ภูฏานตระการตา (1)

ก่อนอื่นต้องบอกไว้เลยว่า ทริปไปภูฏานที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทริปของ ASTV ที่เค้าชวนคุณผู้ชมไปภูฏาน อีกทั้งผมไม่ได้ไปเพราะได้รับการเชิญจากหน่วยงานไหน อย่างว่า เราเป็นหมาป่าเดียวดาย ไปเที่ยวไหนไปเองจ่ายเองตลอด (ทำไมไม่มีใครเชิญสักทีวุ้ย เขียนบทความตั้งไม่รู้กี่พันเรื่อง หนังสือท่องเที่ยวก็ร่วมสามสิบเล่ม ผมผิดตรงไหน ? ชีวิตหนอชีวิต)

เมื่อรักจะเป็นหมา (ป่า) ก็ต้องเป็นให้ตลอด ข้อมูลรายละเอียดใดที่คุณจะได้อ่านจาก “ภูฏานตระการตา” เป็นประสบการณ์แบบเที่ยวจริง โดยขอเริ่มต้นที่แรงจูงใจในการไปภูฏาน เกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น อยากหนาวก่อนชาวบ้าน (ภูฎานหนาวกว่าเมืองไทยแน่เชียว) เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่ภูฎานฟ้าใสแดดจ้าที่สุดในรอบปี (จ้าจนข้าพเจ้าดำปี๋เลยจ้ะ) แต่เหตุผลสำคัญมาจากบทความใน Tashi Delek นิตยสารประจำ Drukair สายการบินแห่งชาติของภูฎาน ผมไปเจอที่ร้านหมอฟันแห่งหนึ่ง พลิกดูเล่น ๆ ดันเจอเรื่อง In a world gone mad, there’s still Bhutan แม้เนื้อเรื่องจะอ่านแล้วงั้น ๆ แต่ชื่อมันโดนมากเชียว “แม้โลกจะคลุ้มคลั่ง แต่อย่างน้อยก็ยังมีภูฎาน” ประเทศเยี่ยงนี้ต้องมีอะไรประหลาดแน่

คนไทยรู้จักภูฎานเป็นอย่างดี เพราะองค์ชายจิกมีเคยเสด็จมาเมืองไทยในงานพระราชพิธีฉลองครองราชย์ครบ 60 ปีของในหลวง เกิดกระแสคลั่งภูฎานเป็นการใหญ่ แต่ต้องระบุไว้สักนิด แม้ผมจะเคารพเทิดทูนองค์ชาย ผู้ปัจจุบันกลายเป็นกษัตริย์ จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์หนุ่มผู้ทรงนำพาภูฎานไปสู่ความก้าวหน้า แต่ผมไม่ได้ไปเพราะพระองค์เป็นพิเศษ ผมไปภูฎานเพราะเป็นภูฎาน ซึ่งมีพระองค์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่น่ารักแห่งนั้น

พูดถึงพระองค์ท่าน มีเรื่องหนึ่งที่น่ารู้ เรากล่าวถึงพระองค์ในนามของเจ้าชายจิกมี แต่ตอนที่ผมบอกกับคุณป้าเอเย่นต์ทัวร์ เพื่อขอไข่เจียวมาเป็นกับข้าวให้หนูดาวสาวกินยาก คุณป้าบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจิกมีจัดให้ ผมถึงขั้นสะดุ้งโหยง ไม่ต้องถึงปานนั้นก็ได้ครับ แค่ไข่เจียวเนี่ยนะ ผลปรากฏว่า คนภูฏานชื่อจิกมีมีอยู่เต็มไปหมด คล้ายฝรั่งชื่อบ๊อบชื่อสตีฟ ชาวภูฏานเรียกเจ้าชายว่า “เคเซอร์” อันเป็นชื่อของนักรบมองโกลผู้กล้าหาญ แต่บรรดาไกด์ที่คุ้นเคยกับคนไทย จะทราบดี เวลาเรากล่าวถึงเจ้าชายจิกมี เราหมายถึงพระองค์

ความสนิทสนมกันระหว่างประเทศไทยกับภูฏาน เป็นเหมือนบ้านพี่เมืองน้องของจริง ไม่ใช่น้องมาจับตัวคนของพี่เข้าคุกหรือยึดบริษัทซะงั้น เหตุผลอันดับแรกของความเป็นพี่น้อง เกิดจากระบอบกษัตริย์ของพวกเราทั้งสองประเทศ ใกล้ชิดสนิทสนม กษัตริย์หนุ่มยึดถือแนวทางกษัตริย์นักพัฒนาตามรอยในหลวงของเรา ยังรวมถึงเหตุผลอีกหลายประการ เช่น กรุงเทพเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกของสายการบิน Drukair ไม่ว่าคนจีนคนญี่ปุ่นคนออสเตรเลียเกาหลีฮ่องกง คิดจะมาภูฎาน ต้องมาเริ่มต้นที่กรุงเทพ คนภูฏานยังมาเที่ยวเมืองไทยเป็นว่าเล่น หลายคนมาเรียนต่อที่บ้านเรา บ้างมาชอปปิ้ง พวกเรายังนับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน และมีอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้คนไทยกลายเป็นนักท่องเที่ยวผู้มีอภิสิทธิเหนือนักเที่ยวชาติใดในภูฏาน ผมลองมาแล้วครับ ยืนยันมั่นใจ คนภูฎานชื่นชอบคนไทยมากที่สุด พอทราบว่า เรามาจากเมืองไทย เค้าจะถามถึงในหลวง ก่อนพูดถึงเรื่องโน้นนี้ สุดท้ายคือการชอปปิ้งในบางกอก เสร็จแล้วเราจะขออะไร หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง เค้ายินดีเต็มใจช่วยเสมอ

แม้ใกล้ชิดกันปานนั้น แต่พวกเราบางคนยังเรียกชื่อประเทศนี้ผิด ผมเองก็เคยผิดครับ เรียกเค้าว่า “ภูฐาน” ตามชื่อเรียกในภาษาอังกฤษ Bhutan ที่มาจากภาษาสันสกฤต แต่เราเข้าใจว่า Bhu คือ “ภู” Tan คือ “ฐาน” ชื่อนี้หมายถึงประเทศที่มีฐานที่ตั้งเป็นภูเขา แต่มีแหล่งอ้างอิงบอกไว้ว่า Tan มาจากคำว่า “อุตตาน” แปลว่า นอนหงายหรือแผ่ เมื่อนำมารวมกัน หมายถึงประเทศที่มีภูเขาแผ่กว้างมากมาย ปัญหาคือมีข้อมูลอีกแหล่งบอกไว้ “ภู” ไม่ได้หมายถึง “ภูเขา” แต่หมายถึง “ภูมิ” หรือแผ่นดิน ฐานก็ไม่ใช่ฐานที่ตั้ง แต่หมายถึง “ฐานะสูงส่ง” ชื่อนี้จึงแปลได้ว่า “แผ่นดินอันสูงส่ง” แต่เพื่อเลี่ยงไม่ให้เราใช้คำว่า “ฐาน” เหมือน “ถานหรือส้วมของพระ” จึงเปลี่ยนเสียงให้เป็น “ฏาน”

อ่านไปอ่านมา อย่าว่าแต่คุณงงเลย ผมค้นเองเขียนเองยังสับสน จึงลองเปิดหนังสือ Facts about Bhutan อันเป็นเอกสารกึ่งราชการของที่นั่น น่าจะเชื่อถือได้ เค้าบอกว่า สมัยก่อนนะ คนที่เรียกภูฏานเป็นอันดับแรก ไม่ใช่คนภูฏาน แต่เป็นคนทิเบต เพราะแถวภูฏานยังเป็นป่าเป็นเขา มีชาวป่ากระจายเป็นเผ่าอยู่น้อยนิด คนทิเบตเรียกว่า Lho Mon คำว่า Lho หมายถึง “ใต้” ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะทิเบตอยู่เหนือหิมาลัย ภูฏานอยู่ทางใต้ จนมาถึงศตวรรษที่ 17 ภูฏานเริ่มมีชื่อเป็นของตัวเองแล้วครับ

ตำนานเล่าว่า ก่อนหน้านั้น มีลามะศักดิ์สิทธิผู้หนึ่ง อาศัยอยู่ในทิเบต ท่านเดินธุดงค์ผ่านไป ได้ยินเสียงร้องคำรามของมังกรดังกึกก้องปานสายฟ้าฟาด ท่านจึงสร้างวัดขึ้น ตั้งชื่อว่า Druk หรือ “มังกร” กาลผ่านไป สำนักสงฆ์ใหญ่โตขึ้น จวบจนลามะท่านหนึ่ง ผู้ควรจะได้ขึ้นเป็นเจ้าสำนัก แต่ไม่ได้รับเลือก จึงช้ำใจ เดินมาทางใต้ พอเข้ามาในเขตภูฏาน ที่มีผู้คนชาวป่าอยู่บ้าง ท่านแสดงธรรมสั่งสอนผู้คน สร้างวัดขึ้นมามากมาย จนกลายอาณาจักรภูฏาน

ลามะท่านนั้นชื่อ งาวัง นัมเกล แต่คนภูฏานเรียกท่านด้วยความเคารพสูงสุดว่า “ซับดรุง” (Shabdrung – ผู้ที่ทุกคนยอมสยบแทบเท้า) ท่านตั้งชื่ออาณาจักรว่า Druk Yul (Yul – ดินแดน อ่านว่า “ดรุกอืล - ดรุกยุล) ต่อมามีผู้นำไปผนวกกับเสียงร้องของมังกรที่ดังปานฟ้าผ่า จึงกลายเป็นถ้อยคำในภาษาอังกฤษว่า Thunder Dragon เพราะฉะนั้น ตรงนี้คงไม่ผิดแน่ แต่โอ๊ย ๆ เพราะบางแหล่งก็บอกว่า ลามะศักดิ์สิทธิท่านเห็นสายฟ้าแลบแปลบเป็นรูปมังกรกลางท้องฟ้าต่างหาก ข้าพเจ้าเกิดไม่ทัน จึงมิอาจชี้ชัดได้ จึงได้แต่นำข้อมูลทั้งหมดมาให้คุณเชิญตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ผมเอนเอียงไปทางมังกรคำราม เพราะดูเท่กว่าตั้งเยอะ

อีกชื่อที่ดูเหมือนผู้คนชอบใช้กันจริง คือ แชงกรีล่า ชื่อนี้มีที่มาจากนิยาย Lost Horizon ของ เจมส์ ฮิลตัน นักเขียนชาวอังกฤษ ตีพิมพ์ในค.ศ.1933 กล่าวถึงดินแดน Shangri-La ที่แสนงดงาม ผู้คนใฝ่คุณธรรม พอนิยายเรื่องนี้โด่งดังฝังใจนักเดินทางทั่วโลก ใครต่อใครก็พยายามบอกว่า แชงกรีล่าอยู่ที่นี่วุ้ย จงมาเที่ยวกันเถิด แต่ใครเล่าจะเจ๋งเท่าเมืองจีน เปลี่ยนชื่อเมืองจงเตี้ยนในยูนาน ให้กลายเป็นแชงกรีล่าเฉยเลย ง่ายดีเนอะ

แม้คนภูฏานไม่พยายามเถียงกับคนอื่นว่า แชงกรีล่าอยู่ที่นี่ แต่นักเดินทางท่องเที่ยวต่างขนานนามภูฏานว่า The Last Shangri-La โดยไม่สนว่า แชงกรีล่าสมัยก่อนอยู่ที่ไหน เพราะเดี๋ยวนี้อะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนไป หากยึดตามถ้อยคำของเจมส์ ทั้งหิมาลัยยังมีอยู่เพียงดินแดนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเหมือนเดิม ชีวิตผู้คนสงบเรียบง่าย โลกสวยงามดุจสวรรค์ ใครจะเชื่อกันอย่างไรก็ตามใจเถิด แต่สำหรับผม หากวัดจากประสบการณ์ที่เที่ยวอยู่แถวหิมาลัย ผมยินดีเชื่อว่า แชงกรีล่าในยุคปัจจุบันคือภูฏานนั่นเอง

เขียนไปเขียนมา ยังมีเรื่องเล่าอีกบานตะไท แต่หน้ากระดาษข้าพเจ้าหมดแล้วเอย เอาเป็นว่า เราคงได้ตระการตากับภูฏานจนข้ามปีเป็นแน่ แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวยุโรป สัปดาห์นี้ “เที่ยวกับธรณ์” เสนอรัสเซียเป็นตอนสุดท้าย พบกันได้ที่ ASTV News 1 ตอนแปดโมงครึ่งครับ

เรื่องที่น่าสนใจ: 
พาหวานใจไปอังกฤษ (1)
เรื่องที่น่าสนใจ: 
ภูฏานตระการตา (2)
เรื่องที่น่าสนใจ: 
พาหวานใจไปเมืองบาธ (1)
Your rating: None Average: 4.5 (2 votes)