![]() Last Update : Wednesday 20 June, 2001 2:37 AM |
|
ไปภูเขียวเที่ยวทุ่งกะมัง (2)
อาทิตย์ที่แล้ว เรามุ่งหน้าไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว พาคุณไปเที่ยวเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนจะลุยเข้าทุ่งกะมัง ที่อยู่กลางป่าลึกของภูเขียว มีที่ทำการฯและบ้านพัก คุณสามารถนอนได้หากติดต่อตามระเบียบ ผมจบเรื่องไว้ที่อาหารเย็นและการนอน ถึงตอนนี้ได้ฤกษ์ตื่นมาเล่าเรื่องให้คุณฟังต่อ
ตอนเช้าเสียงนกจะปลุกคุณตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างดี ใครชอบดูนก ให้ลุกล้างหน้าแปรงฟันกันได้แล้ว หาอะไรรองท้องไว้หน่อยก็ดี บ้างที่ผมอยู่จัดว่าเยี่ยมจริงๆ ข้างบ้านมีต้นไม้สูงๆ หลังบ้านเป็นป่าค่อนข้างทึบ มีนกหลายชนิด ผมเห็นนกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกไต่ไม้ท้องสีเม็ดมะขาม นกเฉี่ยวบุ้ง นกกางเขนดง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง แม้แต่ไก่ป่าก็มี ผมเดินไปไม่ทันมองทางให้ดี ไก่ป่าอยู่ใกล้ๆ ตกใจบินออกมา ผมเองก็ตกใจมัวดูนกตามต้นไม้เพลิน ไม่นึกว่าจะมี ไม่ได้ยินเสียงเลย พอไก่บินผมใจหายแว้บ เพราะกลัวจะมีตัวอะไรกระโจนตามไก่ออกมา เมื่อตามไก่ไม่ทัน มันอาจมาตามผมเข้าให้ คงไม่สนุกแน่
มองไปรอบๆ ด้าน นกปรอทหัวโขนมีมากจริงๆ อยู่ตามต้นไม้และตามทุ่งหญ้าร้องเสียงวี๊ดวิ้วๆ ไพเราะเพราะดีมาก ผมยังเจอนกขมิ้นหัวดำใหญ่ นกปรอดดำ นกจับแมลงจุกดำ ฯลฯ พวกนี้ถ้าคุณไม่รู้จัก คงต้องซื้อหนังสือคู่มือดูนกสักเล่ม จะเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นแฟนประจำของคอลัมน์นี้ เนื่องจากเราจะเล่าเรื่องนกไปเรื่อยๆไม่มีจบสิ้น ซื้อตอนนี้ถือว่าคุ้มค่า เพราะผมเพิ่งเขียนมาได้ไม่กี่เดือน ถ้าไปซื้อตอนหลังๆอาจเสียใจได้ครับ
เดินลงมาข้างล่างมีบึงน้ำใหญ่ มีนกอีล้ำลอยน้ำบ้าง เกาะตามตอไม้บ้าง หลายสิบตัว พอผมเข้าไปใกล้ๆก็รีบว่ายหนีไปรวมอยู่ไกลๆ ข้างบึงมีทางลูกรังปนดิน พอให้รถเข้าไปได้ ถ้าเดินไปต้องระวังทากบ้าง ช่วงผมไปมีอยู่หลายตัวเหมือนกัน แต่ผมไม่กลัวเพราะเคยโดนดูดเลือดมาจนชินแล้ว
เส้นทางนี้จะอ้อมบ้านที่ผมพักระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร วกกลับมาที่บ้านพักรับรองใกล้พระตำหนักอีกด้านหนึ่ง ระหว่างทางพบนกหัวขวานด่างแคระ นกหัวขวานสีตาล นกโพระดกไม่รู้ชนิดไหนเพราะอยู่สูง มองไม่ค่อยชัด ร้องกัว........ต๊ก.....ๆๆๆๆๆ (กลัวตกดันบินไปอยู่ยอดไม้ซะสูงเชียว ลงมาใกล้ๆก็ได้ ขอแค่ดูไม่กัดหรอก)กลับมากินอาหารเช้าเกือบสิบโมง ตอนนี้มีสมาชิกใหม่มาเยี่ยมเป็นกวางป่าตัวโตเต็มวัยแล้ว ไม่กลัวคน เห็นคนจะเดินเข้าไปหา ใครให้อะไรกินก็กินหมดทุกอย่าง พอไม่ให้กินคราวนี้เดินไปคุ้ยขยะ กระจายเต็มพื้น ต้องมาช่วยกันเก็บแทบแย่ แม่บ้านที่มาทำความสะอาดบ้านและดูและรอบบริเวณ บอกว่าที่เขตฯไม่อนุญาตให้กางเต๊นท์ ก็เพราะกวางพวกนี้ พอดึกๆจะมารื้อเต๊นท์ สร้างความลำบากให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ส่วนพวกเนื้อทรายกับเก้งมาเดินเล่นข้างบ้านเหมือนกัน แต่พอเจอคนจะวิ่งลงไปทุ่งหญ้าหน้าบ้าน ผมอยู่ที่นี่ไปสักพัก รู้สึกเริ่มธรรมดาที่เห็นสัตว์พวกนี้ เลยรู้สึกเฉยๆกับเก้งกิ๊กก๊อกกวางกระจอก ผมอยากเห็นกระซู่มากกว่า
"กระซู่" เป็นแรดพันธุ์เล็กที่สุดในโลก จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ยืนยันว่ายังมีอยู่ มีการพบร่องรอย ทั้งปลักที่กระซู่ลง รอยเท้าและมูลที่ทิ้งไว้ ผมว่าการศึกษากระซู่ที่คาดว่ายังมีชีวิต น่าดีกว่าไปตามช้างมีขนที่อมก๋อย ซึ่งคนที่พอรู้จักป่า ได้ยินข่าวแล้วเศร้าใจจริงๆ (ช้างสายพันธุ์นี้เคยมีรายงานที่มาเลเซียนานแล้วครับ ไอ้ผมก็รู้แบบงูๆปลาๆ บอกได้แค่นี้ แต่มีคนที่รู้ดีกว่าผมอีกเยอะ)ทุ่งกะมังมีบึงอีกหลายแห่ง แต่ละแห่งมีนกน้ำ เช่น เป็ดแดง อีล้ำ ยางกรอกพันธุ์จีน ระหว่างเดินเล่นริมบึงมีนกกระทุงบินมาลงหนึ่งตัว ตอนหลังมารู้ว่าเจ้าตัวนี้เชื่องเหมือนกัน ชอบมาเกาะตรงที่ทำการฯเป็นประจำ แขกไปใครมาได้ทักทายแน่
จากบ้านพักขับรถมาทางที่ทำการฯ เลี้ยวขวาตามทางไปเรื่อยๆ จะมีหอดูนก ซึ่งน่าเสียดายที่ชำรุดไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป ผมคิดว่ากรมป่าไม้น่าจะหางบปรับปรุง อาจขอททท.มาก็ได้ถ้ากรมป่าไม้ไม่มีเงิน เพราะคงได้ประโยชน์สำหรับการส่องดูสัตว์จากระยะไกลมาก
ใกล้ๆหอดูสัตว์ มีกรงเลี้ยงนกกระเรียน เจ้านกกระเรียนนี่หวงเขตตัวเองจริงๆ พอเราเดินเข้าไป เจ้านี่จะร้องเสียงดัง และเดินเข้ามาไล่จิกทันที ผมหนีขึ้นรถแทบไม่ทัน ถึงแม้จะเป็นนกหายาก ใกล้สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ทำหยิ่งอย่างนี้ ผมไม่ชอบเลยไปดีกว่ากลับมาที่พักจัดแจงทำอาหารกลางวัน เที่ยวนี้มีเพื่อนชอบทำอาหารไปด้วย เลยโชว์ฝีมือทำสปาเก๊ตตี้ให้กิน หมูผัดซอสมะเขือเทศทำมาจากบ้าน เพียงลวกเส้นให้สุก และอุ่นหมูเป็นอันใช้ได้ รสชาติเยี่ยมจริงๆ อิ่มเสร็จก็นั่งเล่นคุยกัน รอบ่ายแก่ๆขับรถไปตามเส้นทางที่เข้ามา เจอนกเงือกฝูงเล็กๆบินผ่าน ดูจากลักษณะน่าจะเป็นนกเงือกกรามช้าง ระหว่างทางยังมีนกขุนทอง นกแซงแซวหางบ่างใหญ่ ฯลฯ
ห่างจากที่พักตามถนนนี้ประมาณ 3 กิโลเมตร ข้างทางมีต้นไม้อยู่หนึ่งต้น ผมไม่ทราบว่าเป็นต้นอะไร แต่มีนกอยู่เพียบกำลังจิกกินลูกไม้สุก ผมพยายามส่องแต่มองเห็นไม่ชัด เพราะแสงอาทิตย์แยงตา เลยตั้งใจว่าจะกลับมาดูอีกสักครั้งตอนเช้าถึงเวลาออกเดินทางต่อ ผมเจอฝรั่งที่กำลังทำงานวิจัยเรื่องสัตว์จำพวกเสือขนาดเล็ก ที่รู้ไม่ใช่เพราะผมถามเขา เนื่องจากผมละอายภาษาอังกฤษของตนเอง แต่สังเกตจากกรงดักเสือ ตรงท้ายมีที่กั้นเพื่อใส่ไก่เป็นๆไว้เป็นเหยื่อล่อ แต่ช่องใส่ไก่มีตาข่ายล้อมรอบ เพื่อป้องกันเสือกินไก่ อาจเป็นเพราะฝรั่งคนนี้ไม่มีตังค์ เลยไม่สามารถซื้อไก่มาให้เสือกินได้บ่อยๆ คิดดูอีกที แกอาจจะเป็นคนใจบุญสุนทาน ไม่อยากจะฆ่าสัตว์ แม้ว่าจะเป็นงานวิจัยของตัวเองก็ตามที ตรงคอกกั้นไก่ยังมีอาหารพร้อมน้ำให้เสร็จสรรพ เพราะบางครั้งต้องทิ้งไว้หลายวัน เดี๋ยวไก่จะอดตายเสียก่อน
ผมเห็นเขาเอากรงลงจากรถปิคอัพ แล้วแบกกรงเดินลงไป เลยรีบสอดรู้สอดเห็น เลยรีบย่องตามไปดู เห็นเขาเอากรงวางไว้ข้างลำธาร เอากิ่งไม้มาพรางให้กลมกลืน เมื่อทำธุระเสร็จก็จากไป ผมเลยได้หมายใหม่ กะว่าพรุ่งนี้เช้าจะมาดูเสือสักหน่อย
สักสี่โมงเย็น ผมกลับมาจากการขับรถเล่น ถึงเวลาทำอาหาร มื้อนี้ทำง่ายๆ (มื้อไหนของพี่เล็กก็ทำง่ายๆทุกที เมื่อไหร่จะถึงเวลาทำยากๆครับ - บก.) เริ่มจากผัดเผ็ดหมูใส่ถั่วฝักยาว เอาน้ำพริกแกงเผ็ด ผัดกับน้ำมันร้อนๆจนหอม รีบเอาหมูลงผัด เติมน้ำปลาน้ำตาลให้ออกรสหวานนิดๆ ค่อยเอาถั่วฝักยาวผัดจนสุกได้ที่ เอาใบมะกรูดหั่นฝอยใส่ลงไป รวนอีกหน่อยเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถือเป็นอาหารง่ายๆที่เหมาะสำหรับกินกลางป่า ไม่มีน้ำหกให้ลำบาก แถมยังเก็บค้างคืนไว้ได้ไม่เสียอีกด้วย
เพื่อให้ครบสำรับมากขึ้น ผมทำผัดผักรวม ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ สุดท้ายรีบงัดหมูแดดเดียวที่ซื้อมาจากมวกเหล็กออกมากิน ก่อนที่มดจะแบกกลับรังไปกิน เพราะตอนนี้มีมดลาดตระเวณเริ่มชวนพรรคพวกมาไต่ตอมกันเป็นแถว
อาหารง่ายๆอย่างนี้แต่กินกลางป่าอร่อยดี มองซ้ายขวาเห็นห้องน้ำว่าง เลยรีบเข้าไปอาบน้ำ เพราะดองเค็มมาแล้วหนึ่งวัน ผมกลัวเพื่อนร่วมคณะจะจามฟุดฟิด หลังจากอาบน้ำประแป้งตัวหอมกรุ่น เรามานั่งคุยกันเล่นๆรอเวลาไฟดับ สักเดี๋ยวได้ยินเสียงกรอบแกรบเพราะกวางเข้ามารื้อถังขยะ ผมออกไปดูเห็นกวางชวนเพื่อนมาอีกสองตัว กลายเป็นสามกวางรื้อขยะ กระจัดกระจายไปหมด แต่ผมง่วงแล้วเลยขี้เกียจไล่กวาง เก็บไว้มาจัดการพรุ่งนี้ดีกว่า
รุ่งขึ้นผมตื่นเช้ามาก เพราะเจ้ากางเขนดงมาร้องเจื้อยแจ้วอยู่ตรงหน้าต่างห้องนอนพอดี เลยออกมาต้มน้ำชงกาแฟ ตอนนี้มีหมอกเล็กน้อย มองไปเห็นเนื้อทราย 4-5 ตัวที่มาเดินมอร์นิ่งวอร์คบนสนามหญ้า หันมาเจอผมเลยกระโดดโหยงๆเข้าป่าไป ผมรีบหาอะไรกินรองท้องนิดหน่อย จากนั้นถึงเวลาเดินไปต้นไม้สุกที่หมายตาไว้แต่เมื่อวาน ห่างจากที่พักประมาณ 3 กิโลเมตร ระหว่างทางเจอนกกระรางหัวหงอกร้องกันลั่น นกหัวขวานอีกหลายชนิดบินโฉบมาตามต้นไม้ ส่งเสียงแหลมๆถี่ๆ
พอไปถึงต้นไม้ ผมเห็นกิ่งไม้ไหวยวบๆ เลยส่องกล้องดู เจอค่างแว่นถิ่นเหนือฝูงหนึ่งกำลังกินผลไม้และใบอ่อน ค่างตัวหนึ่งหันมาเห็นผม เลยบอกเพื่อนค่าง พากันอพยพไป แต่ไปแบบสุภาพชน ไม่มีการพรวดพราด ทุกตัวค่อยๆเดินไปตามกิ่งไม้จนปลาย ก่อนจะกระโดดหายไปทีละตัว
ผมหาที่นั่งซุ่ม สักเดี๋ยวมีนกเข้ามาหากินเยอะแยะ ส่วนใหญ่เป็นนกปรอดหัวโขน นกโอ่งเมืองเหนือ นกเหลืองหัวจุก แถมยังมีนกแขกเต้าและนกหัวขวานเล็กหงอนเหลือง สักเดี๋ยวมีนกแก๊กที่เป็นนกเงือกพันธุ์เล็กที่สุด บินมาสองตัวแล้วลงเกาะกินลูกไม้ สงสัยนกแก๊กจะสายตาดี เพราะพยายามแอบอยู่หลังใบไม้ ไม่ยอมให้ผมส่องกล้งเห็นถนัดๆ ท้ายสุดมีนกเงือกสีน้ำตาลบินเข้ามาอีกตัว ถือว่าการดูนกวันนี้ประสบความสำเร็จดีมาก
เมื่อเริ่มเบื่อแล้ว ผมเดินไปตามลำธารเพื่อดูกรงฝรั่งดักเสือ แต่ไม่มีเสือหลงผิดเข้าไปสักตัว ผมเห็นไก่ที่เป็นเหยื่ออ้วนพีน่ากินมาก แต่สงสารฝรั่งแถมยังฆ่าไก่เองไม่เป็น เลยเลิกล้มความพยายาม เมื่อมองไปตามลำธาร โชคดีเจอนกทึดทือพันธุ์เหนือ เกาะกิ่งไม้อยู่ใกล้ๆ ลำธาร กำลังมองหาเหยื่อที่อาจเป็นปลาหรือกบ ผมมองอยู่ตั้งนานทึดทือก็ยังไม่รู้ตัว
ถึงเวลาเดินกลับเพราะเมื่อยแล้ว ระหว่างทางผมได้ยินเสียงนกร้องลั่น หันไปส่องกล้องเจอลิงกังตัวหนึ่งนั่งยองๆอยู่ข้างรังนกสาลิกาเขียว ลิงกำลังพยายามหาทางขโมยไข่นก แต่แม่นกกระโดดไปมาพร้อมร้องเสียงดัง ลิงเห็นผมเข้าก็ไม่กลัว ไม่เหมือนค่างแว่นที่เจอคนปุ๊บจะหนีทันที สงสัยเพราะโดนยิงมาย่างบ่อย
ถึงที่พักแล้ว ผมรับหน้าที่เป็นคนครัวเช่นเดิม อาหารของเราวันนี้คือข้าวต้ม ผักกาดกระป๋อง กุนเชียง ไข่เจียว และไชโป๊วผัดไข่ เมื่อทุกอย่างลงไปอยู่ในกระเพาะเรียบร้อย ถึงเวลาเก็บของกลับบ้าน แวะไปคืนกุญแจบ้านพัก เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้ามาเป็นหมู่คณะ จะสั่งอาหารทั้งสามมื้อก็ได้ ไม่เสียเวลาเที่ยว ส่วนราคาบ้านพักก็แล้วแต่จะให้ ไม่เรียกร้องอะไร แต่ผมคิดว่าเราควรจะให้สมน้ำสมเนื้อ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องจ้างคนคอยดูแลความสะอาดบ้านที่เราพัก เลยบอกพรรคพวกที่ไปด้วย เพราะผมเป็นประเภทไปฟรี คอยชี้แนะให้คนจ่ายตังค์เท่านั้น
บทสรุปของสัตว์ที่คุณจะเจอแน่ๆที่ทุ่งกะมังคือเนื้อทราย เก้ง กวาง กระเรียน นกยูงและนกขุนแผน (สองตัวหลังผมลืมเล่าเรื่อง เนื่องจากนกอยู่ใกล้ตัวเกินไป) นอกจากนั้นยังมีนกน้ำอีกเยอะแยะ อาจได้เห็นไก่ป่า แต่ถ้าไม่เจอลองดูไก่ในกรงดักเสือไปก่อน แต่อย่าลืมว่าผมหมายถึงการมานอนค้าง ไม่ใช่มาเที่ยวอย่างเช้าไปเย็นกลับ อาจได้เห็นสัตว์น้อยกว่านี้ เพราะคุณมีเวลาน้อย
ถ้าใครยังไม่สะใจ ลองไปเที่ยวสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า อยู่ใกล้ๆทางเข้าทุ่งกะมัง แถวนี้มีสัตว์มากมายอยู่ในกรง โดยเฉพาะไก่ฟ้าพันธุ์ต่างๆ ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเงิน แค่ลงชื่อเข้าชมเท่านั้น
อาทิตย์หน้า ผมจะไม่เข้าป่าอีกแล้วครับ เพราะส่องกล้องจนตาจะเป็นกุ้งยิง (ส่องนกนะครับ ไม่ได้ส่องน้องนกที่อยู่ข้างบ้าน) เราจะไปช้อปปิ้งริมโขงที่จังหวัดมุกดาหาร ไปกินอาหารเวียดนาม ทดลองความอร่อยของ "ปลาเต๋า" พร้อมชมสาวลาวใส่ผ้าถุงอาบน้ำน่ารัก
ไปอีสานอาทิตย์หน้า เตรียมตัวให้พร้อมลุยกินถึงริมโขงครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.