![]() Last Update : Thursday 4 January, 2001 1:41 PM |
|
ไม้ใหญ่สูงตะหง่านเรียงรายเป็นทิวแถว ทางดินขนาดสองคนเดินลัดเลาะผ่านไปใต้ทิวพฤกษ์ เสียงนกหลายชนิดแว่วมาแต่ไกล บางครั้งใกล้ไทรต้นใหญ่ หมู่สกุณาเริงร่าก่อนล้อมวงลงจิกกินลูกไทร
เมื่อเหลียวไปทางขวา ไม่มีสัญญานใดบอกได้ว่าคุณอยู่กลางทะเล ทุกอย่าง...ภาพ...เสียง...บรรยากาศ...คล้ายบอกว่าคุณกำลังท่องป่าใหญ่ เป็นป่าดงดิบชื้นเขตร้อน ดินแดนที่มีชีวิตหลากหลายที่สุดบนผืนแผ่นดิน
ต่อเมื่อเหลือบไปด้านซ้าย เลยจากผาข้างทางเป็นหมู่หิน สลับซับซ้อนก่อนสิ้นสุดที่พื้นทราย รายรอบด้วยปะการังน้อยใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำตื้นแม้เพียงเข่า ไกลออกไปลิบ ๆ เป็นทิวสีเขียวคล้ำของแนวหญ้าทะเล ตัดกับสีขาวเจิดจ้าของพื้นทรายและสีฟ้าใสของน้ำตื้น
เมื่อด้านขวาคือสุดยอดระบบนิเวศบนบก ด้านซ้ายคือสุดยอดระบบนิเวศในน้ำ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม? ทางเดินศึกษาธรรมชาติหาดไม้งาม จึงได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย...หรือไม่แน่ว่าอาจเป็นในโลก
ดาวนำพรรคพวกไปอย่างช้าๆ ตลอดทางสายนี้ยาวเพียง 2,000 เมตร (แบบวันเวย์นะคะ) ไม่จำเป็นต้องเดินแบบปึ้ดจ้ำปึ้ด แม้ว่าจะมีปีนป่ายบ้างแต่ก็ไม่มากนัก อีกทั้งยังมีขั้นบันไดและสะพานไม้พร้อมราวจับ จากสายตาแล้วดาวคิดว่าเหมาะสำหรับคนตั้งแต่อายุสิบถึงเจ็ดสิบ (ทางเดินสายนี้สมเด็จพระเทพฯและพระเจ้าหลานเธอฯเคยเสด็จมาแล้วด้วยนะคะ)
หลังจากเดินผ่านป่ามาได้ยี่สิบนาที เรามาถึงเป้าหมายแรกเป็นหาดชมอาทิตย์ตก เนื่องจากที่พักของอุทยานฯตั้งอยู่ในมุมอับ นักท่องเที่ยวที่ต้องการมานั่งกุมมือกัน ดูอาทิตย์ดวงโตจมหายไปในขอบสมุทร เลยต้องออกแรงนิดหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าเพราะหาดสวยทรายละเอียด ยิ่งถ้าลองสร้างปราสาทซักอันก่อนจู๋จี๋กันระหว่างตะวันตกดิน ไม่ใครก็ใครมีสิทธิอินเลิฟง่าย ๆ
ทางเดินช่วงต่อไปเริ่มเข้าสู่ป่าแบบแท้จริง เสียงนกร้องระงมสลับกับเสียงซวบซาบข้างทางเป็นระยะ เล่นเอาสาวกรี๊ดเพราะกลัวหมูป่าบุก (ความจริงเค้าคือจิ้งเหลนวิ่งบนใบไม้แห้ง)
ดาวรับหน้าที่เป็นไกด์จำเป็น อธิบายให้เพื่อนฟังว่าบนเกาะนี้มีนกมากกว่า 80 ชนิด นำโดยอีกาตัวดำตามด้วยเขาเปล้าตัวเขียว แต่ที่เรียกว่าสุดยอดมีสองชนิด หนึ่งคือ "ลำพูขาว"...หน้าตาเหมือนนกเขาสีขาวแต่หายาก เมื่อเห็นแล้วสมควรชื่นชมแม้ว่าอาจจะดูแล้วสงสัยว่าเจ้านี่สวยยังไง?
อีกตัวสิคะแจ๋วจริง เค้าเรียกว่า "ชาปีไหน" เป็นนกพิลาปอันดามัน ตัวใหญ่กว่านกพิลาปตามหลังคาวัดสักครึ่งเท่า แต่สีสัน...แม่เจ้าประคุณเอ๋ย...บรรยายไม่ถูก คุณผู้อ่านเคยเห็นแมลงทับมั้ยคะ? ลองคิดนกตัวเท่าแม่ไก่แต่มีสีเหมือนแมลงทับ นั่นแหละค่ะคือชาปีไหนตัวจริง
สำหรับหลายคนที่ชอบสัตว์ใหญ่ ต้องอธิบายกันไว้ว่าหมู่เกาะสุรินทร์ไม่ใช่ห้วยขาแข้ง โอกาสเจอเสือดาวกินลิงหรือสิงโตล่าแอนทีโลปจ้างให้ก็ไม่มี ช้าง...วัวแดง...กระทิง...พวกนี้ไม่มีทั้งนั้น แต่เพื่อเรียกเสียงกรี๊ดบ้าง ดาวขอแนะนำ "หมี" ค่ะ
คุณผู้อ่านบางคนอาจบอกว่าหมีเท็ดดี้แบร์สิยะเธอ!!? พวกชั้นไปมาตั้งไม่รู้กี่รอบแล้วไม่เคยเจอหมีมีแต่หมา แต่รายงานเป็นที่ยืนยันแล้วค่ะ หลังจากเจอแต่รอยข่วนมาหลายปี ถึงปีนี้ท่านหัวหน้าอุทยานฯเห็นนางหมีด้วยสายตาตัวเอง
คุณหมีที่พบเป็นหมีหมาค่ะไม่ใช่หมีควาย ตัวเค้าใหญ่กว่าหมานิดนึง สีดำสนิทมีอกขาว แต่เป็นรูปตัว U ไม่เหมือนหมีควายที่ตัวใหญ่กว่าและสีขาวกลางหน้าอกเป็นรูปตัว V (หมีหมากับหมีควายต่างกันตรงนี้นะคะ...ไม่ใช่หมีหมาเห่าได้แต่หมีควายมีเขา)
หมีหมาไม่มีอันตราย ไม่เคยปรากฏว่าเค้ากินคนทั้งเป็น (ทั้งตายก็ไม่เคยค่ะ) เพราะอย่างนั้นถ้าเห็นแล้วไม่จำเป็นต้องวิ่งป่าราบ แต่คงไม่ถึงขั้นเข้าไปตบหัวลูบหลังขอถ่ายรูปคู่ หมีก็คือหมี เอาไว้ไปถ่ายกับเพื่อนตามตู้ในศูนย์การค้าดีกว่าค่ะ
สำหรับคุณที่ชื่นชมสัตว์เล็ก ดาวเจอลิงกังเป็นหลัก วิ่งร้องเจี๊ยกตั้งแต่โรงอาหารอุทยานจนตลอดเส้นทาง กระรอกกระแตไม่ต้องพูดถึง มีแม้กระทั่งกระจงที่หน้าตาคล้ายกวางแต่ตัวเล็กเท่าลูกหมา แต่มีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่เท่มาก...หายากในที่อื่น แต่ที่เกาะสุรินทร์มีตรึม
เจ้าตัวที่ว่าคือ "บ่าง" ถ้าคุณผู้อ่านไม่รู้จักดาวก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง? เอาเป็นว่าตัวใหญ่กว่ากระรอก มีแผ่นหนังเชื่อมตั้งแต่หัวจรดหาง เมื่อกางออกมาแล้วเหมือนว่าว ช่วยให้คุณบ่างร่อนจากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นหนึ่งได้
บ่างนี้ดีนักหนา โดยเฉพาะถ้าคุณเห็นเวลาเค้าร่อน (ถ้าเค้าไม่ร่อนโอกาสเห็นยากมาก เพราะสีตัวจะกลมกลืนกับเปลือกไม้) บางครั้งโชคดีอาจมีโอกาสเห็นพร้อมกันแม่ลูก บุตรบ่างจะเกาะอยู่กับตัวแม่จนมีขนาดใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายออกไปร่อนเองตามประสา
รพินทร์ ไพรวัลย์เคยเล่าว่าบ่างกรีดร้องเหมือนเปรต มีอยู่หนหนึ่งเล่นเอาคุณหญิงดารินถึงกับงุ่นง่านออกไปตามล่ากลางดึก ดาวไม่เคยได้ยินเสียงบ่างร้องเหมือนกัน แต่ถ้าใครมานอนเกาะสุรินทร์แล้วได้ยินเสียงโหยหวน โปรดเข้าใจว่านั่นคือบ่างไม่ใช่เปรต แต่ควรชักผ้าห่มคลุมโปงด้วยเพื่อความปลอดภัย บางครั้งเปรตชั้นดีอาจมีลูกเล่นค่ะ
ในที่สุดเรามาถึงหาดไม้งาม เสียเวลาไปราวชั่วโมงเศษ เพื่อนบางคนนอนพักผ่อนใต้ร่มไม้ทั่วริมหาด ส่วนดาวกับอีกสองสาวผู้อุตส่าห์ถือหน้ากากดำน้ำติดมือมา พากันลงไปลอยคอเท้งเต้งกลางทะเล
แนวปะการังแห่งนี้อยู่ตื้นมาก อีกทั้งยังงามไม่แพ้จุดอื่น จัดเป็นแหล่ง Snorkelling ที่ดีโดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมีเงิน เพราะเดินทางมาหาดไม้งามไม่ต้องเสียค่าเรือหางยาว
บ่ายแก่ตะวันเริ่มใกล้แผ่นน้ำ พวกดาวรีบเดินจ้ำกลับไปหาดอาทิตย์ตก เพราะถ้ามืดแล้วตลอดเส้นทางไม่มีไฟ เราหยุดดูตะวันตกน้ำนิดหนึ่งก่อนมะงุมมะงาหรากลับอุทยานฯ
ระหว่างทานอาหาร เจ้าหน้าที่เค้ามาบอกว่าวันนี้มีสไลด์โชว์ เริ่มด้วยการฉายวิดีโอหมู่เกาะสุรินทร์ จัดทำโดยบริษัท Panorama จำกัด ยาวเกือบยี่สิบนาทีแถมเริ่ดมาก มีข้อมูลทั้งป่าทั้งทะเลรวมตัวประหลาดอย่างฉลามวาฬ แมนต้า ฯลฯ ใครสนใจไปซื้อได้ที่เกาะ
เมื่อวิดีโอจบ หัวหน้าอุทยานฯ อันได้แก่พี่สมพงษ์ ขึ้นมาบรรยายประกอบสไลด์ ตั้งแต่ความเป็นมาของหมู่เกาะสมัยเริ่มแรก ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เกือบโดนรวมเป็นเขตของประเทศพม่า เกือบเป็นเขตสัมปทานปิโตรเลี่ยม และถูกเสนอเป็นค่ายญวนอพยพ
ในที่สุดกระทรวงเกษตรฯประสบความสำเร็จประกาศหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของเมืองไทยในปีพ.ศ. 2524 โดย ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงในสมัยนั้นและคุณพ่ออาจารย์ธรณ์ตั้งแต่สมัยนั้นยันสมัยนี้ เป็นผู้ประกาศ
การเปิดอุทยานฯสักแห่ง ไม่ใช่เปิดปุ๊ปใช้ได้ปั๊บเหมือนหลอดประหยัดไฟฟ้า แต่ต้องผ่านการเคี่ยวกรำอันยาวนานกว่าจะบรรลุผล คือเป็นสถานที่สงวนไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังอนุญาตให้คนทั่วไปใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
สิบแปดปี สุรินทร์มีทั้งเสียงหัวเราะ ร้องไห้ เลือด น้ำตา ระเบิดปลา ประมงผิดกฏหมาย กว่าจะมาเป็นหนึ่งในอุทยานฯดีที่สุดของเมืองไทย ด้วยความร่วมมือแบบทุ่มกายทุ่มใจของหลายคน
พี่สมพงษ์เล่าว่าแต่ก่อนมีปัญหาการลักลอบจับสัตว์น้ำมาก เช่น อวนตะเกียง ลอบน้ำลึก ระเบิดปลา ฯลฯ ต้องทำการจับกุมเป็นการใหญ่ ส่งฟ้องศาลไปแล้ว 48 คดี
ผลจากการจับกุมแบบไม่ไว้หน้าใครสมเป็นข้าราชการไทยแท้จริง เกาะสุรินทร์ปลอดจากการประมงทุกชนิด ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันไม่น่าแปลกใจเลยว่าจากรายงานการสำรวจระบุไว้ เกาะสุรินทร์คือจุดที่มีสัตว์น้ำสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลไทย
คราวนี้มาถึงเรื่องของการท่องเที่ยว พี่เค้าบอกว่าปัญหาส่วนใหญ่คือนักท่องเที่ยวไม่เข้าใจกับมักง่าย ต้องตักเตือนหรือจับกุมกันเป็นประจำ จนทางอุทยานฯจัดตั้งศูนย์นิทรรศการให้ความรู้ ผู้คนที่มาจึงเข้าใจว่าทะเลมีคุณค่าอย่างไร? นอกจากนี้ยังติดป้ายข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามเห็นชัดเจน
ช่วงนี้มาถึงสไลด์โชว์เรื่องสัตว์ทะเลจำนวน 80 ภาพ สไลด์พวกนี้ทีมงานจากเกษตรศาสตร์เป็นผู้จัดทำไว้ โดยใช้ภาพถ่ายจากทะเลรอบหมู่เกาะแห่งนี้ รวมถึงข้อมูลวิชาการที่ได้ศึกษามาติดต่อกันเป็นเวลานาน ใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร? ดาวแนะนำให้มาดูเองดีกว่า ชมพรรคพวกตัวเองแล้วค่อนข้างเขินค่ะ
เมื่อจบจากการบรรยายสไลด์ที่กินเวลาเกือบสองชั่วโมง ผู้คนต่างแยกย้ายกันไป ส่วนหนูดาวเข้าไปคุยกับพี่สมพงษ์
เรื่องที่เราคุยกันมีมากมาย ตั้งแต่การต่อสู้ในอดีต ความสำเร็จในปัจจุบัน ความฝันในอนาคต รวมทั้งเรื่องกุ้งหอยปูปลารอบหมู่เกาะ ลืมบอกคุณผู้อ่านไปว่าพี่สมพงษ์เป็นนักดำน้ำด้วยนะคะ แกบอกว่าถ้าไม่ดำไปดูด้วยตัวเอง แล้วจะไปเข้าใจคุณค่าของโลกใต้ท้องทะเลได้ยังไง?
พระจันทร์กำลังจะลับเหลี่ยมน้ำ เครื่องปั่นไฟส่งเสียงคำรามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเงียบสนิท เวลานี้มีเพียงเสียงระลอกคลื่นกระทบฝั่ง แสงดาวพร่างพราวสุดปลายฟ้า คล้ายเป็นสัญญานว่าทะเลไทยยังมีหวัง ท่ามกลางการทำลายล้างอย่างไม่ลืมหูลืมตา
หมู่เกาะเล็กๆ พื้นที่เพียง 135 ตารางกิโลเมตรยังคงอยู่ เป็นเหมือนเทียนดวงน้อยที่ไม่ย่นระย่อต่อแรงพายุ ยังเป็นปราการด่านสุดท้ายของธรรมชาติ ในอาณาเขตกว่า 400,000 ตารางกิโลเมตรทั่วทะเลไทย
ยังคงอยู่ได้ เพราะมี "ใจ" ของคนกลุ่มหนึ่งที่ยอมไม่ได้อีกแล้วที่จะพ่ายแพ้ ถอยไม่ได้อีกแล้วเพราะหลังชนฝา ทุกอย่างวัดกันเป็นครั้งสุดท้าย
เพราะนี่คือการต่อสู้เพื่อเหลือมรดกไว้ให้ลูกหลาน เพื่อประกาศว่าเมืองไทยมี "ของดี" และคนไทย "มีดี" พอที่จะรักษาไว้ได้
หากตัดสินด้วยสายตาของดาว ของนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่น ของนักวิชาการที่ศึกษาติดต่อกันมานานหลายปี การต่อสู้ครั้งนี้พวกเราชนะค่ะ ในป่าและใต้ทะเลแห่งนี้ยังงดงาม และนั่นคือเหตุผลว่า ทำไมทะเลไทยดอตคอมถึงเลือกนำ "หมู่เกาะสุรินทร์" มานำเสนอให้คุณอ่านเป็นเรื่องแรกของซีรี่ส์ "สมุทรสัญจร" และคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเอาจริงเอาจังกับการนำเสนอครั้งนี้มากนัก
เพราะเราอยากให้คุณทราบข้อมูล เห็นภาพถ่าย ได้มีโอกาสรู้จักกับนานาเพื่อนใหม่ล่วงหน้า เพื่อตัดสินใจให้โอกาสกับตัวเองสักครั้ง แล้วลองเดินทางมาที่นี่ คุณจะทราบว่า...
ทะเลสมบูรณ์ที่สุดของเมืองไทย...เป็นเช่นใด?
ปล. สนใจที่พัก การเดินทาง ฯลฯ ลองคลิกดูตามจุดต่างๆ เรามีข้อมูลเพียบพร้อมค่ะ
<< BACK
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com