![]() Last Update : Wednesday 16 May, 2001 1:54 AM |
|
ความตายในเสี้ยววินาที
ปลากบเหล่ไปรอบตัวจนเห็นปลาข้าวเม่าน้ำลึกตัวหนึ่ง กำลังว่ายออกมาหาอะไรกิน
หลังจากเหล่แล้วเหล่อีก รอจนปลาข้าวเม่าน้ำลึกเข้ามาใกล้ ปลากบจึงพับก้านครีบที่เป็นแท่งออกไปข้างหน้า อยู่เหนือปากนิดหนึ่ง ปลายก้านครีบแตกเป็นพู่คล้ายสาหร่ายหรือกุ้ง เขากระดกก้านครีบขึ้นลงเป็นระยะ พู่นั้นจึงมีลักษณะเหมือนกุ้งว่ายน้ำ กระตุ้นความสนใจของปลาข้าวเม่าน้ำลึก
เจ้าปลาชะตาขาด คิดว่าพู่ตรงปลายก้านครีบของปลากบเป็นกุ้ง อีกทั้งก้านครีบทั้งหมดยังใสแจ๋วมองแทบไม่เห็น ยกเว้นตรงปลายพู่ ปลาข้าวเม่าน้ำลึกจึงขยับตัวเข้ามาใกล้นิดหนึ่ง พลางจ้องดูกันให้ชัด ๆ
ปลากบยังกระตุกก้านครีบเป็นจังหวะ ขณะที่ปลาข้าวเม่าน้ำลึกค่อยว่ายวนเข้ามาใกล้ทีละน้อย...ทีละน้อย จนในที่สุดอยู่ห่างไปไม่ถึงศอก
ตลอดเวลาปลาปีศาจได้แต่หรี่ตาดูด้วยความหวาดเสียว ใจหนึ่งอยากร้องตะโกนออกไปเตือนปลาข้าวเม่าน้ำลึก แต่อีกใจอยากเห็นแถมยังกลัวโดนปลากบอัด เขาจึงนิ่งเฉยเสีย
ในที่สุด ปลาโชคร้ายมาว่ายตรงหน้า ชั่วเสี้ยวของเสี้ยววินาทีต่อมา สิ่งที่เห็นคือหางปลาข่าวเม่าน้ำลึกดิ้นกระแด่วคาปากปลากบ
นี่คืออากัปกริยาล่าเหยื่อเร็วที่สุดในโลกสีคราม
ไม่สิ...อาจเร็วที่สุดในโลกทั้งบนบกและใต้ทะเล
ด้วยเวลาน้อยกว่า 1/100 วินาที เร็วกว่าความเร็วชัตเตอร์ของกล้องใต้น้ำถ่ายโดยใช้แฟลช (1/60 วินาที) ยิ่งเร็วกว่าประสาทสั่งการให้นิ้วกดชัตเตอร์ของช่างภาพ ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ยังหาผู้ถ่ายภาพปลากบขณะกำลังงับเหยื่อไม่ได้
ที่น่าแปลกใจ ปลาข้าวเม่าน้ำลึกตัวนั้นมีขนาดใหญ่ แม้ใหญ่ไม่เท่าปลากบ แต่ไม่น่าจะเข้าไปอยู่ในปากเขาได้ เปรียบเสมือนงูเหลือมกินครูมี่ (ร่างแฝงครูโม่) เข้าไปทั้งตัว
เพียงแต่ว่า งูเหลือมอาจใช้เวลาแสนนานกว่าจะขยอกครูมี่เข้าไปหมด ขณะที่ปลากบใช้เวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลบางส่วนยังระบุไว้ว่า แม้เหยื่อมีขนาดใหญ่กว่าปลากบ เขาก็ไม่อาจรอดพ้นความตายได้ (ใหญ่กว่า...หมายถึงใหญ่กว่านิดหน่อยนะครับ ไม่ใช่ปลากบกินฉลามวาฬเป็นแน่)
ปลาปีศาจรอจนปลากบเสร็จสิ้นจากการส่งเหยื่อเข้ากระเพาะ ก่อนเริ่มยิงคำถามแรก
"เอ้อ...โทษที คุณพี่ชอบกินปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจมั้ย?"
ปลากบมองเรือนร่างที่ผอมบางของผู้พูด แล้วทำหน้าแหย "ไม่หรอกน้อง พี่กลัวกระดูกติดคอน่ะ"
"งั้นเราคุยกันต่อได้ นายช่วยอธิบายการกินให้เราฟังทีละขั้นหน่อยสิ"
ปลากบอมยิ้ม "เริ่มจากตอนแรกเราเห็นปลาเหยื่อ จากนั้นจะล่อให้เหยื่อเข้ามาใกล้โดยใช้การตกเบ็ด นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องมีรูปร่างอย่างนี้ เพราะเหยื่อจะได้ไม่คิดว่าเราเป็นปลา กระบวนการตอนแรกทั้งหมดเรียกว่า Lie-in-Wait"
"สำหรับกระบวนท่าตอนงับเหยื่อ เค้าเรียกว่า Gape and Suck เหมือนปลาเก๋า ปลาหิน หรือปลาสิงโต คืออ้าปากให้กว้างยื่นไปข้างหน้าแล้วดูดฮวบ เพียงแต่ว่าวิธีการของเราน่ะ เร็วกว่าปลาไหน ๆ ในโลก"
ปลาปีศาจทำหน้าสยดสยอง ขณะที่ปลากบดำเนินเรื่องต่อ
"อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้น วิวัฒนาการด้านการกินของเรายังไม่จบ นายรู้มั้ยว่าเราเป็นพวกปลากินไม่เลือก ขนาดปลาหิน ยังเคยมีคนพบในท้องเรามาแล้ว เจ้าพ่อแห่งพิษเจอเจ้าพ่อนักหม่ำ บางครั้งก็จ๋อยเป็นเหมือนกัน ที่สำคัญคือปลาหินตัวนั้นขนาดเท่ากับเราเลย"
"ตอนที่เราไม่ตกเบ็ด จะเก็บก้านครีบไว้อย่างนี้" ปลากบกระดกก้านครีบใสพับไปข้างหลัง วางอยู่แนบตัวจนสังเกตแทบไม่เห็น หลังจากเก็บอุปกรณ์เรียบร้อย ปลากบกลับมาเล่าเรื่องต่อ
"ญาติของเราพวกปลาตกเบ็ดทะเลลึก (Deepsea anglerfish) นายสงสัยมั้ยว่าลึกขนาดนั้นไม่มีแสง ทำไมเค้ายังล่อเหยื่อได้อยู่"
ปลาปีศาจพยักหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้
"ตรงปลายก้านครีบของเขามีรูปร่างคล้ายหลอดไฟ ในนั้นมีแบคทีเรียเรืองแสงอยู่ยุ่บยั่บ (Luminous bacteria) ลักษณะเหมือนกุ้งน้ำลึกที่มีแสงเรือง ๆ ไม่มีผิด พอปลาอื่นเข้ามาหวังกินกุ้ง กลับลาตายหายไปในท้องญาติชั้น"
"โอ้โฮ...เรื่องของนายพิสดารจังเลย ขนาดปลาปีศาจอย่างเราว่าพิลึกแล้วนะ นายยังแจ๋วกว่าอีก"
"ใจเย็นน้อง การกินอาหารนั้นยังอ่อนเมื่อเทียบกับการสืบพันธุ์ ว่าแต่นายอยากฟังหรือเปล่าล่ะ"
"ฮึ่ม...เรื่องเรทอาร์ ข้าพเจ้าชอบ" ปลาปีศาจสารภาพในที่สุด
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.