www.talaythai.com
Last Update : Tuesday 15 May, 2001 3:54 PM

สองปลาประหลาด
เกริ่นนำ
แรกเจอสองปลา
เรื่องของปลาปีศาจ
พรางเพื่ออยู่รอด
เรื่องของปลากบ
ความตายในเสี้ยววินาที
ป.ปลามีรัก
เซ็กส์ของปีศาจ
ความทรงจำกับสองปลา
ชี้แจง
 
เทคนิคท่องเที่ยวเชิงน่ารัก
อันตรายที่อาจเกิดจากการท่องเที่ยวทางทะเล
คำถาม - คำตอบ

พรางเพื่ออยู่รอด

          "นายเอ๋ย...รู้มั้ยว่าการพรางตัวเป็นเรื่องประหลาด เป็นวิวัฒนาการของธรรมชาติ ที่ทำให้สัตว์ส่วนใหญ่อยู่รอดได้" ปลาปีศาจเริ่มเรื่องอย่างภูมิใจในความรอบรู้ของตัวเอง

          "ฝรั่งเรียกการพรางตัวว่า Camouflage บางคนก็เรียกว่า Mimicry ปัญหาคืออาจารย์ธรณ์อ่านหนังสือแล้วไม่รู้ว่าสองคำนี้ต่างกันตรงไหน? เลยไม่สามารถอธิบายได้ว่าเอาไงกันดี? หากใครรู้ช่วยบอกพวกเราทีนะครับ" ประโยคสุดท้ายนายปลาปีศาจหันมาทำเสียงทุ้มนุ่มลึกกับคุณผู้อ่าน

          "การพรางตัวมีจุดประสงค์หลายอย่าง เรากับนายคงต่างกันใช่มั้ยเอ่ย?"

          ปลากบทำหน้างุนงง (ปลาตัวนี้งงบ่อย เพราะตามบทแล้วค่อนข้างอ่อนด้อยความรู้)

          "ไม่รู้สิ สำหรับเราแล้วพรางตัวเพื่อหาอาหาร ถ้ามีหน้าตารูปร่างแบบใครดูก็รู้ว่าเป็นปลา หน้าไหนจะว่ายเข้ามาให้กิน"

          "นอกจากนี้นะ เรายังรู้ว่ามีปลาอื่นเหมือนเราเยอะมาก อย่างปลาหินก็พรางตัวหาอาหารเป็นหลัก"

          "แล้วเรื่องความปลอดภัยล่ะ?" ปลาปีศาจถาม

          "คงเป็นผลพลอยได้มั้ง อย่างเราถ้าเหยื่อมองไม่เห็น ศัตรูก็มองไม่เห็นเหมือนกัน แล้วนายล่ะ?"

          "เราไม่ได้พรางตัวหาอาหาร ตรงนี้นักดำน้ำส่วนใหญ่เข้าใจผิด เพราะเห็นเราซ่อนอยู่ตามกัลปังหาตอนกลางวัน เค้าเลยนึกว่าเราคอยตั้งป้อมโผล่พรวดออกมากินกุ้ง"

          "ความจริงถูกเปิดเผยโดยนักวิจัยหนุ่มรูปหล่อ ได้ฝ่าดงฉลามลงดำน้ำกลางคืนเพื่อดูปลาปีศาจหากิน ถึงทราบว่าเราว่ายออกจากกัลปังหา มากินกุ้งตามพื้น อาหารส่วนใหญ่เป็นกุ้งพวก Mysid ส่วนใหญ่ขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร พวกนี้สมองวิวัฒนาการต่ำ จะตายแล้วยังไม่รู้ตัวเลย ไม่ต้องพรางตัวก็จับมาหม่ำได้"

          "จริงๆแล้ว ยังมีปลาอีกหลายชนิดที่พรางตัวเพื่อหลบศัตรูเหมือนเรา บางชนิดยิ่งพิสดารมากกว่าเรา นายรู้จักม้าน้ำมั้ยล่ะ? คิดว่าเค้าพิสดารแล้วใช่มั้ย? แต่นี่...เจอภาพนี้ซะก่อน...ม้าน้ำแคระ (Pigmy Seahorse) หนึ่งในปลาเล็กที่สุดในโลก ขนาดยาวแค่ 1 เซนติเมตร หน้าตาเหมือนกัลปังหาไม่มีผิด ว่าแต่นายมองเห็นเค้ามั้ยเอ่ย?"

          ปลากบพยายามเพ่งแล้วเพ่งอีก โอ้...ช่างมหัศจรรย์ ถ่ายภาพมาได้ไงเนี่ย? เป็นดีเจเก่งแล้วยังเป็นช่างภาพเก่งอีก...ช่างน่าอิจฉานัก ปลากบยังคงเหล่ต่อไป ขณะที่ปลาปีศาจเม้าท์ต่อ

          "นอกจากจุดประสงค์ที่ต่างกัน นายกับเรายังมีพฤติกรรมพรางตัวต่างกันอีกนะ"

          "อย่างนาย...พรางให้เหมือนฟองน้ำ เดินไปไหนก็ไม่มีใครรู้ว่านายเป็นปลา แต่เรา...ต้องพรางตัวอยู่กับที่เป็นส่วนใหญ่ พรางให้เข้ากับกัลปังหาหรือปะการังอ่อน ถ้าเราอยู่ที่ไหนก็จะอยู่ที่นั่น ไม่อพยพตัวเองไปโลดแบบโดดเดี่ยวเป็นอันขาด"

          "ความสัมพันธ์แบบนี้มีชั่วชีวิต เราขาดกัลปังหาหรือสัตว์อื่นไม่ได้ เหมือนปลาการ์ตูนขาดดอกไม้ทะเลไม่ได้ ฝรั่งเรียกว่า Obligatory symbiont"

          "ว้าว!!?" ปลากบอุทานออกมาด้วยความชื่นชม เมื่อรู้ว่าสหายใหม่ของเขาเป็นเด็กนอก

          "เพราะอย่างนั้น...นายจะไม่เห็นเราว่ายอยู่โดดเดี่ยวกลางน้ำเป็นอันขาด" ปลาปีศาจสรุป

          "นายต้องอยู่กับกัลปังหาเท่านั้นเหรอ?" ปลากบถามซ้ำ

          "ไม่จำเป็น พวกเราอยู่กับสิ่งมีชีวิตตั้งหลายอย่าง บางครั้งอยู่กับดาวขนนก ปะการังอ่อน ปะการัง และปะการังดำ"

          ปลาปีศาจกลืนน้ำลายเอื้อกเพราะคอเริ่มแห้ง เขาบิดตัวหนึ่งรอบก่อนคุยต่อ

          "เราจะบอกนายให้นะ เริ่มตั้งแต่เด็ก เราเป็นแพลงก์ตอนอยู่นานมาก กว่าจะมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของพ่อแม่ จากนั้นถึงลงมาหาที่อยู่ คราวนี้ถ้าเราอยู่กับอะไร สีหรือรูปร่างของเราจะคล้ายคลึงกับสัตว์ที่เราอาศัยอยู่ไปด้วย"

          "อย่างเราอยู่กับกัลปังหาเส้นสีเหลือง ตัวเราเลยมีสีเหลือง ถ้าเพื่อนเราที่เค้าอยู่กับดาวขนนกสีดำตรงโน้น เค้าก็มีตัวสีดำ ส่วนพวกที่อยู่กับปะการังดำมักสีน้ำตาล (ปะการังดำเป็นชื่อเรียก แต่ส่วนใหญ่ที่พบมีสีน้ำตาล) แถมรูปร่างหรือขนยังพะรุงพะรังไม่เหมือนกันอีก ตอนแรก ๆ นักวิจัยถึงเข้าใจว่าเราเป็นคนละชนิดกัน กว่าจะรู้ว่าที่จริงแล้วชนิดเดียวกันต่างหาก เล่นเอางงอยู่นาน"

          "ญาตินายพรางตัวแบบนี้หมดเลยเหรอ?" ปลากบสงสัย

          "เปล่า...เมื่อกี้ที่เล่าน่ะปลาปีศาจตัวตลกเท่านั้นนะ อย่างเพื่อนเราปลาปีศาจตัวแบน บางตัวสีเขียวพรางเข้ากับหญ้าทะเล สาหร่ายหินปูน หรือบางตัวสีดำพรางเข้ากับพื้นเฉยเลย เจ้าเพื่อนตัวนี้มีข้อมูลไม่เท่าไหร่ เพราะหาเจอกันน้อยมาก"

          "เราพูดจนเหนื่อยแล้ว" ปลาปีศาจกลืนน้ำลายเป็นคำรบสอง "นายเล่าเรื่องบ้างสิ"

          "เอางั้นเหรอ?" ปลากบเอ่ยขึ้นตะกุกตะกัก ก่อนเริ่มบรรยายเรื่องตัวเอง

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.

HitBox