หลังจากพาคุณเที่ยวพม่า make a wish ติดต่อกันมาครึ่งปีรวด ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ในการเดินทางท่องโลกของเรา แต่หนนี้ไม่ใช่เป็นทริปใหม่ล่าสุด เนื่องจากผมกำลังงานเข้าครับ อยู่ดีไม่ว่าดีอยากเป็นหัวหน้าภาควิชาฯ พอได้เป็นขึ้นมาเลยโงหัวแทบไม่ขึ้น เคราะห์ดีที่เมื่อหนึ่งปีก่อนผมเคยทำหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ความลับแห่งลุ่มน้ำไนล์” กล่าวถึงการท่องเที่ยวในประเทศอียิปต์แทบท
You are here
ความลับแห่งลุ่มน้ำไนล์ (10)

ไม่น่าเชื่อว่าหยาดน้ำเม็ดเล็ก ๆ จากฟากฟ้าที่หล่นลงมาสะสมกัน จะสร้างความอลหม่านให้เมืองไทยได้ปานนี้ ตลอดหนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมา ผมไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน วุ่นกับการเตรียมการรับน้ำที่ทำงาน (เกษตรศาสตร์) และที่คอนโด (รัชวิภา) ก่อนพบว่าจะรับมือแค่ไหนก็ท่วมได้มิดทุกคันกั้นทุกกระสอบทราย ข่าวสุดท้ายคือน้ำท่วมหน้าตึกภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลสูงถึง 1.2 เมตร คาดว่าคงเข้าตึกเรียบร้อยแล้ว ไม่อยากคิดถึงวันหน้าครับ Y-Y
เรามาเที่ยวอียิปต์กันดีกว่า อียิปต์ดีหนักหนาไม่มีน้ำมีแต่ทราย เหมือนกับสุสานของพระนางฮัตเซปซุตที่อยู่หน้าหุบเขากษัตรย์ บ่งบอกว่าอียิปต์ยุคโบราณรุ่งเรืองจนสามารถล่องเรือไปไกลเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากับอาณาจักรปุนต์ เช่น งาช้าง เครื่องหอม ไม้ ฯลฯ อียิปต์ยังถือว่าปุนต์เป็นประเทศราช มีลายสลักราชินีแห่งปุนต์นำของมาถวายแก่เทพเจ้าอียิปต์จารึกไว้ในคูหาใต้สุสานชัดเจน เมื่อเราขึ้นมาด้านบน ผมเจอเสา 22 ต้น สลักเป็นพระนางฮัตเซปซุต ถัดเข้าไปข้างในก็มีเสาอีกเยอะเชียว บ้างเหลือแต่โคน เหลือครึ่งหนึ่งเสา แต่ยังพอให้เห็นความยิ่งใหญ่ของวิหารในอดีต ตรงกลางมีประตูเข้าไปสู่สุสานที่ฝังลึกเข้าไปในภูเขา แต่เราเข้าไปข้างในไม่ได้ครับ
ผมเคยอ่านเรื่องสุสานฮัตเซปซุตมาตั้งแต่เด็ก พอวันนี้ได้มาเจอของจริง บอกตามตรงว่าไม่ทึ่งถึงปานนั้น หากให้เกรดคงได้สัก B อาจเป็นเพราะผมมาเที่ยวช่วงแดดร้อนแรงแสงส่องตรงมาเกือบกึ่งกลางศีรษะ นักท่องเที่ยวก็เยอะนิดตามประสาประเทศอียิปต์ที่ใคร ๆ ก็อยากมา หากให้เด็ดคงต้องมาตอนบ่ายหรือเย็น อารมณ์ร่วมคงมีมากขึ้นครับ
สุสานฟาโรห์หญิงถือเป็นด่านรับแขกผู้มาเยือน Valley of the Kings จากตรงนี้มีเส้นทางเข้าไปสู่สุสานกษัตริย์ ความเป็นมามีอยู่ว่า หลังจากฟาโรห์เมนทูโฮเทปที่ 2 สร้างสุสานใต้ยอดเขาเอลเคิร์น ฟาโรห์องค์อื่นต่างเจริญรอยตาม โดยเฉพาะช่วงราชวงศ์ที่ 18-20 สุสานทุกแห่งต่างสร้างด้วยผังคล้ายกัน นายช่างจะเจาะภูเขาเข้าไป ทางเข้าเล็กนิดเดียว แต่อุโมงค์เข้าไปลึกมาก ในจำนวนนี้ สุสานมีชื่อเสียงมากสุดคือตุตันคามุน ไม่ใช่เพราะใหญ่ ไม่ใช่เพราะสวย แต่เป็นเพราะว่า นี่คือสุสานแห่งเดียวที่หลงรอดมาจากหัวขโมยทั้งหลาย จึงเป็นสุสานแห่งเดียวที่บอกให้พวกเราทราบว่า สมบัติฟาโรห์ล้ำค่าปานไหน
หุบเขากษัตริย์อยู่ใต้เทือกเขาเดียวกับสุสานฮัตเซปซุต แต่อยู่คนละหุบเขา เราต้องนั่งรถมาราวสิบนาที ทางเข้ามีศูนย์นิทรรศการมีโมเดลแสดงอุโมงค์ที่มุดไปมุดมาอยู่ใต้ดิน ดูแล้วเข้าใจความซับซ้อนซ่อนเงื่อน บางสุสานก็เจาะอุโมงค์เฉียดกันนิดเดียว บ้างก็ขุดลงไปลึกมากจนแทบไม่น่าเชื่อ เวลาเราไปเดินดูของจริง จะคิดสภาพไม่ออก เมื่อมาดูโมเดลนี้แล้วจะเห็นภาพครับ
ถึงเวลาออกเดินเข้าไปในสุสาน ทางเดินสายน้อยพาเราผ่านด่าน แม้ภายในจะมีสุสานที่ค้นพบแล้ว 62 แห่ง (เชื่อว่ายังมีอีกบ้างที่หาไม่เจอ) แต่เขาจำกัดจำนวนคนเที่ยวสุสานด้วยการอนุญาตให้เราเที่ยวเพียงแค่ 3 แห่งต่อหนึ่งบัตร หากอยากเข้ามากกว่านั้น คุณต้องออกไปซื้อบัตรใหม่ ทางเข้าสุสานทุกแห่งจะมีเจ้าหน้าที่ประจำการ เราผ่านเข้าไปปุ๊บ เค้าตอกบัตรทันที วิธีการนี้โหดหินดีมาก ใครอยากเห็นให้ครบต้องนอนค้างที่ลุกซอร์สักสามสี่วัน
ทางเดินในหุบเขากษัตริย์ตัดตรงผ่านเนินแห้งแล้งแดดเปรี้ยง ตามเนินมีปากโพรงซ้ายบ้างขวาบ้าง บางแห่งก็มีทางเดินแยกเข้าไป บ้างอยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่กินเวลาหลายปี บ้างก็ไม่เปิดซะงั้น นัยว่านักโบราณคดียังไม่แน่ใจว่าเปิดแล้วจะมีผลกระทบหรือไม่ ? ทั้งหมดนี้มีพิเศษอยู่แห่งเดียว ได้แก่ สุสานตุตันคามุน หากอยากเข้าต้องจ่ายเงินเป็นพิเศษ แล้วเราควรจะจ่ายดีไหม ? ก่อนตอบคำถามนี้ ผมมีเรื่องสั้นให้คุณอ่านครับ
...
ตั้งแต่เริ่มอาณาจักรเมื่อห้าพันปีก่อน การสร้างสุสานกับการขโมยของในสุสานเป็นของคู่กัน ฟาโรห์แต่ละองค์เก็บสมบัติไว้ในห้องลับ เมื่ออาณาจักรตกต่ำ ขโมยก็พยายามเข้าไปเอาของฟาโรห์มาขาย ไม่ว่าจะสร้างสุสานแบบไหน ขโมยก็หาทางเข้าไปจนได้ การขโมยติดต่อกันห้าพันปี ย่อมทำให้ทุกสุสานแทบปราศจากแก้วแหวนเงินทอง เหลือแต่ของที่ดูเหมือนไม่มีค่า เช่น โลงหิน จารึก รูปปั้น
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้จนถึงศตวรรษ 18 ผู้คนเริ่มออกเดินทางท่องโลก หลายคนเข้ามาในอียิปต์ ของที่เหลือในสุสานถูกขโมยและส่งต่อไปตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ตามด้วยนักโบราณคดีที่เข้ามาสำรวจในศตวรรษที่ 19 คราวนี้ทุกอย่างถูกขนเรียบเพื่อนำไปเก็บไว้ตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ แม้แต่โลงก็ยังไม่เหลือ
จนเข้าศตวรรษที่ 20 นักโบราณคดีสำรวจทุกอย่างครบถ้วน สุสานแต่ละแห่งในหุบเขากษัตริย์ถูกค้นพบ เหลือแค่การตรวจสอบหาหลักฐาน ทุกคนลงความเห็นตรงกัน ไม่มีทางที่พวกเรามนุษย์ในยุคปัจจุบันจะเข้าใจถึงความ “ยิ่งใหญ่อัศจรรย์” ของมหาสมบัติในสุสานฟาโรห์ เพราะไม่มีครั้งใดเลยที่เราพบสุสานสมบูรณ์ ไม่มีแม้แต่ตำนานเรื่องเล่า กาลเวลาหลายพันปีลบร่องรอยทุกเรื่องราว เราเหลือแต่จินตนาการ ฝันไปว่า การเข้าไปพบห้องที่เต็มไปด้วยสมบัติจะเป็นเช่นไร ? สมบัติฟาโรห์จะมีมากน้อยขนาดไหน ? จวบจนชายชื่อโฮเวิร์ท คาร์เตอร์ เดินทางมาถึงอียิปต์
โฮเวิร์ทเป็นชายหนุ่ม มีฝีมือด้านการวาดภาพ เขาเคยรับจ๊อบเป็นศิลปินวาดภาพเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยู่ในบริติชมิวเซี่ยม ภาพงามดีมีรายละเอียดยิบย่อย ในค.ศ.1891 เจ้านายจึงชวนมาวาดสุสานของจริงในอียิปต์ โอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีทุกวัน โฮเวิร์ทรีบตกลง แล้วดีใจเป็นหนักหนา เมื่อทราบว่า เขาได้ร่วมขุดค้นสุสานต่าง ๆ โดยเฉพาะที่อเคตาเตน เมืองที่สาบสูญของฟาโรห์อเคนาเตน ผู้เปลี่ยนศาสนาและเป็นฟาโรห์ที่ทำให้เกิดเรื่องยุ่งเหยิงขึ้นภายหลัง
เขาวาดรายละเอียดของเมืองทีละส่วน ตรวจสอบวัตถุต่าง ๆ ทุกซอกทุกมุม จนเจอแหวนสลักชื่อฟาโรห์องค์หนึ่ง “ตุตันคามุน” กษัติรย์ที่นักโบราณคดีในสมัยนั้นยังไม่รู้จัก โฮเวิร์ทไม่รู้หรอก อีกไม่นาน ชื่อฟาโรห์องค์นี้จะโด่งดังขนาดเด็กร้องแว้ยังต้องร้องอ๋อ และเรื่องทั้งหมดจะเริ่มต้นจากแหวนวงนี้ (ไม่ใช่ Lord of The Ring นะจ๊ะ)
โฮเวิร์ทละความสนใจไว้แค่นั้น เขาไปรับจ๊อบทำงานกับนักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญหลายคน วนเวียนอยู่ในอียิปต์ร่วมสิบปี สะสมฝีมือจนแกร่งกล้า จนได้รับตำแหน่งให้เป็นผู้ควบคุมด้านโบราณคดีของอียิปต์บนทั้งหมด (หมายถึงเขตที่มีเมืองธีปส์ (ลุกซอร์) เป็นศูนย์กลาง เรื่อยไปจนถึงเมืองอัสวันทางตอนบนแม่น้ำไนล์ ยังรวมถึงเขตในอาณาจักรนูเบียที่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ทวีปแอฟริกา)
จนเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 โฮเวิร์ทเจอกับนายทุนชาวอเมริกา สมัยนั้นมหาเศรษฐียังไม่นิยมซื้อทีมฟุตบอลในอังกฤษ แต่ชอบการผจญภัยหรือทำอะไรแปลก ๆ บ้างก็ตามล่าหาฟอสซิล บ้างก็เน้นด้านโบราณคดี สนับสนุนนักสำรวจไปขุดตามแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก หากเจอสิ่งใดมหัศจรรย์ นายทุนย่อมได้ชื่อเสียง ยังอาจได้ของบางชิ้นเป็นรางวัลตอบแทน แม้อาจไม่ใช่ชิ้นใหญ่หรือสำคัญสุด เพราะเป็นการขุดค้นแบบถูกต้องตามกฎหมาย
นายทุนของโฮเวิร์ทชื่อ ธีโอดอร์ ดาวิส ทั้งคู่ปรึกษากัน ก่อนโฮเวิร์ทเสนอให้ลองขุดที่หุบเขากษัตริย์ แม้บริเวณนี้จะโดนสำรวจจนปรุแล้ว แต่โฮเวิร์ทเชื่อ อาจจะมีอะไรเหลืออยู่บ้าง เพราะหากนำชื่อของฟาโรห์ที่จารึกระบุไว้ มาเทียบกับจำนวนสุสานที่ค้นพบ ยังมีฟาโรห์บางองค์ที่ไม่มีใครเคยเจอ เมื่อได้ฟังดังนี้ ป๋าธีโอดอร์จึงสั่งลุย
การลุยดังกล่าวให้ผลอย่างไร เราต้องรออีกหนึ่งสัปดาห์ ช่วงนี้มาภาวนาให้น้ำลดเร็ว ๆ กันนะครับ
กด Like -> แบ่งปันบทความที่คุณชื่นชอบให้เพื่อนๆ ใน Facebook ได้ลองอ่านกัน
- 1126 reads
