You are here

ความลับแห่งลุ่มน้ำไนล์ (11)

การท่องเที่ยวอียิปต์ของเราดำเนินมาถึงใจกลางหุบเขากษัตริย์ ผมพาคุณมาจ่อปากทางสุสานโด่งดังที่สุดในโลกของฟาโรห์ตุตันคามุน แต่ยังไม่พาลงไป เพราะเราต้องเสียค่าตั๋วพิเศษหากอยากเข้าชมสุสาน อีกทั้งตุตันคามุนมิใช่ฟาโรห์ยิ่งใหญ่เกรียงไกร สุสานจึงไม่สวยล้ำเลิศเลอ หากเป็นเช่นนี้แล้ว ทำไมสุสานถึงโด่งดังจนไม่ต้องมีคำบรรยาย คำตอบอยู่ในเรื่องของโฮเวิร์ท คาร์เตอร์

โฮเวิร์ทเป็นชาวอังกฤษ เขาเดินทางมาอียิปต์ได้อย่างไร สนใจเรื่องไหน ขอเชิญอ่านภาคแรกในเรื่องของสัปดาห์ที่แล้ว ตอนนี้เรื่องดำเนินมาถึงตอนที่โฮเวิร์ทเจอนายทุนใหญ่ชื่อธีโอดอร์ เขาสั่งให้ทำการขุดค้นบริเวณหุบเขากษัตริย์ หลังจากทำงานอยู่สองสามปี โฮเวิร์ททุ่มเทให้กับวิหารฮัตเซปซุต จนเจอทางเข้าที่แอบซ่อนอยู่ในค.ศ.1904 เมื่อมุดเข้าไปข้างใน เขาพบเส้นทางวกวนเกือบ 200 เมตร ก่อนไปเจอสุสานที่ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ก็ยังเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ น่าเสียดาย ปัญหาของเขากับรัฐบาลในช่วงต่อมา ทำให้โฮเวิร์ทถูกปลดจากตำแหน่ง ธีโอดอร์ก็ทอดทิ้ง เพราะเห็นว่าไม่มีอำนาจแล้วนี่ จะคบไปทำไมกันเล่า ความสัมพันธ์ระหว่างโฮเวิร์ทกับธีโอดอร์จึงเหมือนกับนักการเมืองและนายทุนของเมืองไทยในยุคน้ำท่วมฟ้า

โฮเวิร์ทยังไม่ยอมจากอียิปต์ เขาหาเลี้ยงตัวเองด้วยการขายภาพให้นักท่องเที่ยวที่มาลุกซอร์ พลางรอเวลาที่ชะตาจะพลิกผัน จนถึงค.ศ.1906 ฟ้าลิขิตให้เขาพบกับท่านลอร์ดแห่งคาร์นาวอน ผู้ชื่นชอบในการขุดหาทางโบราณคดี ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลเพื่อหานักขุดฝีมือเยี่ยม เจ้าหน้าที่เคยติดค้างค่าเหล้าโฮเวิร์ท จึงรีบบอกว่า นายคนนี้นี่แหละเยี่ยมสุด แต่ตอนนี้กำลังตกกระป๋อง ท่านลอร์ดไม่สนใจเรื่องกระป๋อง ท่านรีบจ้างโฮเวิร์ทเพื่อเริ่มต้นการค้นหาสุสานอีกครั้งในเขตหุบเขากษัตริย์

น่าเสียดาย การขุดค้นในช่วงแรกที่กินเวลา 7 ปี กลับเจอแต่สุสานธรรมดา แม้จะมีข้อมูลล้ำค่าด้านโบราณคดี แต่ท่านลอร์ดต้องการชื่อเสียง ต้องการทองสักเส้น ของประดับสักชิ้น อะไรก็ได้ที่ยืดอกตอบสังคมไฮโซไซตี้อย่างภาคภูมิ ข้าคือคนพบ

โลกเข้าสู่ยุคสงครามโลกที่ครั้งที่หนึ่ง (ค.ศ.1914) การขุดจึงต้องยุติชั่วคราว โฮเวิร์ทมีเวลาหยุดพักแล้วคิดให้รอบคอบ เขากลับมาขุดค้นอีกครั้งในค.ศ.1918 โดยเปลี่ยนแผนจากหลุมศพของฟาโรห์ดังแต่มีผู้ขุดไปบ้างแล้ว กลายเป็นการตามหาสุสานฟาโรห์ที่แทบไม่มีใครรู้จัก ตอนนั้นเองที่ชื่อจารึกไว้บนแหวน “ตุตันคามุน” หวนกลับมาหาโฮเวิร์ท

เขาใช้เวลาตรวจสอบพื้นที่ทั่วหุบเขา จนเริ่มสงสัย สุสานฟาโรห์ตุตันคามุนหายไปไหน ? โฮเวิร์ทตั้งประเด็นคำถามไว้ 2 ประเด็น

สุสานอยู่ในที่ลึกลับหรืออยู่นอกเขตสำรวจในหุบเขากษัตริย์ เมื่อลองพิจารณาให้ดี ประเด็นนี้เป็นอันตกไป เพราะตุตันคามุนเป็นฟาโรห์อำนาจน้อย แถมยังตายฉับพลัน คงไม่มีปัญญาจะไปสร้างสุสานไว้เร้นลับ ขนาดฟาโรห์องค์ดังสร้างสุสานไว้ซับซ้อน ยังถูกขุดเจอจนหมดแล้ว

สุสานถูกมองข้าม หมายถึงสุสานอยู่ในหุบเขานี่แหละ แต่นักสำรวจไม่สนใจค้นหาให้ละเอียด มัวแต่ไปค้นหาในที่ใหม่ ๆ โฮเวิร์ทปักใจว่าเป็นประเด็นนี้

เขาเริ่มให้สนใจกับการตรวจสอบตามสุสานที่เคยถูกขุดแล้ว จนมาเอะใจกับสุสานของฟาโรห์รามเซสที่ 6 สุสานแห่งนี้ถูกขุดค้นพบมานานแล้ว เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา ในบริเวณที่มีหลายสุสานอยู่ใกล้กัน มิใช่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาเหมือนฟาโรห์ผู้เรืองอำนาจบางองค์

โฮเวิร์ทตรวจสอบจนทั่ว บริเวณนี้มีทั้งอุโมงค์เข้าสุสาน และพื้นกระท่อมของคนงานที่ทำสุสานในสมัยนั้น ในเวลาเดียวกัน ท่านลอร์ดติดต่อมา ข้าจ่ายเงินไปแล้ว 50,000 ปอนด์ (ในสมัยนั้น) เสียเวลาไปกับเจ้าสิบปีเศษ ไม่เห็นได้อะไรสักอย่าง ข้าจะเลิกสนับสนุนแล้วเอย โฮเวิร์ทจึงรีบขอร้อง ท่านขอรับได้โปรดเถิดขอรับ ท่านลอร์ดใจอ่อน ยินยอมให้ความสนับสนุนจนสิ้นค.ศ.1922 จากนั้น ทางใครทางมัน

โฮเวิร์ทไม่เหลือทางเลือก เขาตัดสินใจให้คนงานลองขุดพื้นกระท่อม ด้วยคาดว่า ในสมัยที่นักโบราณคดีมาขุดสุสานรามเซสที่ 6 เมื่อเจอพื้นกระท่อมแห่งนี้ ก็ต้องเข้าใจว่า เป็นกระท่อมคนงานสร้างสุสาน จึงละความสนใจ ย้ายไปขุดบริเวณอื่น เจออุโมงค์เข้าสุสานรามเซส แต่ไม่เจอสมบัติใด จากนั้นก็แล้วกัน

แต่ถ้าลองคิดให้ดี รามเซสที่ 6 เป็นกษัตริย์ในราชวงศ์ที่ 20 ตุตันคามุนเป็นกษัตริย์ในราชวงศ์ที่ 18 เวลาห่างกันสองสามร้อยปี ในช่วงนั้นมีสุสานฟาโรห์เกิดขึ้นกว่าสิบแห่ง ไม่นับของเก่าที่มีอยู่แล้ว หุบเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร จึงเป็นไปได้ว่า ระหว่างการขุดอุโมงค์สร้างสุสานใหม่ อาจไปจ๊ะเอ๋กับอุโมงค์ของสุสานเก่า ถ้าเจอแล้วจะทำไงได้ ครั้นจะยึดมาเป็นของตนก็ใช่ที่ คงต้องปิดไว้แล้วขุดอุโมงค์ไปอีกทาง การปิดไว้แบบไหนจะดีไปกว่าการสร้างกระท่อมคนงานทับซะเลย

โฮเวิร์ทสั่งคนงานให้ขุดพื้นกระท่อมลงไปแบบไม่หวังอะไร แม้เหตุผลเข้าท่า แต่โอกาสเป็นไปได้แค่หนึ่งในล้าน เผอิญหนึ่งนั้นเกิดขึ้นในครั้งนี้ โฮเวิร์ทขนลุกซู่ เมื่อเห็นใต้พื้นกระท่อมมีอุโมงค์ซ่อนอยู่ มีขั้นบันไดทอดลงไป สองผนังแทบไม่มีภาพใด ๆ แถมยังเป็นอุโมงค์ขนาดเล็กนิดเดียว

จะเล็กจะใหญ่ก็ไม่ว่า โฮเวิร์ททราบดี นี่คือโอกาสสุดท้าย หัวขโมยอาจเหลือจารึกหรือรูปสลักสักอัน เขาจะส่งไปให้ท่านลอร์ด เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ท่านสนับสนุนมานาน โฮเวิร์ทจึงบอกให้ทีมงานเตรียมพร้อม เขาจะลงไปก่อน โฮเวิร์ทถือตะเกียงก้าวลงไปในความมืดมิดของอุโมงค์ ตามบันไดลงไปทีละขั้น เพียงแค่ไม่กี่สิบก้าว เขาเจอประตูกั้นขวางทาง

หากพูดถึงความวิจิตรพิสดาร เมื่อเทียบกับสุสานอื่นที่โฮเวิร์ทเจอมา ที่นี่นับว่าอ่อนด้อยนัก ทั้งเล็กทั้งตื้นทั้งไร้รูปไร้เรื่องราว แต่โฮเวิร์ทกลับยืนตะลึงอยู่ในอุโมงค์จิ๋วแห่งนั้น เพราะประตูตรงหน้ามีผนึกปิดอยู่ ตั้งแต่โฮเวิร์ทเคยขุดสุสานมา นี่คือครั้งแรกที่เขาเห็นผนึกที่ยังไม่ถูกทำลาย หมายความว่า ที่นี่ยังไม่มีใครเคยเข้ามา...หรือไม่ ?

เขาตัดสินใจลองเจาะรูจิ๋วที่มุมบนประตู ก่อนส่องไฟเข้าไปดู ข้างในมีหินเต็มไปหมด หากเป็นภาพยนตร์ เรื่องนี้คงเอวังด้วยความผิดหวังเหลือประมาณ แต่โฮเวิร์ทเป็นนักสำรวจผู้เชี่ยวชาญ เห็นเช่นนี้ เขากลับดีใจ เพราะเขาเคยค้นพบหลายสุสานที่มีเศษหินอยู่หลังประตู หมายถึงคนสร้างขนหินมากั้นไว้เพื่อป้องกันหัวขโมย แต่สุสานอื่นเหลือแต่หินไม่มาก ผิดจากที่นี่ หินปิดกั้นเต็มทาง ความหวังเริ่มเปล่งประกาย

โฮเวิร์ทยังไม่รีบขุดทะลวงเข้าไป เขาตัดสินใจรีบโทรเลขหาท่านลอร์ดที่อังกฤษ เมื่อถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 1922 ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าประตูปิดผนึก ก่อนท่านลอร์ดจะพยักหน้า คนงานจัดการค่อย ๆ หาทางเปิดผนึก ทลายประตูเข้าไป เสร็จแล้วก็เริ่มขนหินที่เกะกะเต็มทาง ท่ามกลางความตื่นเต้นของสองนักสำรวจ

ทันใดนั้น หนึ่งในคนงานค้นพบร่องรอยของการถูกงัดในอดีต ผนึกบางแห่งถูกทำลาย โฮเวิร์ทกับท่านลอร์ดแทบหมดแรงใจ จนเมื่อเข้าไปพิจารณาจนใกล้ ถึงทราบว่า ผนึกได้รับการซ่อมแซมเช่นกัน ข้อสันนิษฐานคือหลังจากสร้างสุสานเสร็จไม่นาน อาจมีขโมยพยายามบุกเข้ามาขุดค้น แต่คงเข้าได้เพียงห้องชั้นนอก เมื่อยามไปแจ้งว่าสุสานโดนเจาะ นายช่างก็มาซ่อมแซมผนึกต่าง ๆ ให้เหมือนเดิม

ทั้งคู่ผ่านเข้ามาในคูหาชั้นแรก ทางเดินสั้น ๆ พามาจนสุดหน้าประตูแห่งที่สอง มีตราผนึกตุตันคามุนติดไว้ชัดเจน เป็นผนึกที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีร่องรอยซ่อมแซมใดเลย โฮเวิร์ทหันไปมองหน้าท่านลอร์ด ทั้งคู่ยืนนิ่ง ภาวนาให้ความหวังของพวกเขาเป็นจริง หากฝันนี้เป็นไปได้ หมายถึงเบื้องหลังประตูบานนี้คือสิ่งที่ไม่เคยปรากฏต่อสายตาผู้ใด เป็นเวลานานกว่า 3,000 ปี

ท่านลอร์ดพยักหน้าครั้งที่สองในรอบวัน โฮเวิร์ทเจาะรูเล็ก ๆ ก่อนส่องไฟเพื่อมองเข้าไปเหมือนเช่นเคยทำ แต่ครั้งนี้ เขาหยุดนิ่งเนิ่นนาน ท่านลอร์ดจึงถาม คุณเห็นอะไรไหม ?

ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา โฮเวิร์ทตอบท่านลอร์ดด้วยประโยคที่ประกอบด้วยคำเพียง 3 คำ เป็นสามคำที่จารึกไว้ในโลกอีกนานเท่านาน ในฐานะประโยคแรกของนักสำรวจผู้ค้นพบสมบัติล้ำค่าที่สุดของมวลมนุษยชาติ

Yes, wonderful things !



กด Like -> แบ่งปันบทความที่คุณชื่นชอบให้เพื่อนๆ ใน Facebook ได้ลองอ่านกัน

Find us on Facebook

คุณอ่านเรื่องนี้กันแล้วรึยัง? ^_^

หลังจากมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลบ่ามาจากทางเหนือ เข้าสู่ลุ่มเจ้าพระยา สร้างความเดือดร้อนให้มากมายจนกลายเป็นมหาอุทกภัยสร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มาถึงตอนนี้หากเป็นภาพยนตร์ก็เลยฉากไคลแมกซ์ ชาวกรุงเทพคงไม่สงสัยแล้วว่าน้ำจะท่วมที่ใดบ้าง คำถามใหม่คือเราจะต้องอยู่กับน้ำท่วมอีกนานแค่ไหน และอีกหลายคำถามที่หลายคนสงสัย จะเป็นอย่างไรเมื่อน้ำเหล่านี้ไหลลงทะเล