายี่สกเทศตัวใหญ่ๆ ฯลฯ
เลยหม่องกระแทะไม่นานจะถึงท่ากระดาน ที่นี่คุณสามารถติดต่อที่พักหลายแห่ง เช่น แพลำเขางูหรือแพทับเสลา แพพวกนี้ต้องนั่งเรือไปแต่เล่นไม่ยาก เพราะมีเรือบริการจากท่าไปแพ แต่ถ้าคุณต้องการขับรถไปให้ถึงตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ ให้เลี้ยวขวาก่อนเข้าท่ากระดาน ตรงไปอีกประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร ถึงแพขนานยนต์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "เท้ง" ที่ตำบลแม่สะมุ่น
การขึ้น "เท้ง" ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทาง ไม่ต้องขับรถอ้อมอีกประมาณ 60 กิโลเมตร แถมถนนสายนั้นปกติไม่ค่อยมีคนใช้ จัดว่าค่อนข้างเปลี่ยวมาก แนะนำให้ขึ้นเท้งชัวร์กว่าเยอะ ค่าเท้งทั้งรถและคนราคา 40 บาท ตรงบริเวณท่าขึ้นแพขนานยนต์ มีร้านขายไก่ย่างรสชาติอร่อยใช้ได้ ควรแวะซื้อเก็บไว้กินระหว่างพักที่แพ หรือไว้กินมื้อกลางวัน
เท้งจะใช้เวลาข้ามประมาณ 15-20 นาที ทุกคนควรออกมาชมวิวนอกรถ เพราะวิวทั้งสองข้างสวยงามมาก และอีกอย่างถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ติดอยู่ในรถ เพราะน้ำช่วงนี้ตื้นสุดประมาณ 20 กว่าเมตรเท่านั้น เดี๋ยวเท้งจะชนภูเขาน้ำแข็งแล้วกลิ้งโคโร่เหมือนไตตานิค คุณจะพลอยจมไปกับรถ
ผมมาที่นี่ครั้งแรก พักกับแพของคนรู้จัก แต่ก่อนแกเลี้ยงกุ้งกุลาดำอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตอนแรกก็ประสบความสำเร็จดี แต่ระยะหลังเกิดปัญหาเรื่องโรคกุ้ง เลยหันมาลองเลี้ยงปลาบู่กระชัง แกไปสำรวจตามแหล่งน้ำต่างๆหลายแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนเหมาะเท่าที่นี่ ผมมากินมานอนมาพักกับแก เอาปลาบู่มาต้มยำบ้าง นึ่งบ้าง เล่นของแกไปหลายกิโลกรัม
ผมว่าปลาบู่นี่เป็นปลาน้ำจืดที่อร่อยที่สุด เนื้อละเอียด แน่น หวาน และมีเนื้อมาก เวลาทำให้สุกจะต้องใช้เวลานานกว่าปลาอื่นๆ แต่นานแค่ไหนก็จะรอ โดยเฉพาะของฟรีไม่มีพลาด
บริเวณที่ผมเคยพัก ยังมีปลาหลายชนิด ผมเคยตกได้ปลาหมอตาลหรือปลาหมอช้างเหยียบตัวโตๆ เอามาทอดกระเทียมอร่อย ปลากระสูบแล่เอาแต่เนื้อ สับให้ละเอียด รวนกับน้ำเดือดจัดจนสุก คลุกข้าวคั่ว ใส่น้ำปลา มะนาว พริกป่น ชูรสนิดหน่อย ทำลาบปลากระสูบ ใครกินก็ติดใจ หรือทำทอดมันปลากระสูบก็อร่อย ขูดเอาแต่เนื้อปลา ใส่ครกตำให้เนื้อเหนียว คลุกกับน้ำพริกแกงเผ็ด น้ำปลา ใส่ถั่วฝักยาวหั่นฝอยก็ได้ เอามาทอด เหนียวหนุบไม่แพ้เนื้อปลากราย
ผมไปเยี่ยมแกหลายครั้ง จนแกต้องย้ายแพหนี แหะ แหะ ไม่ใช่หรอกครับ เรื่องคือว่า แพของชาวบ้านที่นี่ ส่วนใหญ่จะใช้ผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ที่จมน้ำตายเหลือแต่ยอดโผล่พ้นน้ำ และพยายามเลือกบริเวณที่หลบลม แต่แพที่ผมอยู่ ลุงต้องการให้มีการไหลผ่านของน้ำมากที่สุด เพราะกระชังปลาจะได้น้ำที่สะอาดตลอดเวลา ตำแหน่งของแพจึงอยู่ตรงร่องหุบเขา เวลาเกิดลมพายุพัดจะรุนแรงมาก ผมเคยมาพักช่วงเกิดลมพายุพอดี น้ำที่เห็นเรียบๆ กลายเป็นลูกคลื่นลูกใหญ่ ไม่แพ้คลื่นในทะเลทีเดียว ลมแรงมาก ตัวแพโยกขึ้นโยกลง เหมือนจะแตกให้ได้ ข้าวของถ้าเก็บไว้ไม่ดี ปลิวตกน้ำหมด หลังคาที่มุงด้วยจากบ้าง สังกะสีบ้างเปิดหมด หลังจากลมสงบต้องมาซ่อมกันหมดไปหลายตังค์ เลยต้องหลบไปหาที่สงบกว่านี้
หลังจากที่แกเลิกเลี้ยงปลาบู่ เพราะไม่มีเวลามาดูแล ต้องคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างจันทบุรี-เมืองกาญฯจนหมดแรง ผมเลยต้องหาแพพักใหม่ อยู่ใกล้ท่าแพขนานยนต์ พอลงจากเท้ง ขับรถต่อมาไม่ถึงกิโลเมตร จะเห็นร้านขายของร้านใหญ่ ร้านนี้ทำน้ำแข็งขายด้วย รู้สึกจะเป็นร้านเดียวที่ทำน้ำแข็งขายของอำเภอศรีสวัสดิ์ เจ้าของร้านมีแพให้พักด้วยคิดคนละ 150-200 บาท บนแพแบ่งเป็นห้องๆ ห้องหนึ่งนอนได้ 2-3 คน มีพัดลมให้ทุกห้อง คนที่พักสามารถทำอาหารกินเองได้เพราะเขามีอุปกรณ์ เครื่องครัวครบ เพียงแต่คุณเตรียมของดิบและเครื่องปรุงต่างๆมาเอง หรือถ้าคุณไม่ทำเองก็สั่งให้เขาทำให้ก็ได้ แต่ผมว่าจะให้ดี ควรทำเองเพราะนอกจากจะสนุกสนานแล้ว จะช่วยให้เรามีกิจกรรมทำเพลินๆ โดยเฉพาะคนอกหักเหมาะมาก ไม่งั้นมัวแต่นั่งมองน้ำ เผลอๆผีดลใจจะพาจมน้ำตายเสียเปล่าๆ
ถ้าคุณอยากกินปลาสด ผมแนะนำให้คุณขับรถไปที่ตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆคล้ายหมู่บ้านใหญ่ๆแห่งหนึ่งเท่านั้น พอถึงอำเภอถามทางว่าแพปลาไปทางไหนแม่เอ๊ย? เดี๋ยวก็จะมีคนชี้ทางบอกไปเอง แพปลาจะอยู่ติดกับริมน้ำ มีอยู่ 2 ร้านด้วยกัน สังเกตง่ายเพราะมีถังแช่ปลาขนาดใหญ่อยู่หน้าร้าน ปลาที่ขายส่วนใหญ่เป็นปลานิล แต่ต้องเรียกให้ถูกว่าคุณปู่ปลานิล เพราะแต่ละตัวขนาดไม่ต่ำกว่า 1.5 กิโลกรัม ใครที่ไม่ชอบปลานิล จะกินปลาอื่นให้พิสดารยิ่งขึ้นก็ได้ เช่น ปลาชะโด ปลากด ปลากระสูบ ปลาแรด ปลากราย ฯลฯ
ผมจะบอกวิธีทำปลาให้อร่อย เริ่มจากปลานิลก่อนแล้วกัน เทคนิคง่ายๆคือเอามาทอดราดพริก เริ่มจากนำปลานิลมา บั้งให้ดีเพราะตัวใหญ่เดี๋ยวเนื้อข้างในไม่สุก ทาเกลือพริกไทยตากแดดไว้ให้แมลงวันวางไข่สักนิด ซื้อตอนเช้าตากถึงบ่ายกำลังสวย จากนั้นนำปลาไปทอด ใช้ไฟแรงๆ ทอดให้กรอบ สำหรับน้ำจิ้มถ้าทำไม่เป็น ใช้น้ำจิ้มไก่ย่างนั่นแหละครับ ง่ายที่สุดเลย
ปลาช่อนต้องทำคนละอย่างกับปลานิล ไม่งั้นเดี๋ยวคนกินเค้าหาว่าเราไม่มีวิวัฒนาการ ผมชอบนำมาผัดฉ่า เทคนิคคือตำพริกสดกับกระเทียมให้ละเอียด ผัดกับน้ำมันจนหอม สำหรับปลาให้นำไปหั่นเป็นแว่นๆ โยนโครมตามลงไปในกระทะ เติมน้ำปลาและน้ำมันหอย ผงชูรสนิดหน่อย ถ้าไม่ชอบกินก็ใช้น้ำตาลแทน เมื่อปลาใกล้สุกให้ใส่ใบมะกรูดลงไปนิดหน่อย จากนั้นผัดต่อจนสุก ตักขึ้นมากินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยดี
ถ้าเป็นปลาแรดตัวใหญ่ บั้งแล้วคลุกพริกไทกระเทียม ใส่เกลือผึ่งไว้เหมือนปลานิล ระหว่างนั้นให้เอากระเทียมมาแกะแล้วสับให้ละเอียด พอทอดปลาเสร็จ ค่อยเอากระเทียมลงเจียวให้หอม ก่อนตักราดลงบนตัวปลา แล้วทำน้ำจิ้มอร่อยๆ สักชุด แค่นี้ก็แซ่บแล้ว
เราอาจดัดแปลงให้พิสดารยิ่งขึ้น เช่น ปลาแรดทรงเครื่อง ทุกอย่างเหมือนกัน แต่เราทำเครื่องต่างหาก เมื่อทอดปลาเสร็จ เหลือน้ำมันในเตาไว้นิด เอาน้ำใส่ผสมลงไป ใส่แป้งนิดหน่อย เคี่ยวไปเรื่อยๆ ใส่ต้นหอม ถ้าหาซื้อเห็ดได้ หั่นเห็ดเป็นแว่นๆใส่ตามลงไป จะเป็นเห็ดฟางหรือเห็ดหอมก็ได้ ตามด้วยหมูบะช่อสักหนึ่งกำมือ เคี่ยวพอเหนียวอย่าให้ไหม้ เอามาราดลงบนปลาแรดที่ทอดไว้เรียบร้อยแล้ว แค่นี้ก็เป็นปลาทรงเครื่อง
ยัง...แค่นั้นยังไม่พอ ผมจะแถมเทคนิคทำปลาแรดน้ำแดง ทอดปลาเหมือนเดิมเลย แต่แทนที่เราจะเคี่ยวน้ำมันกับน้ำ ให้ใช้ซอสมะเขือเทศแทน ใส่ไปสักหนึ่งขวด ปรุงรสด้วยน้ำตาลอีกหน่อย เกลืออย่าใส่เพราะซอสมะเขือเทศเค็มอยู่แล้ว เดี๋ยวจะไม่ดีต่อไต ปลาแรดน้ำแดงสูตรผมไม่ใส่ต้นหอมหรือเห็ด ไม่ใส่เครื่องปรุงอื่นด้วย ใส่แต่ซอสมะเขือเทศราดลงไปสวยดี
เปลี่ยนจากปลาแรดเป็นปลากด เอาไปทอดไม่อร่อย ต้องใช้เทคนิคลวกจิ้ม เริ่มจากนำปลามาแล่ เอาแต่เนื้อก้างไม่เอา จากนั้นต้มน้ำแล้วใส่ข่ากับตะไคร้ลงไปพอดับกลิ่นคาว ต้มให้น้ำเดือดจัด ก่อนเอาปลาลวกจนสุก จะทำเป็นหม้อไฟก็ได้ แจกตะเกียบคนละคู่ จิ้มกันให้สนุก ข้อสำคัญคือน้ำจิ้มต้องอร่อย ทำได้ง่ายโดยซื้อเต้าเจี้ยวมาหนึ่งขวด ผสมกับน้ำมะนาว เติมน้ำตาลนิดหน่อย ใส่พริกขี้หนูสด ชิมรสให้พอดีตามชอบ ปลากดพวกนี้ถ้าสดจริงๆ เนื้อจะหวานหนังหนาเคี้ยวหนึบๆ อร่อยจริงๆ ครับ ถ้าได้แกล้มกับเหล้าหรือเบียร์อีกหน่อย รับรองจิ้มจุ่มกันเพลิน
หากใครอยากอยู่ใกล้อาหารการกิน แถวแพปลาก็มีที่พัก ราคาพอๆ กับที่ผมแนะนำไปตอนต้น เมื่อเทียบกันแล้วได้อย่างเสียอย่าง เพราะแพแห่งแรกจะอยู่ใกล้โรงน้ำแข็ง กินเหล้าผสมโซดาอร่อย แถมยังอยู่ในเวิ้งเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ไม่ค่อยพลุกพล่าน แต่ที่พักแถวแพปลาจะอยู่ริมตลิ่งโล่งๆ ไม่มีเวิ้งไม่ค่อยเป็นส่วนตัว แม้จะมีปลากินตลอดเวลา แต่ผมมักเลือกอยู่แพแห่งแรก เพราะชอบกินเหล้ามากกว่ากินปลา น้ำแข็งนี่สำคัญมาก ถ้าหมดแล้วเหล้าร้อนกินไปปากพองไม่อร่อยครับ
กิจกรรมที่คุณทำได้ระหว่างอยู่แพ หลังจากกลางคืนกินเหล้าให้สนุก กินเหล้าบนแพริมน้ำอร่อยเหาะ ตื่นมาแฮ้งค์สักเก้าโมงเช้า ขับรถไปซื้อปลากับซื้อข้าวกิน มื้อเช้ามื้อกลางวันรวบรวมกันเป็นมื้อเดียว พอตอนบ่ายก็ลงมือเตรียมอาหารไว้ จากนั้นไปเล่นน้ำ หาห่วงยางแถวนั้นได้เยอะแยะ ถามเจ้าของแพเค้าก็ได้ ว่ายน้ำไปเรื่อยๆ ให้สนุก ยิ่งถ้ามาเป็นหมู่คณะยิ่งเล่นน้ำมันส์ ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครมาเที่ยวแพกันสองคน เพราะจะเหงาและน่าหวาดเสียวมาก
เล่นไปเรื่อยๆ จนใกล้เย็น ขึ้นไปบนแพเตรียมทำอาหาร พอค่ำก็เสร็จ ได้นั่งกินเหล้าต่อ ชีวิตวนเวียนอย่างนี้สักสองสามวัน คุณจะรู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่ต้องไปเที่ยวไหนให้วุ่นวาย เพราะไงๆ ก็ไม่มีที่ให้เที่ยวอยู่แล้ว
ถ้าคุณอยากมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น อาจลองไปเที่ยวตามจุดต่างๆ ไปตกปลาก็ได้ แต่ต้องไปเช้าๆหรือบ่ายๆ ตอนเที่ยงอย่าไปปลาไม่กินเบ็ด เรือพวกนี้เช่าได้แถวแพปลา ไปกับเรือชาวบ้านจะสะดวกกว่า เพราะเค้ารู้แหล่งตกปลา ไม่เหมือนพวกเราคนกรุง
เอาล่ะครับ เรื่องเที่ยวเขื่อนเมืองกาญฯจบไว้แค่นี้ หวังว่าทุกคนคงมีความสุขกับการเที่ยวในวันสงกรานต์ ผมจะไปเที่ยวแถวเขาสก กลับมาอาทิตย์หน้าคงได้อ่านเรื่องสนุกๆ กัน ลองติดตามนะครับ
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.