หลังจากพาคุณเที่ยวพม่า make a wish ติดต่อกันมาครึ่งปีรวด ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ในการเดินทางท่องโลกของเรา แต่หนนี้ไม่ใช่เป็นทริปใหม่ล่าสุด เนื่องจากผมกำลังงานเข้าครับ อยู่ดีไม่ว่าดีอยากเป็นหัวหน้าภาควิชาฯ พอได้เป็นขึ้นมาเลยโงหัวแทบไม่ขึ้น เคราะห์ดีที่เมื่อหนึ่งปีก่อนผมเคยทำหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ความลับแห่งลุ่มน้ำไนล์” กล่าวถึงการท่องเที่ยวในประเทศอียิปต์แทบท
You are here
มหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 16 (2011)

เมืองไทยของเรามีงานหนังสือใหญ่ 2 ครั้งต่อหนึ่งปี ทั้งสองงานจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ งานแรกจัดในช่วงหน้าร้อนตอนต้นเดือนเมษายน อีกงานจัดช่วงปลายฝนต้นหนาวในเดือนตุลาคม ชื่อว่า “งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ” จัดมาถึงปีนี้นับเป็นครั้งที่ 16 โดยจะเริ่มงานในวันที่ 5 ตุลาคม เรื่อยไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม ถือว่ามาเร็วกว่าทุกปี แถมยังไม่มีวันหยุดมาคั่นกลาง ในวันเสาร์วันอาทิตย์น่าจะมีคนล้นหลามเป็นแน่
เป็นประจำเหมือนทุกปีที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์จะขนหนังสือหลายร้อยปกไปจำหน่ายในราคาพิเศษ บู๊ทส์ประจำการของเราคือ M01 โซน C1 หรืออยู่ตรงนี้ที่เดิมมาเป็นเวลาร่วมสิบปีแล้วครับ สื่อทั้งหมดในเครือ “ผู้จัดการ” พร้อมให้บริการกับคุณ ๆ ผู้กรุณาสนับสนุนเรา โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 10 โมงเช้า เรื่อยไปจนถึง 3 ทุ่ม
สำหรับปีนี้ สำนักพิมพ์มีหนังสือใหม่มาจำหน่ายหลายปก เริ่มจาก “คนโขน” ของพี่ตั้ว ศรันยู วงษ์กระจ่าง เผยเบื้องหลังของภาพยนตร์ที่เพิ่งลงโรงไปไม่นาน ยังกล่าวถึงเรื่องโขนไว้ครบถ้วน อ่านแล้วได้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะชั้นครูที่อยู่คู่เมืองไทยมาเนิ่นนาน ยังมีภาพประกอบที่หาดูได้ยาก ผมลองเอาไปลูกชายอ่าน เขาชอบครับ บอกว่าเนื้อหาเยอะดี แถมยังเป็นเรื่องที่เด็กยุคนี้ไม่ค่อยรู้ ราคาปก 190 บาท แต่ในงานมีลดอยู่แล้วครับ
เล่มใหม่อีกเล่มเป็นภาคต่อเนื่อง ชื่อว่า “เฟรนชี่ ลักกี้ 2 วายร้ายตาโปน” หมาน้อยของคนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เรื่องของเจ้าตูบตัวนี้กระชากใจหลายคนมาตั้งแต่เล่มแรก จนมีเสียงเรียกร้องขอต่ออีกสักเล่ม คุณ Show show จึงรีบจัดให้ พร้อมทั้งมีของพิเศษประจำเล่มนี้ด้วยนะ แต่เขาไม่ให้ผมบอกว่าเป็นของเช่นไร ต้องเป็นแฟนคลับตัวจริงเท่านั้นที่จะได้ไปครอบครอง อยากรู้ก็ต้องลองคลิก Facebook ของสำนักพิมพ์ “Baan Phra Arthit”
อีกเล่มคือหนังสือ “ภาพลวงตา วิชาโหรศาสตร์” อ่านแค่ชื่อเรื่องคล้ายการจับผิดหมอดูคู่หมอเดา ผมก็คิดเช่นนั้น พอหยิบขึ้นมาอ่าน เฮ้ย...หนาตึบ ไหงจะจับผิดกันมากมายปานนี้ ใจคอจะเอาให้ไม่ผุดไม่เกิดเลยใช่ไหมเนี่ย แต่พอเริ่มลงมืออ่านถึงทราบว่าไม่ใช่ เพราะนี่คือหนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับโหรศาสตร์ชั้นครู เป็นการรวบรวมข้อมูลความรู้ตั้งแต่ครั้งโบราณ เสาหลักเมืองกรุงเทพเป็นอย่างไร ? มีตัวอะไรลงไปอยู่ในหลุมในวันพิธี ? ทำไมกรุงเทพถึงแบ่งเป็นยุคต่าง ๆ ทั้งสิบ ฯลฯ ผมไม่เคยรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อนเลย ยิ่งอ่านจึงยิ่งติดพันจนแทบไม่ได้นอน หนังสือหนามากสมกับคำว่า “ตำรา” ไม่ใช่อ่านกันแค่ 50-100 หน้าก็จบเล่ม ผู้จัดทำเป็นนักเขียนฝีมือชั้นครู ข้อมูลจึงมีดีพอที่จะบอกต่อได้เต็มปาก แม้ราคาจะสูงถึง 450 บาท แต่แค่ลองพลิกดูเนื้อหาและความตั้งใจในการรวบรวมหลากศาสตร์หลายวิชา จะรู้สึกทันทีว่าไม่แพงครับ
เล่าเรื่องหนังสือของนักเขียนท่านอื่นแล้ว มาถึงของผมบ้าง อันดับแรกคือ “พาหวานใจไปปารีส เล่ม 2” เป็นหนังสือที่ผมติดค้างกับคุณ ๆ มานานหนึ่งปีเต็ม ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าเล่มแรกวางแผงแล้ว เล่มสองน่าจะตามมาในเวลาแค่ 3-4 เดือน แต่เนื้อหาเยอะมากครับ อีกทั้งงานก็เข้าเพียบ ครั้นจะรีบทำให้จบก็กลัวจะทำดีสู้เล่มแรกไม่ได้ จึงต้องยื้อไว้หน่อย จนเพิ่งเข้าโรงพิมพ์เมื่อเดือนกันยายน ถึงตอนนี้ออกจากโรงพิมพ์มาพร้อมจำหน่ายแล้ว คุณ ๆ ผู้กรุณาสนับสนุนไม่ต้องเป็นกังวล ปีนี้ไปปุ๊บเจอหนังสือปั๊บ ไม่ต้องรอกันถึงกลางงานหรือปลายงานเหมือนทุกปีแน่ครับ
ปารีสเล่มสองยังคงรายละเอียดเจาะลึกเหมือนเล่มแรก เช่น เล่าถึงเรื่องประตูชัยก็ต้องไปค้นเรื่องนโปเลียนมาเกริ่นนำ ค้นไปค้นมากลายเป็นไม่เกริ่นแล้วล่ะ จัดเต็มเลยดีกว่า ได้นิยายขนาดสั้นโผล่ขึ้นมาหนึ่งเรื่อง พอไปเขียนเรื่องปราสาทแวร์ซายส์ก็ต้องค้นเรื่องพระนางมารี อังตัวแนตต์ ไม่งั้นกลัวคุณจะไม่เข้าใจเรื่องเบื้องหลังแล้วจะไม่ซึ้ง อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เสียเวลาคือการตัดต่อ DVD ยาวเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะต้องทำให้ไม่ซ้ำกับ DVD ในเล่มแรก เคราะห์ดีที่ผมมีโอกาสกลับไปฝรั่งเศสอีก 2 ครั้ง เลยไปถ่ายทำเพิ่มเติมกับค้นข้อมูลใหม่ ๆ มาฝากกัน โดยเฉพาะคุณผู้ชอบรายละเอียดในเรื่องพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในเล่มแรก คุณคงชอบเรื่องของมูเซดอร์เซย์ในเล่มสอง ผมใส่ภาพเด่นพร้อมประวัติศิลปินดังแทบทุกรายในศตวรรษที่ 19-20 ราคาหนังสือเล่มละ 390 บาท เห็นแค่ตัวเลขแล้วอาจร้องว่าแพงจัง แต่สำนักพิมพ์ลดราคาให้ในงาน เล่มหนึ่งสองขายรวมกันเป็นแพค ราคาแค่ห้าร้อยเศษ ทั้งชุดหนา 500 หน้า มี DVD ยาวเกือบ 4 ชั่วโมง คงไม่แพงเกินไปนะครับ
อีกเล่มที่รอมานาน กว่าจะได้นำมาทำใหม่ใช้เวลาตั้ง 7 ปี นั่นคือ Megalodon (เมกาโลดอน) นิยายวิทยาศาสตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวของผม ความเป็นมาเริ่มตั้งแต่ผมเป็นคนชอบอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสัตว์ประหลาดหรือภัยพิบัติถล่มโลก ชอบมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ยังติดตามดูภาพยนตร์แนวนี้เกือบทุกเรื่อง เหมาเรียบไม่เกี่ยงว่าจะเป็นเกรด A หรือเกรดไหน ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าพลอตจ๋าทำไมซ้ำกันจังเลย บางเรื่องก็ไม่มีเหตุผล จู่ ๆ ก็เป็นอย่างนั้นเฉยเลย จึงตั้งใจว่าจะเขียนนิยายวิทยาศาสตร์สักเรื่อง โดยใช้เมืองไทยเป็นฉาก แต่จะเอาให้สมจริงแบบฉีกทุกแนวมีเหตุผลทุกตัวอักษร
ผมเริ่มเขียน “เมกาโลดอน” ลงในนิตยสาร “เปรียว” ตั้งแต่ต้นปี 2547 เรื่องเริ่มด้วยเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่มชายฝั่งอันดามัน ก่อนเจ้าฉลามยักษ์จะโผล่มาจากทะเลลึก ไม่นึกเหมือนกันว่า หลังจากเขียนไปจนถึงปลายปี เกิดเหตุการณ์สึนามิที่ชายฝั่งอันดามันในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เหตุการณ์เกือบทุกอย่างเหมือนกับที่ผมบรรยายไว้ในหนังสือ (อ่าวป่าตอง เขาหลัก หมู่เกาะสุรินทร์ ฯลฯ) คุณผู้อ่านนิตยสารหลายท่านโทรไปแจ้งข่าวกับทีวีช่องต่าง ๆ ผมเลยได้ออกรายการเพียบ มีแต่คนถามว่ารู้ล่วงหน้าได้ยังไง ผมก็ได้แต่บอกว่าวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ ครับ ไม่มีการดูดวงหรือนอนหลับแล้วฝันไป
สึนามิเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ แต่พระเอกตัวจริงคือฉลามยักษ์ที่มีจริงในประวัติศาสตร์ Mega หมายถึง “มหึมา” Odon หมายถึง “เขี้ยว” ชื่อนี้บอกถึงนักล่ายิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกนี้เคยเจอ ฉลามที่กินวาฬเป็นอาหาร ฟอสซิลที่พบบ่งบอกว่า เมื่อ 10,000 ปีก่อน ฉลามชนิดนี้ยังคงมีชีวิต แต่ปัจจุบัน...ไม่มีใครทราบ ผมจึงนำเมกาโลดอนกลับมาใหม่ในช่วงที่คลื่นยักษ์พัดเข้าถล่มอันดามัน โดยมีนิสิตหนุ่มสาวที่ติดค้างบนเกาะเป็นคู่ต่อกร ยังมีกำลังเสริมเป็นหน่วยงานด้านภัยพิบัติแห่งชาติ (ตอนที่ผมเขียนยังไม่มีหน่วยงานนี้โดยเฉพาะ) พร้อมทั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และกองทัพเรือ เหตุการณ์ต่อเนื่องจากหมู่เกาะเหนือสุดไปจนเกือบใต้สุดอันดามัน เนื้อหาจัดหนักใส่เต็มไม่มียั้งครับ
ในครั้งแรกที่รวมเล่ม เมกาโลดอนแบ่งเป็น 2 ภาค แต่หลายคนได้อ่านเฉพาะภาคแรก ไม่ได้อ่านภาคสอง จึงไม่รู้ว่าเรื่องจบลงอย่างไร ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีคุณ ๆ หลายท่านถามไถ่ว่าจะหาซื้อเล่มสองได้ที่ไหน ผมเองก็อยากพิมพ์ใหม่แต่ยังไม่ได้โอกาส จนมาถึงปีนี้ได้ฤกษ์สักที แถมยังมีน้องศิลปินฝีมือดีมาช่วยวาดภาพประกอบ ทุกอย่างรวมกันในเล่มเดียวครบจบบริบูรณ์ ราคาเล่มละ 240 บาท มีส่วนลดพิเศษในงานอีกด้วย ผมจะขึ้นเวทีกล่าวถึง Megolodon ในวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 15.00-16.00 นาฬิกา งานนี้มีฉลามบินได้ส่งตรงมาจากอเมริกา มาสร้างสีสันในงานด้วยครับ
ทั้งหมดนี้คือบางส่วนของหนังสือจากสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ เรายังมีอีกหลายเล่ม เช่น “ความลับแห่งลุ่มน้ำไนล์” สำหรับคุณผู้สนใจซีรี่ส์อียิปต์แบบจัดเต็ม และ “ภูฏานตระการตา” ที่กลับมากวาดยอดขายใหม่ในช่วงใกล้พิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์จิกมี ผมจะหาทางไปงานในเย็นวันเสาร์ที่ 8 วันอาทิตย์ที่ 9 ทั้งวัน และจะหาเวลาไปอีกเรื่อย ๆ เท่าที่ทำได้ แล้วเจอกันในงานนะครับ


กด Like -> แบ่งปันบทความที่คุณชื่นชอบให้เพื่อนๆ ใน Facebook ได้ลองอ่านกัน
- 2332 reads
