![]() Last Update : Thursday 29 March, 2001 2:26 AM |
|
เที่ยวปราสาทพนมรุ้ง
ตั้งแต่ผมเขียนแนะนำพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวที่ต่างๆ ทุกเรื่องจะไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีกฏเกณฑ์ แต่ช่วงนี้มีงานหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นงานประจำปีของจังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมถึงวันที่ 1 เมษายน บอกแค่นี้หลายคนคงอาจร้องอ๋อ!!? จะชวนไปเที่ยว "งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง" ใช่มั้ยล่ะ? หากคุณดูจากโฆษณา ไม่ว่าจากนิตยสารหรือทางทีวี จะรู้สึกว่าจัดได้ยิ่งใหญ่น่าไปมาก
ผมเคยไปปราสาทพนมรุ้งมาแล้ว 3 ครั้ง หนแรกไปกับครอบครัว ตอนที่ไปก็รู้สึกถึงความแปลกใหม่ ได้ไปเดินดูความสวยงามที่มาจากความสามารถของคนโบราณ ความรู้สึกนี้คงคล้ายกับคนอื่นๆที่ได้เข้าไปสัมผัสกับโบราณสถานต่างๆ ทำให้อยากระลึกชาติว่าสมัยนั้นความเป็นอยู่จะมีสภาพแบบไหน? การก่อสร้างปราสาททำกันได้อย่างไร? แต่ตอนนั้นก็คิดอย่างคร่าวๆ เพราะไม่มีความรู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้อย่างเดียวว่าที่นี่มีทับหลังนาราย์ ไม่รู้ว่าอเมริกาเขาขนเอาไปตอนไหน แต่รู้ว่านำกลับมาคืนแล้ว เราต้องไปดูให้ได้ จัดเป็นไฮไลต์ที่ทุกคนต้องไปชมทับหลังชิ้นนี้
แต่หลังจากนั้น ผมได้มีโอกาสกลับไปอีก 2 ครั้ง คราวนี้ไปกับทีมงานทำสารคดี ผมเลยได้มีความรู้เกี่ยวกับปราสาทหินเพิ่มอีกมาก ทำให้การเดินชมสนุกสนานมากขึ้น เพราะทุกอย่างตั้งแต่ทางเข้าปราสาท ล้วนแต่น่าสนใจทั้งสิ้น เลยถือโอกาสมาเล่าให้คุณๆ ฟัง เผื่ออยากไปงานประเพณีนี้จะได้ประสบการณ์เหมือนผม
ปราสาทพนมรุ้งสร้างเมื่อประมาณพุทธศตวรรษ 12-18 ค่อยๆแต่งเติมทีละส่วนสองส่วน ศิลาที่นี่เป็นหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งเดิมเคยเป็นภูเขาไฟ แต่ไม่ได้สูงอย่างภูเขาฟูจิหรือมิตาเกะอย่างเรื่องข้างหลังภาพ ที่นี่สูงแค่สามร้อยกว่าเมตรครับ
การเดินทางไปปราสาทพนมรุ้งทำได้ง่าย คุณใช้เส้นทางสระบุรีแล้วเลี้ยวขวาตรงไปโคราช จนถึงสี่แยกสี่คิ้ว เลี้ยวขวาอีกครั้งไปทางอำเภอโชคชัย เส้นทางนี้สะดวกกว่าเข้าเมืองโคราชเพราะรถราจอแจติดขัด ถนนที่เราวิ่งอยู่คือทางหลวงหมายเลข 24 ขับไปเรื่อยๆ จนเลยแยกเข้าอำเภอโชคชัย คุณอาจเริ่มหิวข้าว ผมอยากแนะนำให้ลองกิน "ไก่ย่างท่าช้าง" เป็นสาขาของร้านเก่า ที่อยู่ระหว่างทางโคราช-บุรีรัมย์ ใกล้ๆ กันมีอีกร้าน ทั้งสองร้านโฆษณาว่านี่คือไก่ย่างอร่อยที่สุดในโลก แต่ผมกินแล้วไม่ค่อยเชื่อ เพราะแม้จะอร่อยจริงแต่ไม่ถึงปานนั้น คนที่ชอบไก่ย่างหนังกรอบด้านนอกแห้งๆ อาจชอบกิน แต่ถ้าใครชอบแบบกัดงั่มเต็มคำอาจไม่ค่อยชอบนัก
หลังจากกินไก่ย่าง ขับรถต่อไปเรื่อยๆจนเลยอำเภอนางรอง มุ่งหน้าไปหนองกี่ สังเกตป้าย "อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง" จากจุดนี้เลี้ยวขวาเข้าไปเกือบ 20 กิโลเมตร เลี้ยวตามป้ายไปเรื่อยๆ คุณจะมาถึงเชิงเขา ถนนพาคุณขึ้นเขาจนถึงหน้าปราสาท มีลานจอดรถกว้างใหญ่พร้อมห้องน้ำเสร็จสรรพ
จากที่จอดรถ เดินไปตามทางที่ปูด้วยศิลาแลง สองข้างมี "เสานางเรียง" อยู่ตลอดเส้นทางความยาวร้อยกว่าเมตร มาถึงสะพานนาค มีนาค 7 เศียรอยู่ข้างทางขึ้น ลำตัวทำเป็นราวสะพาน บันไดแบ่งเป็น 4 ชั้น แต่ละชั้นมีลานพัก เมื่อครบทั้งสี่ชั้นขาคุณอาจสั่นเล็กน้อย เรามาหยุดยืนอยู่หน้า "โคปุระ" หรือซุ้มประตู ตรงนี้มีสะพานนาคเล็กๆ เหนือประตูมีทับหลังเทพนั่งชันเข่าเหนือหน้ากาล ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดคือรูปแกะเป็นคน นั่งชันเข่าอยู่บนรูปแกะคล้ายๆ สิงห์แยกเขี้ยว
ผมอยากให้คุณลองสังเกตว่า ตามซุ้มประตูจะมีทับหลังและหน้าบัน แกะสลักเป็นรูปต่างๆอยู่เกือบครบ แต่ละชิ้นมีความสวยงามมากน้อยแตกต่างกันตามความสำคัญของส่วนต่างๆในปราสาท พอก้าวลอดผ่านซุ้มประตูหน้าเข้าไป คุณจะเจอปราสาทใหญ่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นจะเห็นทับหลัง "นารายณ์บรรทมสินธุ์" เงยหน้าอีกนิดจะเจอหน้าบัน "ศิวนาฎราช" สวยงามมาก
ใครที่อยากเดินเข้าปราสาท คงทำไม่ได้ เพราะบันไดหน้าเขาไม่ให้ขึ้น ต้องเดินอ้อมเพื่อเข้าทางด้านข้าง แต่ปราสาทหินไม่ว่าจะเป็นพนมรุ้งหรือที่ไหนก็ตามในเมืองไทย ความงามจะอยู่ข้างนอกมากกว่า ข้างในอับทึบมีแต่กลิ่นฉี่ค้างคาวแถมยังมืดมองไม่เห็นลายสลัก ผมเลยอยากพาคุณเดินรอบปราสาท จะวนซ้ายหรือวนขวาตามใจท่านผู้ชม
ลายสลักที่นี่มีหลายชั้นหลายเรื่อง เช่น กฤษณาวตาร รามาวตาร สองเรื่องนี่ฮิตมากมีอยู่ทั่วไป ถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนี้จะเป็นเรื่องของเทพ เช่น ศิวะ นารายณ์ บางครั้งอาจมีฤษีปะปนอยู่บ้าง ค่อยๆชมกันไป ถ้าจะให้ชัดคงต้องถือกล้องส่องทางไกลไว้ดูลายสลัก ไม่งั้นต้องเพ่งกันตาแทบปูดถึงจะมองเห็น อีกอย่างที่ควรเตรียมไปคือครีมกันแดด เพราะแสงอาทิตย์ร้อนแรงมาก ถ้ามีหมวกหรือมีร่มให้ติดไปด้วย ใส่เสื้อผ้าให้ป้องกันแดดดีๆ หากมีแรงให้ซื้อน้ำติดไปด้วย เพราะบนปราสาทจะไม่มีน้ำขาย มีขายเฉพาะรอบๆ ลานจอดรถ
ถ้าคุณผู้อ่านชอบเที่ยวแบบแกะรอยค้นหาอะไรประหลาด โดยเฉพาะพวกที่ชอบทดสอบความสังเกตของตนเอง เหมือนกับที่ไปเล่นกดตู้เกมส์เหมือน-ไม่เหมือนในห้าง ลองมาที่นี่ดีกว่าเยอะ เพราะพนมรุ้งมีลายสลักประหลาด เรียกว่าสไตล์ลายอีโรติก จัดเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเลยก็ว่าได้
ผมลองเดินค้นดู เจอบางแห่งเหมือนกัน ที่จะแนะนำคือ "Monkey Make Love" เป็นภาพลิงสองตัวกำลังมีความสุขร่วมกัน ใบ้ให้นิดหนึ่งว่าอยู่ปะปนกับต้นไม้และสิงสาราสัตว์ต่างๆ ที่หน้าบันด้านเหนือของตัวปราสาท ขนาดไม่ใหญ่ประมาณเท่าฝ่ามือเห็นจะได้ สังเกตไม่ดีไม่ได้เห็นแน่
อีกลายหนึ่งที่สมควรหาดูคือ "ฤษีไข่แลบ" เป็นคู่ต่อสู้ของฤษีตาไฟ ลักษณะเป็นฤษีนั่งชันเข่าแล้วมีอะไรแลบออกมา ใบ้ให้ว่าอยู่ตรงเสาประดับกรอบประตู ทางทิศใต้ของปราสาท เป็นฤษีสองคนนั่งหันหลังพิงกัน แต่มีคนเดียวที่ไข่แลบ
การเที่ยวพนมรุ้งให้สนุกต้องไปตอนเช้าหรือตอนบ่าย อย่าไปตอนเที่ยงเพราะร้อนมาก คุณอาจลองซื้อหนังสือคู่มือมาอ่านระหว่างเดินดูปราสาทไปเรื่อยๆ คู่มือนี้หาซื้อได้ที่ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียม ใครอยากประหยัดหยิบเอกสารแจกฟรีมาอ่านก็ไม่ผิด แต่รายละเอียดจะน้อยกว่าตามประสาของฟรี ถ้าจะให้ดีลองไปดูศูนย์นิทรรศการหาความรู้ก่อนเข้าปราสาท อย่ารีบไปรีบกลับไม่งั้นจะไม่คุ้มเวลาและค่าใช้จ่ายในาการเดินทาง
ปัญหาของการมาพนมรุ้งคือเวลา ช่วงที่พนมรุ้งสวยสุดจะเป็นตอนเช้าประมาณ 7 โมง แต่ในงานประเพณีนี้มีเพื่อชมปรากฏการณ์พิสดาร ในวันที่ 15 ค่ำเดือน 5 ของทุกปี แสงอาทิตย์ยามเช้าจะส่องผ่านประตูทั้ง 15 บานเป็นเส้นตรง มีหลักฐานเป็นรายบากไว้เป็นเส้นตรงยาวพร้อมกากบาด เนื่องจากใช้เป็นตำแหน่งในการวางผังสร้างปราสาท สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องน่าทึ่งของคนโบราณที่ผมงงทุกครั้งที่ได้เห็น
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คุณต้องรีบไปแต่เช้ายิ่งนัก ปัญหาคือรอบพนมรุ้งมีรีสอร์ตเล็กๆ แห่งเดียว ที่คาดว่าถึงตอนนี้คงเต็มหมดแล้ว แต่คุณจะลองเข้าไปดูก็ได้ อยู่ตรงเชิงเขาก่อนขึ้นปราสาท ราคาประมาณ 500 บาทต่อหลัง ลักษณะเป็นบังกาโล ราคานี้ช่วงธรรมดา ไม่ใช่ตอนเทศกาล ถ้าคุณต้องจ่ายแพงขึ้นก็ทำใจหน่อย เพราะวันธรรมดาผมไม่ค่อยเห็นใครมานอนสักคน
ถ้านอนที่รีสอร์ตไม่ได้ คงต้องไปนอนในเมือง มีให้เลือกสองแห่งคือโคราชและบุรีรัมย์ โคราชจะไกลกว่ามาก หากใครไปนอนต้องตื่นแต่เช้า อาจออกจากโรงแรมสักตีสี่ เพื่อให้มาทันดูแสงอาทิตย์ขึ้น หากไปนอนบุรีรัมย์ ขับรถประมาณ 80 กิโลเมตร ลองกะเอาเองว่าต้องตื่นกี่โมง ผมว่าเกือบตีห้าควรจะออกจากที่พักได้แล้ว
โรงแรมในทั้งสองเมืองมีให้เลือกหลายแห่ง ถ้าไปโคราชทางเลือกจะมากกว่า มีตั้งแต่คืนละร้อยบาทขึ้นไป ผมแนะนำให้พักระดับปานกลาง 500 บาท แต่ถ้าจะเอาหรู ที่นี่ราคารับรองไม่เกิน 1,000 บาท เช่น ราชพฤกษ์ สีมาธานี รอยัล ฯลฯ สามแห่งนี่ราคาประมาณนี้ ผมไปอยู่มาแล้วทุกแห่ง บอกได้ว่าชอบราชพฤกษ์มากที่สุด เพราะโรงแรมที่นี่แต่งได้สวยงามดี อ้อ...ราคาที่ว่ารวมอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว
เมื่อชมปราสาทเสร็จ ทุกครั้งผมจะหิวกระหายมาก เพราะแดดร้อนแถมยังเหนื่อยเดินไปก็เดินมา แถวพนมรุ้งมีร้านอาหารอยู่บ้าง ตามทางเข้าปราสาทก็มีไก่ย่างให้กินเหมือนกัน แต่ที่ผมชอบกว่านั้นคือ "ขาหมูนางรอง" ขายอยู่ที่อำเภอนางรอง ห่างจากพนมรุ้งประมาณ 30 กิโลเมตร ชื่อร้าน "ลักษณา" ขับจากพนมรุ้งไปนางรอง ให้มองทางด้านซ้ายมือ จะเห็นธนาคารออมสินก่อนถึงสี่แยกไฟแดงนิดหน่อย ร้านอยู่ข้างธนาคารออมสิน
ขาหมูในร้านนี้จะตุ๋นยาจีน เนื้อขาหมูเปื่อยยุ่ยพอดี หนังนุ่มเหนียวเคี้ยวได้หนึบๆ น้ำพะโล้รสชาติต่างจากน้ำพะโล้ทั่วไป กินแล้วเหมือนได้กินยาบำรุงกำลังฟิตปั๋ง นอกจากขาหมูแล้วยังมีอาหารอื่นๆอีกหลายอย่าง รสชาติไม่โดดเด่นเหมือนขาหมู แต่สั่งมากินเพื่อความหลากหลายได้ เพราะกินแต่หมูอย่างเดียวมีหวังไขมันจุกอกตาย ที่ผมชอบกินคือปลาทู เพราะที่นี่ตัวใหญ่ดี
ใครอยากได้ของฝากจากนางรอง ไม่ต้องหาไกล เพราะหน้าร้านนี้ก็มีขาย เป็นพวกกุนเชียง หมูแผ่น หมูตั้ง ฯลฯ ผมลองซื้อหมูแผ่นที่ยังไม่ปิ้ง มาจัดแจงปิ้งเองที่บ้านก็อร่อยดี ที่สำคัญคือราคาถูกกว่าแบบที่ปิ้งแล้วมาก แนะนำว่าหากอยากประหยัดให้เล่นเทคนิคนี้
เรื่องของพนมรุ้งคงต้องจบไว้แค่นี้ก่อน พฤหัสนี้วันที่ 29 มีนาคม ยังมีเวลาอีกสองสามวันให้คุณตัดสินใจ แต่ผมน่ะไปแน่ เราอาจไปเจอกันที่ปราสาทก็ได้ หากเห็นใครกำลังเดินป้อสาวอยู่ นั่นแหละครับผม...โอภาสลุยกินทั่วถิ่นไทย
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.