![]() Last Update : Tuesday 26 June, 2001 1:08 PM |
|
จากอินทนนท์ถึงแม่ฮ่องสอน (1)
มาอีกแล้วครับ จอมทรยศ นักเขียนผู้ไม่เคยรักษาสัญญากับคุณผู้อ่าน บอกว่าจะพาไปมุกดาหาร ผ่านมาแล้วสองอาทิตย์ก็ยังไม่ได้ไป ที่ผลัดไปผลัดมาเพราะผมมานั่งนึกๆ ดูแล้วว่า กว่าจะถึงหน้าหนาวแต่ละครั้ง ต้องรอกันเก้าเดือน รีบๆ เที่ยวช่วงนี้เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาที่รอคอย
ผมเคยอยู่เชียงใหม่ รู้ดีว่าช่วงใกล้จะหมดหนาวเข้าสู่ร้อน สภาพธรรมชาติจะแปรเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ป่าที่เคยเขียวชะอุ่ม เปลี่ยนไปกลายเป็นสีเหลือง ใบไม้ร่วงหล่นเหลือแต่ต้นแห้งโกร๋น รอบด้านมีแต่ความแห้งแล้งและร้อนระอุ ผมเล่าให้น้องๆนิสิตเกษตรศาสตร์ฟัง (แก๊งค์เดียวกับที่เคยโดนผมหักหลังคราวไปเที่ยวทุ่งแสลงหลวง) เด็กๆเหมือนโดนใจ ร่ำร้องให้ผมจัดทริปไปเที่ยวเมืองเหนือ ผมเลยจำใจต้องพาไป เฮ้อ...เด็กสมัยนี้เอาใจยากจริง
ทริปนี้รีบเที่ยวกันหน่อย โบราณว่าไว้ตีเหล็กต้องตีร้อนๆ เดี๋ยวน้องเปลี่ยนใจแล้วผมจะโดดเดี่ยว ครั้งนี้สปอนเซอร์ของเราคืออาจารย์ธรณ์แห่งคอลัมน์ Trip แกว่าจะไปถ่ายภาพนกอะไรก็ไม่รู้ ส่วนผมนักดูนก ไม่นิยมถ่ายภาพ เพราะไม่มีตังค์ซื้อกล้อง
จากกรุงเทพฯเราตรงไปเชียงใหม่ เส้นทางสี่เลนตลอดสาย เสร็จแล้วเกือบ 100% กำหนดการของเราคือไปค้างบนดอยอินทนนท์ 1 คืน แม่ฮ่องสอน 1 คืน และอุทยานฯห้วยน้ำดัง 1 คืน แต่ผมจะเล่าเฉพาะเรื่องแม่ฮ่องสอน เนื่องจากเรื่องอื่นอาจารย์ธรณ์ขอไว้เขียน ใครสนใจต้องตามไปอ่านใน "ผู้จัดการ" วันอังคารนะครับ รู้สึกว่าแกจะเขียนไปแล้วหนึ่งตอน หรือจะตามไปอ่านใน www.TalayThai.com ก็ได้ มีภาพสีสวยๆ เยอะเชียว
เหตุผลที่ผมไปค้างอินทนนท์ นอกจากให้อาจารย์ได้ลองเลนส์สมใจอยาก ยังเป็นเพราะจากยอดดอยอินทนนท์ มีเส้นทางไปแม่ฮ่องสอนได้ ต้องอธิบายให้คุณผู้อ่านทราบไว้ว่า จากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนมีทางไป 3 ทาง ถนนที่ทุกคนรู้จักดีคือสาย "แม่มาลัย" วิ่งจากเชียงใหม่ไปอำเภอแม่มาลัย เลี้ยวขวาไปอำเภอปาย จนไปถึงแม่ฮ่องสอนในที่สุด ถนนอีกสายหนึ่งคือลงมาทางจอมทอง ผ่านไปทางฮอด เลี้ยวเข้าแม่สะเรียง แล้ววิ่งขึ้นแม่ฮ่องสอนทางด้านใต้ แม้จะอ้อมหน่อย แต่ถนนดีมาก
ทางสุดท้ายคือถนนที่ผมเลือกไปในทริปนี้ เริ่มจากยอดดอยอินทนนท์ ลงไปอำเภอแม่แจ่ม ตัดไปอำเภอขุนยวม ก่อนเข้าเส้นทางแม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน วิ่งเข้าตัวเมือง ผมไม่เคยไปเส้นนี้ แต่คราวที่มาเที่ยวอินทนนท์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ (เล่าเรื่องให้ฟังไปแล้วครับ) ผมไปอำเภอแม่แจ่ม ถามชาวบ้านบอกว่าไปได้แน่ๆ เพราะถ้าไม่แน่ใจขืนทดลองไปแล้วหลง จะโดนน้องๆ โห่และรุมสกรัมแน่นอน เพราะผมพาพวกเขาหลงมาหลายครั้งแล้ว
ผมใช้เส้นทางไปแม่แจ่ม ที่มีแยกอยู่ใกล้ๆด่านตรวจการของอุทยานฯด่านที่ 2 ลงเขาไปแม่แจ่มระยะทาง 22 กิโลเมตร ตลอดทางถนนคดโค้งและลงเขา จึงอยากย้ำเตือนไว้ว่าโปรดระวังมากๆนะครับ เพราะไม่มีไหล่ทาง ถนนแคบมากแถมชำรุดบางช่วง โดยเฉพาะรถที่วิ่งมา 70,000 กิโลเมตรแล้วยังไม่ยอมเปลี่ยนยางเหมือนรถผม โปรดระวังไว้ให้มากๆ (เหรอครับ...คราวหน้าผมจะได้ไม่นั่งรถพี่เล็กอีก - บก.)
ขับรถมายังไม่ทันถึงอำเภอแม่แจ่ม ผมได้ยินเสียงกร๊อบๆแกร๊บๆด้านหลัง ชำเลืองดูพบว่านิสิตกำลังทำตัวเป็นซานตาครอส โดยเอาถุงก๊อบแก๊บมา เกี่ยวหูถุงไว้ที่หูคน ปากถุงจะจ่ออยู่ตรงปากเราพอดี เวลาอ้วกจะได้ไม่กระฉอก ที่นิสิตไม่ใช้สองมือ เพราะมือทั้งสองข้างต้องคอยจับที่มั่นไว้ ไม่ให้ตัวเหวี่ยงไปตามแรงขณะเข้าโค้งหักศอกหักเข่า ที่มีจนนับไม่ไหว ผมเห็นแล้วเริ่มรู้สึกอยากเป็นลุงซานต้าบ้างจังครับ
มาถึงอำเภอแม่แจ่ม ตรงไปได้ไม่ต้องวอกแวก จะมีสามแยกพร้อมป้ายเขียนว่าไปขุนยวม 98 กิโลเมตร เชิญเลี้ยวไปตามป้าย เส้นทางตอนแรกจะลาดยางเรียบร้อย แต่พอมาได้ระยะหนึ่ง ถนนกลายเป็นลูกรัง ตรงหน้าหมู่บ้านอะไรก็จำไม่ได้ พอเลยหมู่บ้านนิดเดียว ถนนกลับเป็นลาดยางอีก ผมไม่เข้าใจว่าจะเว้นถนนไว้ให้ชาวบ้านผจญฝุ่นทำไม? ระยะทางแค่ 2 กิโลเมตรเอง เด็กๆ หัวแดงแจ๋กลายเป็นฝรั่งหมด เผอิญนึกขึ้นได้ว่ากำลังดำรงชีวิตอยู่ในเมืองไทย...ก็เลยบางอ้อ
ขับไปอีกหน่อย ผมแวะที่ร้านขายของข้างถนนหน้าหมู่บ้านเล็กๆ ตามคำโวยวายจากด้านหลังว่าถ้าไม่แวะอ้วกแน่ ระหว่างนิสิตสุมหัวกันอ้วก ผมเดินเข้าไปในร้าน ลักษณะเป็นร้านของชำเล็กๆข้างทางในชนบททั่วไป แต่มีของขายเยอะ แม้กระทั่งปลา "ไล้กอทอด"
ปลาไล้กอคือปลาปากคม อาศัยอยู่ในทะเลไกลจากแม่ฮ่องสอน ลักษณะคล้ายปลาช่อนจิ๋ว ตัวยาวไม่ถึงครึ่งคืบ อาจารย์ธรณ์ไปด้อมๆมองๆ พบห่อใบตองแห้งๆคล้ายห่อข้าวเหนียวปิ้ง รีบหยิบมาถามผมว่าคืออะไร? ผมก็ไม่รู้เพราะเห็นแต่ใบตอง แต่ต้องรักษาฟอร์มเด็กเหนือในอดีต จำได้ว่าเคยเห็นตอนไปเดิน "กาด" ยามเช้า (กาด - ตลาด) ลักษณะคล้ายๆแบบนี้เค้าเรียกว่า "แอ๊บสมองหมู" เลยรีบบอกไป แต่คนขายกลับขัดคอว่าไม่ใช่ นี่คือ "ถั่วเน่า" ต่างหาก ผมมองหน้าคนขาย ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงมีหวังโดนเบิ๊ดโหลกแน่นอน
ถั่วเน่าใช้แทนปลาร้า เพราะที่นี่เค้าไม่มีปลาร้า (ทำไมไม่มี? กรมประมงลงทุนตั้งหลายร้อยล้านบาทต่อปี ให้คนไทยมีปลากินถ้วนหน้า - บก.) วิธีทำคือเอาถั่วเหลืองมาหมักกับเกลือ ทิ้งไว้จนเน่า ที่จริงผมอยากแกะดูว่าถั่วเน่าหน้าตาเป็นอย่างไร? แต่อีกใจก็พอจะเดาออกว่ามันจะมีรูปร่างและกลิ่นอย่างไร ก็เลยสรุปว่าไม่แกะดูดีกว่า
ระหว่างพักกินน้ำ มีรถสองแถวพาฝรั่งหัวแดง ไม่ใช่เป็นเพราะชาติกำเนิด แต่แดงเถือกเพราะฝุ่นข้างทาง ผมชักเริ่มสงสัยตัวเอง เลยถามแม่ค้าว่าถนนเป็นยังไง? แม่ค้ายิ้มอย่างอารมณ์ดี แม้ว่าพวกเราจะไม่ซื้อถั่วเน่าของแก ตอบว่ามีลูกรังประมาณ 4 กิโลเมตร จากนั้นเป็นทางลาดยางตลอด
ผมขับรถต่อไปจนถึงแม่นาอร เจอถนนลูกรังอย่างแม่ค้าบอกเข้าให้ แต่ไม่ใช่ลูกรังธรรมดา เป็นลูกรังมหาโหด มีก้อนหินโผล่ตะปุ่มตะป่ำคล้ายลูกมะระขี้นก (มะระธรรมดาไม่ได้ ลอนใหญ่เกินไป) ขับไปสักหน่อยก็ขึ้นเขา มีรถกระบะวิ่งฝุ่นโขมงสวนลงมา เห็นคนขับโบกไม้โบกมือเรียก เลยเข้าไปจอดเทียบ คนขับโผล่หน้าถามว่าพี่ๆมาจากไหน? ผมก็ตอบไปมาจากกรุงเทพฯน้อง แกรีบบอกว่าไม่ใช่ๆ ทางที่พี่มาน่ะ มาจากไหน? อ๋อ...มาจากดอยอินทนนท์ แกรีบบอกว่าผมจะไปดอยอินทนนท์ แต่ขับเท่าไหร่ก็ไม่ถึง เห็นถนนแบบนี้ยิ่งกลัวหลงทาง เลยต้องถามสักหน่อย ครับขอบคุณครับ...ไปล่ะ
ผมรีบเรียกไว้เพราะอยากรู้ว่าทางลูกรังนี้ไปอีกไกลมั้ย? ลุงที่นั่งอยู่ในกระบะรถเป็นผู้ตอบแทน เพราะรถเริ่มแล่นไปแล้ว อีกไกลพอดูแหละ เอ! แล้วมันไกลแค่ไหนล่ะไอ้พอดูนะลุ๊ง ไม่ได้ผลเพราะรถแกวิ่งตะลอนฝุ่นฟุ้งต่อไป ผมเลยต้องขับรถต่อไปเพื่อวัดใจแม่ค้าว่า 4 กิโลเมตรจริงหรือเปล่า?
ระหว่างทาง มีรถปิคอัพขนกะหล่ำปลีเต็มคัน สวนมาหลายคัน กะหล่ำสดๆเห็นแล้วอยากเอามาแกล้มกับลาบน้ำตกแซบ คงหวานดีพิลึก จากนั้นต้องล้างคอด้วยโซดา กินเฉยๆ จะเลี่ยนไป หยดเหล้าไปสักนิดรับรองแจ๋ว น้องๆ ข้างหลังรถก็อ้วกกันจนหมดแรงหลับผลอย ระหว่างทางเป็นป่าไม้เบญจพรรณ ไม่มีบ้านเรือนเลย ใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วร่วงไปบ้างแล้ว ผมขับรถตะลุยฝุ่นคลุ้งมองไม่เห็นข้างหลัง จนมาถึงทางลาดยางค่อยร้องเฮ้อ ระยะทางไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตรแน่นอน แหม..แม่ค้า ไม่อุดหนุนถั่วโดนลุยเลยนะ
ถนนพาผมขึ้นเขาสลับซับซ้อน เป็นกำแพงธรรมชาติกั้นระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เสียแต่ว่ากำแพงนี้สูงมาก บางครั้งขับอยู่ในหุบเขา แหงนหน้ามองขึ้นไปไกลลิบ เห็นถนนอยู่บนยอดเขา มีอยู่ตรงหนึ่งยอดเขาสูงเป็นพิเศษ ถนนไปไม่ถึงเพราะแคบเกินไป กรมทางหลวงเลยระเบิดยอดเขาแบ่งเป็นสองซีก ให้รถขับผ่านไปดูแปลกตาดี สองข้างทางเป็นป่าดิบหนาแน่นสมบูรณ์ดูแล้วชุ่มฉ่ำ
ในที่สุด ผมขับมาถึงสามแยก มีทางไป "น้ำตกแม่สุรินทร์" และ "ดอยแม่อุคอ" ดินแดนแห่งทุ่งบัวตอง แต่ตอนนี้ดอกบัวตองเหี่ยวไปเกือบหมดแล้ว ไม่หนาแน่นเต็มหุบเขาเหมือนช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ผมเลยไม่ปลุกใครสักคน แต่แกล้งขับรถเลยไปจนถึงอำเภอขุนยวม ตั้งใจว่าจะไปหาอะไรกิน แต่สองข้างทางดูแล้วเงียบเหงา เลยไม่กินดีกว่า ไปตายดาบหน้าที่แม่ฮ่องสอน (พี่เล็กครับ ผมจำได้ว่าพี่เล็กขับเลยทางเข้าอำเภอ ตัดออกมาถนนใหญ่ ถึงไม่มีอะไรกิน แล้วจะไปต่อว่าอำเภอเค้าอีกเหรอครับ? - บก.)
จากขุนยวมไปแม่ฮ่องสอนประมาณ 60 กิโลเมตรเศษๆ ถนนสายนี้ดีมาก มีป่าสองข้างทางมองดูแล้วร่มรื่น ทางโค้งไม่อันตรายเหมือนเส้นทางอื่น โดยเฉพาะเส้นทางที่เรามา วิ่งไปสักครู่มีป้ายบอกข้างทางว่า "ชาวแม่ฮ่องสอนลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ ถนนจากขุนยวม-แม่ฮ่องสอน สวยที่สุดในจังหวัด" ผมและคณะขอลงความเห็นด้วยว่าจริงครับ สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือเลยก็ว่าได้
เรามาถึงแม่ฮ่องสอนตอนเย็นเกือบมืด สรุปแล้วใช้เวลาบนเส้นทางประมาณ 4 ชั่วโมง เมื่อมานับระยะทางดูแล้ว จากอินทนนท์-แม่ฮ่องสอน มีระยะทางรวม 186 กิโลเมตร แต่ถ้าไปทางแม่มาลัย นับจากด่านฯ2 บนดอยอินทนนท์ลงมาถึงถนนใหญ่ 37 กิโลเมตร วิ่งกลับไปเชียงใหม่อีก 50 กิโลเมตร จากเชียงใหม่ไปแม่มาลัยจนถึงแม่ฮ่องสอน ระยะทาง 240 กิโลเมตร รวมแล้ว 327 กิโลเมตร ไกลกว่าเส้นทางที่ผมมาตั้งเยอะ ถ้าถนนช่วงแม่แจ่ม-ขุนยวม ปรับปรุงดีเมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าเส้นทางนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะนักนิยมธรรมชาติทั้งหลาย สามารถเที่ยวอินทนนท์ แม่ฮ่องสอน แล้ววกกลับไปทางแม่มาลัย นอนพักที่ห้วยน้ำดังอีกคืน หรือจะวิ่งในทางกลับกันก็ได้ ตลอดทางมีแต่ป่า น่าจะเป็นเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติได้เป็นอย่างดี (รวมทั้งเป็นเส้นทางสนับสนุนการตัดไม้ทำลายป่าได้อย่างดีด้วยใช่มั้ยครับ? - บก.)
อาทิตย์นี้ผมยังไม่ได้เที่ยวอะไรแถวแม่ฮ่องสอน แต่นำภาพ "พระธาตุดอยกองมู" มาให้ชมไว้ล่วงหน้า เนื่องจากไม่มีภาพเส้นทางที่เพิ่งเล่าไป เพราะระหว่างทางช่างภาพอ้วกเลยไม่มีแรง อาทิตย์หน้าผมจะเล่าเรื่องพระธาตุแห่งนี้ รวมทั้ง "วัดจองคำ" แถมจะลุยกินเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนตะลุยกลับเชียงใหม่ สนใจเชิญติดตาม
สำหรับคุณที่สนใจดอยอินทนนท์ ถ้ำลอดใหญ่ และโป่งเดือดป่าแป๋ ลองติดตามอ่านใน TRIP ของอาจารย์ธรณ์ วันอังคารหน้าแกจะเล่าเรื่อง "กิ่วแม่ปาน" ผมอ่านต้นฉบับแล้ว ดุเดือดดีมาก ใครว่ากิ่วดีกิ่วเจ๋ง ลองอ่านเวอร์ชั่นนี้มีมุมมองใหม่ๆ ครับ
จากอินทนนท์ถึงแม่ฮ่องสอน (2)
ดูนกบนยอดดอย...อินทนนท์Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
Warning: main(): open_basedir restriction in effect. File(/home/root073/htdocs/inc/banner_ex.inc) is not within the allowed path(s): (/var/www/virtual/talaythai.com/:/usr/share/php/:/tmp/) in /var/www/virtual/talaythai.com/htdocs/issue/Lek/0013.php3 on line 180
Warning: main(/home/root073/htdocs/inc/banner_ex.inc): failed to open stream: Operation not permitted in /var/www/virtual/talaythai.com/htdocs/issue/Lek/0013.php3 on line 180
Fatal error: main(): Failed opening required '/home/root073/htdocs/inc/banner_ex.inc' (include_path='.:/usr/share/php:/usr/share/pear') in /var/www/virtual/talaythai.com/htdocs/issue/Lek/0013.php3 on line 180