www.talaythai.com
Last Update : Thursday 15 February, 2001 10:43 AM

ลุยกินมุกดาหาร

          สวัสดีครับ ในที่สุดพฤหัสนี้ เราจะได้ไปมุกดาหารกันเสียที หลังจากพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวเมืองเหนือมาหายอาทิตย์ ทริปนี้หมดแรงพาเดินป่า ดูนก ดูหนู เราไปเที่ยวแบบเบาๆเน้นการกินเป็นหลัก ผมพาไปแต่ละทริปไม่ค่อยได้กินอะไรสมชื่อคอลัมน์สักเท่าไหร่ คราวนี้ค่อยถูกใจนักกินกันบ้าง ผมจะพาไปชวนชิมให้มึนไปเลย

          จังหวัดมุกดาหารนี่ผมไปเกือบทุกปี มีญาติอยู่ที่นั่น เลยค่อนข้างคุ้นกับพื้นที่เป็นพิเศษ มาทีไรต้องออกตระเวน ทั้งเที่ยว ทั้งกิน ก่อนกลับก็ช๊อปปิ้งริมโขง ซื้อของฝากของใช้ จนเกือบไม่มีเงินเติมน้ำมันรถกลับบ้าน เดี๋ยวรายละเอียดต่างๆ ผมจะอธิบายไปเรื่อยๆ ตามโปรแกรมที่ผมโม้ เอ้ย!!! เล่าให้ชาวผู้จัดการได้อ่านกัน

          ผู้ที่ยังไม่เคยไปจังหวัดมุกดาหาร สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศชั้นหนึ่งหรือชั้นสอง ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ สอบถามเที่ยวเดินทางและรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ (02)936-3668, 936-0657 สำหรับคุณที่ขับรถไปเอง ระยะทางจากกรุงเทพไปมุกดาหารประมาณ 640 กิโลเมตร ใช้เส้นกรุงเทพไปสระบุรี แยกขวาไปนครราชสีมา ก่อนถึงตัวเมืองมีถนนเลี่ยงเมืองมีป้ายบอกไปขอนแก่น ให้เลี้ยวซ้ายมาตามเส้นทางนี้

          คุณกำลังอยู่บนถนนโคราช-ขอนแก่น ขับรถไปเรื่อยๆจนถึงแยกอำเภอบ้านไผ่ ให้เลี้ยวขวาตามป้ายที่บอกไปจังหวัดมหาสารคาม ก่อนถึงตัวเมืองเล็กน้อย ให้ไปตามป้ายที่บอกทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด ไปตามทางนี้จนถึงตัวเมืองร้อยเอ็ด มีป้ายบอกไปอำเภอโพนทอง ถึงตอนนี้ตั้งสติให้มั่น ถ้าตั้งแล้วไม่มั่น ให้ถามชาวบ้านชาวเมืองได้แล้วว่า เส้นทางไปโพนทองทางไหน เมื่อได้เส้นทางที่ถูกต้องแล้วขับรถต่อไป จนถึงโพนทอง มีป้ายบอกไปอำเภอกุสินารายณ์ ให้รีบไปทางนี้ได้เลยครับ

          เพื่อความมั่นใจอีกนิดหน่อย เส้นทางนี้ต้องผ่านอำเภอคำชะอี ถ้าไม่มีอำเภอนี้ปรากฏอยู่ในหลักกิโลเมตรที่คุณขับมา ขอให้จอดรถตรงร้านค้าหรือคิวมอเตอร์ไซค์ ถามอีกครั้งเพื่อจะได้เส้นทางที่ถูกต้อง ทั้งหมดที่บรรยายมานี้ คงพอให้ไอเดียคร่าวๆ แต่ผมว่าถ้าคุณเจียดเงินสัก 80 บาท ซื้อแผนที่ทางหลวงจะดีกว่า ขนาดผมไปบ่อยๆ ยังหลงประจำ

          เอาเป็นว่าตอนนี้เราถึงตัวจังหวัดมุกดาหารกันเรียบร้อยแล้ว อันดับแรกควรหาที่พักก่อน ที่นี่มีโรงแรมหลายระดับให้เลือก โรงแรมใหญ่ เช่น พลอยพาเลซ มุกดาหารแกรนด์พาเลซ โรงแรมระดับพออยู่ได้ก็มี มุกธารา ฮั่วนำ บรรทมเกษม (ชื่อนี้น่านอนจริงๆ) ฮ่องกง, อินโดไชน่าอินเตอร์คอนติเนนตัส ฯลฯ ชอบโรงแรมไหนเลือกได้ตามใจชอบ วิธีการที่ผมชอบใช้คือเดินเข้าไปหารีเซฟชั่นสาวสวย ส่งยิ้มให้คุณเธอนิดหน่อย แล้วสอบถามราคาห้องพัก เมื่อรู้ราคาให้ต่อรอง จะถูกยังไงก็ต้องต่อเข้าไว้ เทคนิคที่ผมใช้ประจำคือนามบัตรเซลล์แมน ทำไว้สิบกว่าปีตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเซลล์อยู่ ตอนนี้ลาออกมาแล้วรวมทั้งบริษัทเจ๊งไปแล้วก็ยังใช้อยู่ ถ้าใครไม่มีแนะนำให้พิมพ์เก็บไว้หน้ารถสักหนึ่งตั้ง มีประโยชน์เยอะครับ

          ได้โรงแรมเก็บสัมภาระแล้ว นอนบิดตัวแก้เมื่อยแล้ว อาบน้ำอาบท่าแล้ว (หรือไม่อาบก็ได้) ออกจากโรงแรมมาเดินเล่นตรงตลาดริมโขง เพื่อเป็นการสำรวจสินค้าต่างๆ ก่อนซื้อกลับบ้าน สินค้าที่มาจากสิงคโปร์ โดยมาขึ้นที่ท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม จะเหมือนกับสินค้าที่หาดใหญ่ ราคาก็ใกล้เคียงกัน สินค้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นพวกเสื้อผ้า ของเล่นเด็ก กังไส ฯลฯ จากเวียดนาม เป็นชามกระเบื้อง โต๊ะมุก ฯลฯ จากลาวจะเป็นผ้าทอมือ ผ้าไหม เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ฯลฯ ผมขอบอกแบบคร่าวๆ นะครับ เพราะจำได้ไม่หมดเจียรนัยไม่ถูก มันเยอะมากจริงๆ

          แต่มีสินค้าจากลาวชนิดหนึ่ง ที่ผมสนใจมาก เป็นสมุนไพรชื่อ "แห้ม" ลักษณะเป็นท่อนไม้ผ่าซีก ขายเป็นมัดๆ ใช้ต้มกิน สรรพคุณรักษาได้สารพัดโรค ไม่ว่าโรคกระเพาะ เบาหวาน ฯลฯ ขายดิบขายดี เข้ามาขายได้ประมาณสัก 2 ปีแล้ว ผมว่าถ้ามีเภสัชกรเอาไปทดลองน่าจะดี ถ้ามีสรรพคุณดังที่ได้ประกาศจริง เราจะได้จดลิขสิทธิ์ ก่อนญี่ปุ่นจะมาเอาไป เหมือนกับเปล้าน้อยที่เคยเอาของไทยไปแล้ว

          เดินตลาดริมโขงตอนนี้อย่าเพิ่งรีบซื้อ เดินเที่ยวเล่นก่อน เพราะผมตั้งใจพาคุณมานั่งกินข้าวริมโขง ที่ร้าน "เคียงโขง" หาง่าย อยู่แถวๆ นั้นนั่นแหละ ร้านนี้มีที่นั่งกินในร้าน หรือจะนั่งเรือกินข้าวชมบรรยากาศแม่น้ำโขงฝั่งไทยกับฝั่งลาวก็ได้ แต่ถ้าอยากดูสาวลาวอาบน้ำต้องใช้กล้องส่องทางไกลดู เพราะว่าเรือลำนี้เค้าจอดเฉยๆ ไม่ได้แล่นไปตามลำน้ำโขงเหมือนกับชมแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านเรา แต่ก่อนเคยลองแล่นดูเหมือนกันแต่คงไม่ประสบความสำเร็จ เลยจอดไว้เฉยๆ ให้นั่งกินอยู่กับที่ดีกว่า

          อาหารที่นี่ เมนูพิเศษเป็นพวกปลาจากแม่น้ำโขง ปลากดลวกจิ้ม รสชาติเนื้อปลาหวานจริงๆ หนังเหนียวๆ เคี้ยวหนึบๆ ยิ่งถ้าโชคดีมีปลากดคังวันนั้นล่ะก็เด็ดขาดไปเลย มีปลาอีกชนิดหนึ่ง ลวกจิ้มอร่อย คล้ายปลากด แต่มีหนวดที่ใหญ่ๆอยู่ 1 คู่ ลำตัวมีลายน้ำตาลเหลืองๆ ดูตัวเป็นๆ แล้วไม่ค่อยน่ากิน ชาวบ้านเรียกว่า "ปลาแค้" ถ้าวันนั้นมี อยากให้คุณๆ ลองสั่งมากิน รับรองไม่ผิดหวังในรสชาติ

          "ปลาโจก" หรือภาคกลางเรียก "ปลาตะโกก" รูปร่างคล้ายปลาตะเพียน แต่ลำตัวเพรียวกว่ามาก มีก้างเยอะ ถ้าตัวโตๆหนังจะหนา เอามาต้มยำคล้ายปลากระพง เวลากินระวังก้างหน่อย สดๆจากแม่น้ำโขงเนื้อหวาน กินแล้วติดใจ ลาบปลากดก็แซบ ปลาบึกก็มี แต่ผมไม่เคยกิน ได้ยินมาว่าส่วนใหญ่เป็นปลาบึกที่ชาวบ้านเลี้ยง ไม่ใช่ปลาบึกตามธรรมชาติ ถึงจะได้มาจากธรรมชาติจริงๆ ผมก็ไม่สั่งกิน เห็นแล้วกินไม่ลง บอกตรงๆ สงสารครับ กว่าจะตัวใหญ่ได้ขนาด 100-200 กิโลกรัม ใจผมอยากให้อนุรักษ์ปลาชนิดนี้ไว้ เพราะนับวันจะหาได้ยากขึ้นทุกที

          ผมเคยถามคนที่กินปลาบึกมาแล้ว ต่างก็บอกว่ารสชาติงั้นๆ ดีกว่ากินปลาสวายบ้าง คล้ายๆเนื้อวัวบ้าง ผมว่าถ้ามันไม่วิเศษวิโส กินปลาอย่างอื่นดีกว่า มีปลาอีกหลายชนิดที่อร่อยกว่า หาได้ง่ายกว่า เช่น ปลาเนื้ออ่อนตัวโตๆ เอามาแกงกะทิแบบขลุกขลิก เนื้อนุ่มละเอียด ปลาเค้าเนื้อก็ละเอียดใช้ได้ ต้มยำ ฉู่ฉี่ได้ทั้งนั้น แต่ที่ร้านนี้บางวันก็มีปลาแค่ไม่กี่อย่าง แล้วแต่ชาวบ้านจับได้ มาแล้วไม่มีชนิดที่ว่าไว้ ไม่ต้องเสียใจนะครับ ทดลองมาอีกครั้งก็แล้วกัน ถ้าไม่อร่อยอย่างที่ผมว่า มาลุยผมได้เลย "ผู้จัดการ" อยู่ที่บ้านเกอร์เต้ ถนนพระอาทิตย์นี่แหละครับ มาแล้วถามหาโอภาส จ้างให้ยามเค้าก็ไม่รู้จัก

          กินอาหารอร่อย ชมบรรยากาศกันแล้ว กลับที่พัก อาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวนอนได้ ถ้าไม่ง่วงมาร้องคาราโอเกะโชว์เสียงหล่อๆ ให้สาวมุกดาหารหลงก็ไม่ว่ากัน ส่วนผมขอตัวกลับไปนอนฟังเสียง "ว่าวดุ๊ยดุ๋ย" หรือ "ว่าวธนู" เพราะหน้านี้มีลมว่าว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จะเอาว่าวชนิดหนึ่งขึ้นให้ติดลมบน ทิ้งไว้ตลอดคืน ลักษณะว่าวบ้างก็ทำเป็นว่าวจุฬา บ้างก็คล้ายเครื่องบิน ส่วนหัวมีคันไม้ไผ่โค้งขึงแถบพลาสติกที่ใช้รัดลังพัสดุ เอามาขูดให้บางๆคล้ายคันธนู ติดอยู่ที่ส่วนหัวของว่าว เวลาโดนลมจะมีเสียง ผมไม่รู้จะอธิบายเสียงยังไง ต้องไปฟังเสียงเองแต่เพราะดี นอนฟังเพลินๆ ยิ่งขึ้นหลายตัวประสานเสียงกันเข้าบรรยากาศต่างจังหวัดจริงๆ

          ตื่นเช้ามารีบไปดูของแปลกๆที่ตลาดสด พวกปลาจากแม่น้ำโขง อาหารพื้นเมือง เจอร้านก๋วยจั๊บญวน หรือชาวบ้านเรียก "ข้าวเปียก" ลักษณะคล้ายขนมจีน แต่เส้นใหญ่กว่า เอามาต้มกับน้ำซุป พอเส้นสุก ตักใส่ชาม ใส่หมูยอ โรยต้นหอมผักชี หอมเจียว ยกมาเสิร์ฟ เวลากินปรุงรสตามใจชอบ ใครกินเผ็ดให้ใส่พริกที่ทอดแล้วมาป่น กลิ่นหอมกว่าพริกป่นธรรมดา ก๋วยจั๊บชามละ 7-10 บาท ใครอยากกินหมูยอเยอะสั่งเพิ่มได้

          แถวนี้ยังมีอาหารญวนอีกหลายอย่าง เช่น "ข้าวเกรียบ" ทำเหมือนข้าวเกรียบปากหม้อ แต่แผ่นใหญ่กว่า มีไส้เป็นหมูสับ ห่อเป็นม้วนๆ กินกับน้ำจิ้มหวานๆเค็ม ถ้าแบบกรอบ แม่ค้าจะใช้แผ่นแป้งที่ทอดจนกรอบ แล้วเอาแผ่นข้าวเกรียบสุกใหม่ๆ วางทับลงไป เอาไส้ใส่แล้วพับครึ่งเป็นอันเสร็จพิธี "ขนมถ้วย" ก็อร่อยดี แป้งขนมถ้วยเค้านึ่งสุกมาแล้ว เวลาสั่ง เค้าจะเอามาเรียงกัน ตักหมูสับใส่ โรยด้วยหมูหยองอีกที กินกับน้ำจิ้มหวานๆ เค็มๆ

          ที่พิสดารกว่าเพื่อนคือ "เลือดแปลง" เอาเครื่องในหมูต้มสุก มาคลุกกับเครื่องเทศ ตักใส่ชามเล็กๆพร้อมใส่เลือดสดๆ จากนั้นจะแช่เย็นไว้ เลือดแข็งตัวเหมือนเยลลี่ เวลากินหวานๆ หอมๆ เย็นๆ อร่อยดีครับ หรือเลือกกินไก่ย่าง หมูปิ้ง มีทั้งนั้น ราคาไม่แพง กินกันให้อิ่มจะได้มีแรงเดินเที่ยวกัน

          จุดแรกที่ผมพาไปคือ "อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร" ห่างจากตัวเมืองประมาณ 14 กิโลเมตร ใช้เส้นทางไปดอนตาล แต่ไม่ต้องห่วงครับ มีป้ายแนะนำเส้นทางไม่ต้องกลัวหลง ที่อุทยานฯนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียง คือ "ภูผาเทิบ" มีลักษณะเป็นหินซ้อนกัน รูปร่างแปลกๆ ทำให้มีชื่อตามจินตนาการ เช่น หินรูปหงส์ รูปดอกบัว ฯลฯ สันนิษฐานว่าบริเวณที่แห่งนี้เคยจมอยู่ในแม่น้ำหรือแหล่งน้ำ มีการกัดเซาะจนเป็นรูปร่างแบบนี้

          จากลานหินเดินไปไม่นานจะพบทุ่งหญ้ากว้างๆ เรียกว่า "ลานมุจรินทร์" ช่วงหน้าฝนจะมีดอกไม้เล็กๆ เช่นดอกสร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน ฯลฯ บานแทรกต้นหญ้าเต็มไปหมด สวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีรอยเท้าไดโนเสาร์ ซากฟอสซิล แต่ช่วงนี้หน้าร้อน จะเดินไปไหนขอให้เตรียมพร้อม ทาครีมกันแดดมีหมวกมีน้ำดื่ม ไม่งั้นเดินไปแล้วเป็นลมแดดตีลังกาตกอุทยานฯ ห้ามว่าหล่อไม่เตือนนะครับ

          สำหรับจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ถ้าต้องการจะไป ควรมีเจ้าหน้าที่ไปด้วย เพราะอาจหลงทางได้ จริงๆแล้วตอนที่เราผ่านด่านเสียค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำ แถมมีเจ้าหน้าที่คอยเป็นไกด์ให้ด้วย ยิ่งถ้าคุณได้น้าคนหนึ่งเป็นไกด์ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ แกจะอธิบายได้เก่งมาก คุยได้ตลอดทาง หินต่างๆมีชื่อหมดทุกก้อน ได้ความรู้และเพลิดเพลินดีครับ

          กลับจากภูผาเทิบ ย้อนมาทางตัวเมืองจะเห็น "หอแก้ว" มียอดเป็นรูปทรงกลมๆ หอแก้วนี้ชั้นล่างเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงประวัติชาวไทยอีสานดั้งเดิมของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีอยู่ 8 เผ่า คือ ไทยอีสาน กุลา ภูไท ย่อ กะเลิง โซ่ แสก และข่า นอกจากนี้ยังมีของโบราณอีกมากมาย จากนั้นค่อยขึ้นลิฟท์ไปยอดหอคอย ชมทิวทัศน์ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ใครไม่มีกล้องส่องทางไกล ก็ใช้กล้องหยอดเหรียญได้ มีบริการไว้หลายจุดรอบๆ หอคอย

          เมื่อชมวิวเมืองมุกดาหารแล้ว ขณะนี้น่าจะใกล้ๆเที่ยง รีบกลับเข้าเมืองหาอาหารญวนกินดีกว่า ขับรถมาถึงตัวเมืองให้เลี้ยวซ้าย จะมองเห็นวงเวียนซึ่งมีที่เดียวในมุกดาหาร ให้เลี้ยวขวา ตรงไปสถานีตำรวจภูธร ถนนชื่อพิทักษ์สันติราษฎร์ ร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงพัก ชื่อร้าน "คู่แฝด" ถามใครก็ได้ที่เป็นคนมุกดาหาร รู้จักร้านนี้ดี แต่ถ้าคุณไปถามคนอื่นที่ไม่ได้อยู่จังหวัดนี้ คงไม่รู้จัก (อ่านแล้วรู้สึกงุ่นง่านใจดีมากครับพี่เล็ก - บก.)

          เจ้าของร้านเป็นพี่น้องฝาแฝด น่ารักเสียด้วย อาหารญวนที่นี่อร่อยใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น แหนมเนือง ปอเปี๊ยะสด ปอเปี๊ยะทอด บั้นแบ่ว ฯลฯ ปอเปี๊ยะสดของญวนจะใช้แผ่นปอเปี๊ยะที่ทำโดย เอาข้าวเจ้ามาโม่ผสมน้ำ และมาละเลงบนผ้าที่ขึงตึงกับปากหม้อ พูดง่ายๆทำเหมือนข้าวเกรียบปากหม้อนั่นเอง แต่เค้าทำแผ่นใหญ่กว่ามาก เมื่อแป้งสุก ช้อนมาวางบนตะแกรงไม้ไผ่ นำไปตากแดดจนแห้งสนิท เวลากินนำมาแช่น้ำให้นิ่มก่อน จึงมาห่อไส้ ได้แก่ หมูสับ วุ้นเส้น ผักกาดหอม ผักแผ้ว ฯลฯ ม้วนจนแน่น แล้วค่อยตัดเป็นท่อนๆ กินกับน้ำจิ้มหวานๆ เค็มๆ เปรี้ยวนิดๆ แผ่นปอเปี๊ยะนี้เอามาใช้ห่อแหนมเนืองด้วย แต่ตัดเป็นแผ่นๆเล็กๆ ใครชอบอาหารที่ใช้ผักมากๆ อาหารญวนนี่แหละครับเหมาะที่สุด ผักที่ใช้มีหลายชนิด เช่น ผักติ้วรสออกเปรี้ยวๆ นิดๆ ผักแผ้วหอมๆ ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ ฯลฯ

          กินเสร็จแล้ว ตอนบ่ายเตรียมตัวไปเล่นน้ำที่ "แก่งกระเบา" ใช้เส้นทางไปนครพนม ประมาณ 40 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางไปแก่งกระเบา ให้เลี้ยวขวามาตามทางก็จะถึง แก่งกระเบาที่เลื่องชื่อลือนาม ช่วงสงกรานต์สาวหนุ่มจะมาเล่นสาดน้ำกันที่นี่ บางคนอยากข้ามโขงไปสาดสาวลาวก็มีเรือพาไป ทางฝั่งลาวก็สนุกครึกครื้นเหมือนกัน มีวงดนตรีมาเล่นที่ริมฝั่งแม่น้ำแข่งกับฝั่งไทย ใครอยากเล่นน้ำก็มีห่วงยางในรถยนต์ ให้เช่าเล่นน้ำได้ ใครหิวสั่งอาหารได้ เค้าบริการส่งถึงที่มีเสื่อปูให้ด้วย อาหารดังๆมี "หมูหัน" แต่ก่อนเป็นลูกหมูพื้นเมืองมาจากลาว ราคาถูกแต่ของแถมเพียบ เช่น พยาธิตัวจี๊ด ฯลฯ ตอนหลังเลยใช้ลูกหมูฝั่งไทย สะอาด แต่ราคาแพงกว่าเยอะ ตกตัวละ 300 บาท ผมกินแล้วรสชาติอร่อยดี มีน้ำจิ้มให้ 2 แบบ แบบซีอิ๊วหวานและแบบซีอิ๊วไม่หวาน

          มุกดาหารเป็นจังหวัดเล็กๆแต่สนุกเป็นกันเองอย่างนี้แหละครับ เราเลยมักรวมทริปหลายจังหวัด เช่น มุกดาหาร นครพนม ฯลฯ จะได้ความสนุกยิ่งขึ้น แต่ระวังหน่อยนะครับ ช่วงนี้มุกดาหารร้อนและแล้ง ถ้าอยากจะให้สวย คงต้องรอไปปลายฝนต้นหนาว วางแผนระยะยาวไว้ก็ได้

          อาทิตย์หน้าถึงเวลาลงทะเลอีกครั้ง ผมจะพาคุณไปลุย "เกาะเต่า" และ "เกาะพงัน" แถมแวะพักกินที่ชุมพรด้วย รับรองสนุกสมใจคนรักน้ำเค็มมาก อย่าพลาดกันนะครับ รับรองข้อมูลใหม่สด กระซิบไว้นิดใครชอบปาร์ตี้ชายหาด ผมพาลุยตั้งแต่หาดริ้นเกาะพงัน ยันหาดทรายรีที่เกาะเต่าเลยครับ

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

Click Here!