www.talaythai.com
Last Update : Friday 16 February, 2001 2:13 PM

สวัสดี...สิมิลัน

เกริ่นนำ
จดหมายจากดาว
เกาะสี่ที่คิดถึง
หินดอกไม้...เกาะหก
สาหร่ายผมเขียว...ปะการังสีฟ้า
ปูเอ๋ยปูน้อย
มอสทะเลและหนอนท่อ
กุ้งมังกรและสหาย
เบี้ยแท้และเบี้ยเทียม
สิงโตและปลาแพะ
สินสมุทรและขี้ตังเบ็ด
วัวและการ์ตูน
ปูไก่อยู่ในป่า
 
เปิดโลกชายฝั่ง...อ่าวพังงา
สายเดี่ยวเที่ยวเกาะสุรินทร์
เว็บบอร์ด

กุ้งมังกรและสหาย

          หนึ่งไดฟ์ผ่านไป พี่ดาวกะว่าจะนอนกลิ้งให้สบายหายเมื่อยจากการนั่งรถ แต่อาจารย์เริ่มใช้เทคนิคปั่นหัวที่แกชำนาญมาก ในที่สุดทีมงานทั้งหมดก็หลงคารม ตัดสินใจไปทำให้ตัวเปียกตอนสี่ทุ่ม

          ไนท์ไดฟ์สุดโหดมีเป้าหมายที่เกาะหก เหตุผลคือแนวปะการังตรงนี้น้ำตื้น อีกทั้งทีมงานเคยมาบ่อย รู้ลู่ทางปรุโปร่ง การเดินทางตอนกลางคืนผิดกับยามบ่าย เพราะมีคลื่นตูมๆเนื่องจากลมเหนือพัดมาแล้ว ยิ่งพาหนาวทั้งเนื้อหนาวทั้งใจ หนาวกว่าครั้งที่เราไปภูกระดึงอีกแน่ะ

          ตูมแรกที่ดาวกลิ้งโค่โร่ลงน้ำ มองไปรอบด้านมืดมาก มืดเหมือนความรักกลางใจชายโฉด แต่พอเหลียวไปที่พื้นทราย เจอกอปะการังเป็นเงาตะคุ่ม ในนั้นมีจุดแดงๆ เต็มไปหมด

          น้องอรไม่ต้องกลัวกระสือบุก เพราะที่เห็นไม่ใช่กระสือทะเล เป็นเพียงกุ้งน้อยตัวกระจ้อย มีอยู่หลากหลายเผ่าพันธุ์ พี่ดาวยังเจอทากทะเลหน้าตาประหลาดอีกหลายตัว เสียดายที่เอามาโชว์อรในจดหมายไม่ได้ เพราะอาจารย์ห้ามเด็ดขาด บอกว่าต้องใช้หากินภายภาคหน้า

          ระหว่างที่พี่ดาวกำลังส่องทากเหลืองสวยมาก รู้สึกว่ามีใครกำลังแอบดูอยู่ เป็นอาการเดียวกับที่เคยรู้สึกบ่อยครั้งสมัยใส่ชุดมัธยม ชอบมีหนุ่มๆแอบมองตามมุมตึก แต่ใต้น้ำไม่มีตึกแถมไม่มีหนุ่ม (คนอายุเกินสามสิบขึ้นไป เราไม่เรียกว่าหนุ่มใช่มั้ยเอ่ย?) ใต้น้ำมีแต่ตัวยึกยือที่โผล่พรวดมา ประกอบด้วยขายุ่มย่าม หัวใหญ่กว่ากำปั้น ตาเป็นจุดสีแดง ด้านล่างมีขอบสีฟ้า บรรยายไปมาคงไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าเปิดภาพดูดีกว่า นั่นแหละ "กุ้งมังกรคิงคอง" (Double-spined Rock Lobster)

          มังกรเป็นกุ้งประหลาด จัดอยู่ใน Infraorder Palinuridae เป็นญาติกับกั้งกระดาน แตกต่างจากกุ้งอื่นหลายประการ อย่างแรกคือขนาดใหญ่กว่า อีกอย่างคือกุ้งมังกรไม่มีก้าม เทคนิคสู้ตายของเค้าคือการใช้หนวดยาวปัดป่ายหน้าข้าศึก

          พี่ดาวเคยไปดำน้ำในพม่า เห็นกุ้งมังกรพยายามปัดหน้าฉลามดุกตัวใหญ่ ไม่รู้ว่าสำเร็จมั้ย? แต่รอบๆ ฉลามตัวนั้น มีเปลือกกุ้งมังกรตกอยู่เพียบ ส่อแววว่าเทคนิคนี้มีคุณค่าเท่ากับท่าแกล้งตาย หมายความง่ายๆ คือไม่ได้ผล ยกเว้นกุ้งมีหลายตัว ช่วยกันส่ายหนวดแบบเป็นหมู่คณะ อย่างนั้นต่อให้ฉลามก็ไม่ได้แอ้มเหมือนกัน

          น้องอรเป็นสาวไร้วาสนา คงเคยเห็นกุ้งมังกรแค่ 1 หรือ 2 ชนิด ผิดจากพี่ดาวผู้ท่องไปแล้วหลายเกาะ บอกให้อรอิจฉาเล่นว่า กุ้งมังกรในอันดามัน เท่าที่ดำน้ำเจอ มีอย่างน้อย 5 ชนิด แต่ที่เจอแถวสิมิลันมี 3 ชนิด กุ้งมังกรเจ็ดสี เจอทั่วไป จัดเป็นกุ้งโหลสุดในทะเลแถวนี้ กุ้งมังกรแดงตัวเล็กกว่าเค้าเพื่อน มักเจอตามถ้ำใต้น้ำ ท้ายสุดคือกุ้งมังกรคิงคอง เจ้าตัวที่กำลังเดินดุ่ยๆ มานี่เอง

          จุดเด่นของกุ้งมังกรคิงคองมีหลายประการ แต่เทคนิคจดจำง่ายๆใช้ดูสีของเค้า ตัวดำท่าทางบึกกว่ากุ้งมังกรชนิดอื่น แนวปะการังแถวเกาะหกพบกุ้งมังกรคิงคองบ่อยมาก เรียกว่าเจอแทบทุกไนท์ไดฟ์ ยืนยันข้อมูลโดยนายกัมโม่ ที่มีสถิติว่าดำมา 8 ครั้ง เจอเข้าไป 7 ครั้ง เมื่อเทียบกับแนวปะการังแหล่งอื่นที่กัมโม่ได้เยือนมายามราตรี นานทีจึงจะเห็นสักตัว

          คิงคองตัวนั้นเดินผ่านดาวไป คล้ายไม่สนใจเด็กน่ารัก เมื่อกุ้งหยิ่ง...พี่ดาวก็หยิ่งได้เหมือนกัน เลยหันไปมองหากุ้งไม่หยิ่ง นี่ไง...ตัวนี้ไม่หยิ่งแน่ เพราะเค้าคือ "กุ้งมดแดง" (Hinge-Beak Shrimp)

          น้องอรคงรู้จักกุ้งมดแดงดี เพราะเป็นสุดโหลของกุ้งในแนวปะการัง เรียกว่าใครเริ่มสนใจกุ้งทะเล ควรเริ่มจากกุ้งมดแดง หากรู้เทคนิค โอกาสหาเจอทุกครั้งที่ลงน้ำ เป็นไปได้มากพอๆกับการเจอสาวสายเดี่ยวทุกครั้งที่ไปสยาม (เจ้าเสื้อตัวที่อรซื้อมาให้พี่ดาวลองใส่ โป๊เกินไปอายฟ้าดิน วันหลังแวะมาบ้าน เชิญนำกลับไปใส่เองนะ)

          กุ้งมดแดงอยู่ในครอบครัว Rhynchocinetidae ทั้งโลกมีไม่ต่ำกว่า 22 ชนิด นายกัมโม่เค้าเขี้ยวเรื่องกุ้งกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เคยถึงขั้นโดนกุ้งรุมอัดปีนขึ้นมากัดมือ (จริงๆเค้าขึ้นมาพยาบาล แต่นายกัมโม่โวยวายไปเอง) ถึงตอนนี้กัมโม่เจอกุ้งมดแดงที่สิมิลันไม่ต่ำกว่า 4 ชนิด รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป เมื่อกัมโม่พร้อมเรียนจบ (อีกสักสองปีมั้ง)

          ยังไงก็ตาม กุ้งมดแดงแถวเกาะหก มีไม่มากเหมือนที่เกาะสุรินทร์ อาจเป็นเพราะบริเวณที่พี่ดาวลงดำน้ำ เป็นเขตแนวปะการังแผ่นตั้ง ไม่ค่อยมีก้อนหินหรือก้อนปะการังขนาดใหญ่ ที่หินดอกไม้ก็ไม่ค่อยมีกุ้งมดแดง แต่กัมโม่บอกว่าแถว "หินม้วนเดียว" และ "หินสันฉลาม" มีเยอะ

          เมื่อเราส่องไฟฉายใส่กุ้ง บางตัวหน้าบางจะหลบไป แต่หลายตัวหน้าหนา เงยหน้าสู้แสงไฟเชิ้บๆ แถมยังใช้ก้ามคีบแพลงก์ตอนที่มาตอมไฟ ทีละหนุบทีละหนับ ครั้นเราจะส่องไฟไปที่อื่น กุ้งก็ทำหน้าวิงวอนคล้ายบอกว่าส่องต่อหน่อยเถอะ...พี่สาวคนสวย ผมยังกินไม่อิ่มเลย

          นอกจากกินแพลงก์ตอน กุ้งมดแดงสามารถแปลงกายเป็นกุ้งพยาบาล ถึงแม้ไม่บ่อยเท่ากุ้งพยาบาลตัวจริง กุ้งพวกนี้ยังสมัครสมานสามัคคี อยู่กันเป็นสังคมกุ้ง เข้ามาเบียดชิดกันนิดหน่อยก็ไม่ว่า ต่างจากเจ้ากุ้งนักมวยและกุ้งขายาวทั้งหลาย ที่เข้าใกล้กันทีไร ต้องแง่งๆ เอาก้ามหนีบกันโชะเชะ

          ไฟฉายกวาดแสงวูบวาบ พี่ดาวเงยหน้าเห็นนายตี๋กำลังส่องอะไรสักอย่าง พลางหันไปฉายไฟเรียกอาจารย์ ผู้ว่ายรี่เข้ามาพร้อมกล้องในมือ นักดำน้ำสาวเลยพุ่งพรวดตามไปบ้าง ทันเห็นปูตัวสีแดงเกาะอยู่บนกัลปังหา

          พอเราเข้าใกล้ ปูตัวจิ๋วขนาดแค่หัวแม่โป้ง จัดแจงคลานหนี แต่ยังช้ากว่าอาจารย์ผู้มีฉายา "ตากล้องนกกระจอก" เพราะแกใช้เวลาในการหามุมกล้องลั่นชัตเตอร์ เร็วกว่านกกระจอกกินน้ำ ปูตัวนี้จึงไม่พ้นฝีมือ แต่ภาพจะออกมาเป็นยังไง? ถ่ายหนึ่งม้วนใช้ได้หนึ่งรูป เป็นเรื่องประจำของช่างภาพรายนี้

          พี่ดาวขอเรียกคุณปูว่า "ปูแมงมุมหลังแดง" เจ้านี่เป็นเพื่อนกับปูแมงมุมทั้งหลาย (แหงล่ะ...ชื่อปูแมงมุม ก็ต้องเป็นปูแมงมุมสิคะ) ปูแมงมุมมีลักษณะเด่นที่หัวแหลม บางชนิดจะเอาอะไรมาเสียบไว้ที่หัว เช่น ไฮดรอยด์ ปะการังอ่อน ฯลฯ ไม่ใช่อันใหญ่ๆนะจ๊ะ...น้องอร เค้าจะใช้ก้ามตัดมาเฉพาะอันเล็กๆ

          ปูแมงมุมพบได้ทั่วไป แต่ปูแมงมุมหลังแดง มักอยู่กับกัลปังหาหินปูนสกุล Mopsella ทั้งหมดจะมีสีแดง แต่ถ้าน้องอรเห็นกัลปังหาหินปูนสีเหลือง ขอให้ทราบว่านั่นคือกัลปังหาสกุล Melithaea ความแตกต่างอย่างอื่นยังมีนะคะ แต่อย่างนี้แหละ ดูออกง่ายที่สุด

          สำหรับปูตัวนี้ มักเดินไปมาช้าๆ บางครั้งจะอยู่นิ่งกับที่ ยกขาขี้ขึ้นมาข้างหนึ่ง พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับกัลปังหา แต่นั่นไม่พ้นสายตาที่เปรียบเทียบเท่ากับเหยี่ยวสาว อย่างสายตาของหนูดาว ไปไม่ได้ร้อก

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

HitBox