![]() Last Update : Thursday 22 March, 2001 1:39 AM |
|
ดอนหอยหลอด
สวัสดีครับคุณผู้อ่าน ตอนที่อ่านเรื่องของผมอยู่นี่อากาศเป็นอย่างไรเอ่ย? สภาพอากาศตอนนี้ยากที่จะคาดเดาได้ เห็นท้องฟ้าใสแบบปิ๊งๆ ขับรถออกจากกรุงเทพได้ไม่เท่าไหร่ เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มฝนตกจั้กๆแบบฟ้ารั่ว เที่ยวไปฝนตกไปดูมันทุลักทุเลพิลึก ดีไม่ดีกลับมาป่วยไข้เป็นของแถมอีก ต้องระวังรักษาสุขภาพกันไว้เยอะๆ
ผมเพิ่งกลับมาจากชุมพร เจอฝนทุกวัน ไข้เล่นงานเหมือนกัน เท้าระบมทั้งสองข้าง ไม่ต้องงงหรอกครับ คือทีมงานพวกผมไม่รู้จะทำอะไร เลยชวนกันไปเล่นฟุตบอลชายหาดท่ามกลางสายฝน ไอ้ผมประเภทใจหนุ่มร่างชรา ลงวัดแข้งกับพวกน้องๆ อากาศตอนฝนตกเย็นสบาย เล่นกันเกือบ 2 ชั่วโมง ยังไม่รู้สึกเหนื่อย แต่พอเลิกเล่น เดินแทบไม่เป็น ที่หนักที่สุดคือ อยากเลียนแบบพี่เท๊ดดี้แบร์ จะชู๊ตให้จั๋งหนับสักหน่อย ดันไปเตะขุดทราย นิ้วซ้น คราวนี้เดี้ยงสนิท เดินไปไหนต้องกระย่องกระแย่งไปหลายวัน จะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวไกลๆก็หมดปัญญา ขออนุญาตเที่ยวกันใกล้ๆกรุงสักหนึ่งพฤหัสบดี
จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ระยะทางประมาณ 70 กว่ากิโลเมตร เส้นทางสะดวก ถนน 4 เลนตลอด จุดท่องเที่ยวของจังหวัดนี้ที่ผมชอบไปคือ "ดอนหอยหลอด" คุณใช้เส้นทางธนบุรี-ปากท่อ ก่อนถึงทางแยกเข้าตัวเมือง มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปดอนหอยหลอด เป็นถนนตัดใหม่ แต่ก่อนต้องขับรถเลยไปจนถึงเกือบถึงสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง จึงจะมีป้ายให้เลี้ยวซ้ายไปดอนหอยหลอดได้ คุณจะไปทางไหนก็ตาม แต่ทางตัดใหม่จะเร็วกว่าครับ
ถ้าคุณเป็นคนชอบสนุก ตากแดดตากลมได้ ไม่ควรพลาดกิจกรรมการจับหอยหลอด แนะนำให้ขับรถไปเรื่อยจนถึงบ้านฉู่ฉี่ เราต้องไปช่วงเวลาน้ำลงนะครับ ไม่งั้นต้องดำน้ำจับหอยลำบากแย่ ตรงบ้านฉู่ฉี่จะมีเรือคอยรับส่งคนไปที่ดอนหอยหลอด
ก่อนจะจับหอย ต้องมีอุปกรณ์สักหน่อย ตรงท่าเรือมีร้านขายเป็นแพ็คเกจเล็ก (ห้าบาท) ใหญ่ (สิบบาท) จ่ายเงินแล้วคุณจะได้ "ปูนขาว" และ "ไม้เสียบลูกชิ้น" ถ้าคุณหามาจากบ้านได้ก็ไม่ต้องมาซื้อที่นี่
นอกจากอุปกรณ์จับหอย คุณควรมีเทคนิคป้องกันตัวเองแห้งตายกลายเป็นหอย อย่าลืมทาครีมกันแดดอย่างหนา ใส่หมวกกว้างๆกันแสงส่องหน้า ติดน้ำดื่มไปด้วยจะช่วยให้อยู่นานขึ้น ติดต่อเรือแถวนั้น ถ้าความจำของชายวัยทองอย่างผมไม่ผิดพลาด คนละ 20 บาทไป-กลับ ใครไม่อยากเสียสตางค์ จะเดินลุยน้ำไปถึงดอนหอยหลอดเลยก็ได้ น้ำลึกแค่เอวหรือมากกว่านั้นนิดหน่อย เพราะพื้นล่างเป็นทรายปนเลน เหยียบทีจมลึกไปถึงตาตุ่ม รองเท้าไม่ต้องใส่เพราะจะยิ่งถูกดูดให้จมลึก เดินยากขึ้นไปอีก ยิ่งรองเท้าแตะแล้ว กว่าจะดึงขาขึ้นได้ รองเท้าหลุดจมอยู่กับเลน แต่ถ้าใช้ส้นตึกก็อาจได้ เพราะจะจมโคลนแค่ส้นเดินสบาย ไม่เชื่อลองดูสิครับ
เมื่อเรือพาคุณมาถึงดอน ตอนนี้คุณจะงงเป็นไก่ตาแตก เดินเงอะๆเงิ่นๆ มือซ้ายถือปูนขาว มือขวาถือไม้เสียบลูกชิ้น มองชาวบ้านก้มๆเงยๆจับหอยอย่างสนุกสนาน คุณไม่ต้องคิดอะไรมาก เดินตามไปคอยสังเกตว่าเค้าทำกันอย่างไร? ไม่ต้องรีบร้อน ใช้เทคนิคประกบติด เค้าไปไหนเราไปด้วย สักพักเค้าจะเริ่มรำคาญ หันมาถามว่าจะเอาไง? รีบสอบถามเคล็ดวิชาเค้าจะบอกให้ ผมเองตอนแรกๆไป ถามใครก็ไม่มีใครยอมบอก เลยลองใช้วิชานี้ดู เค้าเลยยอมบอก แต่ผมคิดว่าบอกให้ไม่หมด เพราะลองทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรืออาจจะเป็นเพราะขาดประสบการณ์ความชำนาญ ผมเลยจับไม่ได้สักตัว
วิธีการคือใช้มือขวาสำหรับคนถนัดขวา เอานิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับไม้เสียบลูกชิ้น นิ้วกลางนิ้วนางนิ้วก้อยเรียงชิดติดกัน เดินก้มไปตามพื้นทราย เอา 3 นิ้วกดตามพื้น ไม่ต้องแรงมาก ถ้าเห็นพื้นตรงไหนแยกเป็นรูมีฟองอากาศนิดหน่อย ให้เอาไม้จิ้มถุงปูนในมือซ้าย แหย่ลงในรูนี้ ความลึกประมาณ 4 นิ้ว เสร็จแล้วชักไม้ออก ทิ้งไว้ ไปเดินกดหารูอื่นต่อไป
เดินไปจิ้มรูอื่น อย่าลืมสังเกตรูเดิม ถ้ามีตัวหอยอยู่ หอยจะโผล่ขึ้นมานอนรอให้คุณจับ แต่ถ้าคุณไม่จับ สักพักก็จะหนีลงรูต่อไป ผมเห็นชาวบ้านเดินจับสนุกจริงๆ กดไปจิ้มไป เดี๋ยวหอยก็กระโดดดึ๋งมานอนรอให้จับ ส่วนผมเดินไปสักพักจับไม่ได้สักตัวเลยชักอิจฉา มีความคิดพิเรนอยากเอาปูนผสมน้ำสาด อันนี้ไม่ดีนะครับอย่าทำ เพราะทำให้ลูกเล็กเด็กแดงประชากรหอยหลอดล้มตายโดยยังไม่ถึงวัยอันควร นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ชาวบ้านจะรุมสกรัมเอา
อีกเทคนิคที่อยากลองทำแต่ไม่กล้าทำ นั่นคือจิ๊กหอยชาวบ้าน เค้าจิ้มเราจับคงสนุกพิลึก ใครเคยเป็นนักมวยหรือนักรักบี้เก่าจะลองดูก็ได้ แต่ผมไม่ทำแน่นอน
จับได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คิดว่ามาสนุกๆแล้วกัน แต่ถ้ากลับไปโดยไม่ได้กินหอยหลอดจะเสียขวัญหมด แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยๆหลายร้านรอคุณอยู่ เช่น "ร้านลุงขันธ์" เป็นร้านเก่าดั้งเดิม "ร้านคุ้นลิ้น" คนรุ่นใหม่มาแรง ร้านเคียงทะเล ร้านต้นน้ำ เป็นต้น ยังมีอีกหลายร้าน ผมจำไม่ค่อยได้ มาถึงก็ลองเลือกร้านกันเอง
เมนูเด่นที่นี่คงไม่พ้น "หอยหลอดผัดฉ่า" ถ้าคุณจะถามว่าต่างกับหอยหลอดผัดเผ็ดยังไง? บอกได้ว่าผัดฉ่าใส่พริกสดตำกับกระเทียม ลงผัดกับน้ำมัน ใส่หอยหลอดผัดขลุกขลิก ปรุงรสน้ำปลาน้ำมันหอยนิดหน่อย น้ำตาลนิดๆ ใส่ใบมะกรูด เป็นอันเสร็จ แต่ถ้าเป็นผัดเผ็ด ต้องใส่พริกแกงเท่านั้นเอง
ผมมาดอนหอยหลอดทีไร อดไม่ได้ต้องสั่งจานนี้ทุกที หอยสดๆเนื้อนุ่มๆเหนียวนิดๆอร่อยดี ถ้าเป็นหอยหลอดที่เอามาตากแห้งทำเค็มทำหวาน ตอนทอดมาใหม่ๆก็อร่อยดี แต่ทิ้งไว้จนเย็นจะแข็งและเหนียว เคี้ยวทีแก้วหูสะเทือน
อาหารเด็ดจานอื่นยังมีอีกเยอะ เช่น "เกสรหอยแมลงภู่" เอาผัดเผ็ดก็อร่อย หากินแถวอื่นไม่ค่อยได้ "ปลากระบอกต้มส้ม" แถวนี้ใช้ปลาสดๆเนื้อละเอียดหวาน รสชาติแบบภาคกลางหรือเหมือนที่คุณกินตามร้านในกรุงเทพฯหรือร้านใหญ่ๆ ถ้าคุณไปกินทางภาคใต้ตามร้านพื้นเมือง เค้าใส่ขมิ้นรสชาติคล้ายแกงส้มไม่ค่อยถูกลิ้นเท่าไหร่
อีกจานเด็ดคือ "ปลาทูแม่กลอง" มาถึงที่นี่ไม่ควรพลาด ต้มแบบต้มยำน้ำใส เนื้อปลามันอร่อย ซดน้ำคล่องคอ กินปลาไปแล้วย้ายมากินปูบ้าง ปูนี่ถ้าไปกินกับคนสนิทหรือเมียก็กินได้เต็มที่ ดูดจ๊วบจ๊าบเลียนิ้วแผล่บไม่มีใครว่า ต่างคนต่างมองปูมากกว่ามองหน้าอีกฝ่าย แต่ถ้าไปกินกับคนไม่สนิทหรือกินกับแฟนสาวเพิ่งจีบ อย่างนั้นอย่าสั่งมากินดีกว่า ผมว่าเสียของ เพราะต่างคนต่างเหนียมอาย ยกเว้นคุณจะทดสอบทฤษฎีดูช้างดูหางดูนางให้ดูตอนเรากินปู ถ้าเธอไม่ยอมแกะปูให้เรา เท่ากับไม่เป็นแม่ศรีเรือน
ร้านอาหารแถวนี้เหมาะสำหรับกินมื้อกลางวัน คุณที่มุ่งหน้าลงใต้อาจแวะกินเรียกบรรยากาศ แต่บางครั้งอาจมีคนมากินมื้อเย็น โดยเฉพาะพวกกลับจากใต้ บางทีผมนึกครึ้มขึ้นมาก็ชวนเพื่อนขับรถไปกิน เสร็จแล้วก็ขับรถกลับ แต่ถ้าเมาแล้วขับ รับรองไม่ถึงบ้านแน่
แถวนี้ยังมีที่เที่ยวแบบสบายๆหลายแห่ง เช่น ศาลของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์หรือ "เสด็จเตี่ย" ตั้งอยู่สุดถนนสายนี้ นอกจากได้ไหว้พระบิดาแห่งราชนาวีไทย ยังมีของแห้งของฝากขายหลายอย่าง แวะซื้อฝากหรือเอาไว้กินเองก็ไม่เลว ดีกว่าไปจอดซื้อข้างถนนผิดกฏหมายแถมอาจลาตายได้ง่ายๆอีกต่างหาก
กินของคาวแล้วต้องไปกินของหวาน ที่มีชื่อเสียงคือ "ขนมจาก" ผมแนะนำให้ขับรถกลับมาทางสายเก่าใกล้ๆสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง มีร้านยายตั้งอยู่ไม่ห่างจากถนนใหญ่ สังเกตสะพานเล็กๆข้ามคลองก็ได้ ถ้าเป็นวันหยุดสังเกตง่ายเพราะมีรถจอดแวะซื้อขนมจากคุณยายหลายคัน
ขนมจากที่นี่ใส่มะพร้าวอ่อน เคี้ยวแล้วหอมกะทิแถมยังหวานมัน รสชาติกำลังดีไม่หวานจี๊ดเหมือนขนมจากบางร้านที่ผมเคยกินมา แถมเนื้อขนมยังแห้งไม่เละมาก กินแล้วผมคิดถึงความหลัง สมัยก่อนเมื่อสักยี่สิบปีแล้ว ตรงแถวบางนาทางไปสำโรง จะมีขนมจากขายอยู่ข้างถนน ห่อกระดาษสีแดงแจ๋ ยี่ห้อ "ลิ้มดำรงค์" ปัจจุบันหาเท่าไหร่ก็ไม่ยักเจอ
ถ้าไปเที่ยวแบบครอบครัว มักมีคุณแม่บ้านติดไปด้วย อาจลองแวะเข้าตัวเมืองสมุทรสงครามเพื่อซื้อของสด ที่ตลาดมีขายจนถึงเย็น ใครอยากกินปูเป็นให้เกิดบาปหนัก ให้แวะซื้อเอามาแกะกระดองล้างให้สะอาด ผัดกับผงกะหรี่หรือซอสอะไรก็ได้ รับรองอร่อย ปลาทูสดแถวนี้มีขายประจำ ซื้อกลับไปต้มเค็มกินได้ ผมแนะนำว่าถ้าให้อร่อยต้องวางมันหมูชิ้นเล็กๆไว้บนปลา รสชาติจะหวานมันยิ่งขึ้น
ตอนดึกๆแถวนี้ยังคึกคัก แวะไปที่โต้รุ่งก็ได้ มีร้านข้าวต้มปลาทูและร้านข้าวต้มเครื่อง ข้าวต้มกับก็มี รสชาติอร่อยเทียมเท่าข้าวต้มในกรุงเทพฯ แต่ราคาถูกกว่ามาก ชาวบ้านและชาวโรงงานชอบมากินกัน
ทริปสั้นๆแบบไปเช้าเย็นกลับของเราก็จบลงเพียงแค่นี้ สำหรับอาทิตย์หน้า ผมมีโอกาสได้ไปกับคณะสื่อมวลชนสัญจรของ THINK EARTH ว่าจะเขียนรายละเอียดในการเดินทางและประสบการณ์สนุกๆมาฝากคุณผู้อ่าน ถ้ามีโอกาสจะตามกินร้านต่างๆที่ทาง THINK EARTH เค้าแวะให้เรากิน ลองติดตามกันนะครับ
สำหรับอาทิตย์นี้ คงต้องลาไปก่อน ผมหาภาพถ่ายหอยหลอดให้ชมไม่ได้ ถ่ายภาพหอยหลอดผัดฉ่าไว้ก็ดูไม่รู้เรื่อง ลองดูป่าชายเลนแทนแล้วกัน แถวสมุทรสงครามยังเหลือป่าอยู่บ้าง ร้านค้าส่วนใหญ่ก็อยู่ติดป่าเลน มองดีๆอาจเห็นลิงด้วย หวังว่าคงสนุกกับการกินหอยดูลิงนะครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.