![]() Last Update : Thursday 2 August, 2001 4:07 PM |
|
การศึกษา..ทากทะเล ชีววิทยาของทากเปลือย
การหายใจ
อนุกรมวิธานของทากเปลือย
Suborder Doridacea
Suborder Dendronotacea
Suborder Arminacea
Suborder Aeolidacea
ชีววิทยาบางประการของทากเปลือย
ทากเปลือยเป็นสัตว์ใน Phyllum Mollusca, Class Gastropoda, Subclass Opisthobranchia, Order Nudibranchia ทาก เปลือยจัดอยู่ใน Class Gastropoda แปลว่าผู้มีเท้าติดกับท้อง เนื่องจากอวัยวะภายในรวมกันเป็นก้อนอยู่บริเวณเหนือเท้า หัว ลำตัว และเท้าแยกจากกันชัดเจน (วันทนา, 2541) แต่ใน Order Nudibranchia ไม่มีเปลือก ลำตัวซีกซ้ายและซีกขวาเหมือนกัน (Colin และArneson, 1995) และถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Subclass Opisthobranchia (Kozzloff, 1990 ; Wells และ Bryce, 1993) ส่วนใหญ่สัตว์ในกลุ่มนี้มีสีสันสวยงาม และมีขนาดที่แตกต่างกันตั้งแต่หนึ่งส่วนแปดของนิ้วจนมีขนาดใหญ่ 1 ฟุต (Colin และ Arneson, 1995)
ทากเปลือยอาศัยยู่ตามชายฝั่งทะเลบริเวณน้ำขึ้นน้ำลงจนถึงทะเลลึก โดยจะแอบซ่อนตามซอกหิน สาหร่าย ฟองน้ำ ปะการัง เพรียงหัว หอม เป็นต้น (Allan, 1959) ความหลากหลายของทากเปลือยมีมากในเขตร้อน (Wells และBryce, 1993)
เปลือก
ทากเปลือยจะไม่มีเปลือก ยกเว้นในระยะวัยอ่อน (Larval stage) และจะมีการทิ้งเปลือกภายหลังจากการฟักออกจากไข่ ( Allan, 1959; Wells และ Bryce, 1993)
ลักษณะภายนอกของทากเปลือย
ทากเปลือยเป็นสัตว์จำพวกหอย ซึ่งหอยมีลักษณะทั่วไปคือ ลำตัวไม่แบ่งเป็นปล้อง ร่างกายประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ หัว เท้า mantle ช่อง mantle (mantle cavity) และอวัยวะภายใน (วันทนา, 2541)
ทากเปลือยมีหัวที่เห็นชัดเจน ภายในปากมี jaw และ radula ด้านบนของหัวมีอวัยวะรับความรู้สึกหนึ่งคู่ ที่เรียกว่า rhinophores ซึ่งใช้รับความรู้สึก โดยทั่วไปแล้ว rhinophores จะสามารถหดอยู่ใน rhinophore cavity หรือ sheaths ได้ (Allan, 1959) จะพบตาในกลุ่มของ Opisthobranch ที่ฐานของ rhinophore ในบางชนิดอาจไม่พบตาที่ rhinophore แต่จะพบตาที่ตำแหน่งอื่น (Kozzloff, 1990)
ในทากเปลือยส่วนมาก mantle มีสีสันหลากหลาย ทำให้สังเกตเห็นได้ง่าย รอบๆ ขอบของ mantle ในบางจุดอาจจะพบต่อมพิษเล็กๆ ใช้ยับยั้งปลาและผู้ล่าตัวอื่น ทากเปลือยบางชนิดมี spicule อยู่ในชั้นของmantleซึ่งใช้ในการป้องกันจากผู้ล่า ในทากเปลือยพวกอื่นๆ mantle มีการลดสันของขอบด้านข้างลำตัวลง และมี papillia tentacle ยื่นขึ้นมา ในบางชนิดของพวก dorids (เป็นชื่อสามัญของทากเปลือยใน Suborder Doridacea), Genus Goniodoris และ Polycerids (เป็นทากเปลือยใน Family Polyceridae) ที่ปลายของ mantle จะเป็นพิษเพื่อใช้ในการป้องกันตัว บางชนิด mantle จะยื่นขึ้นมาเรียกว่า cerata เช่น กลุ่ม Aeolids (Ellis, 1998)
การกินอาหาร
ทากเปลือยเป็นพวกที่กินเนื้อ (carnivorous) อาหารที่ทากเปลือยกินส่วนใหญ่ ได้แก่ ฟองน้ำ (sponges) ประการังอ่อน (soft coral) ไฮดรอยด์ (hydroids) ไบรโอซัว (bryozoas) เพรียงหัวหอม (ascidians) เป็นต้น ดังนั้นจึงมักพบทากเปลือยอาศัยอยู่ร่วม กับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ (Kozzloff, 1990)
ทากเปลือยมี radula ซึ่งใช้ในการขูดแทะอาหาร (Ellis, 1998) radula มีลักษณะเป็นแถบบาง ประกอบไป ด้วย radula teeth ที่เรียงอยู่บนแถบเนื้อเยื่อที่รองรับด้วย radula membrane ปลายด้านหน้าของ radula วางอยู่บนแผ่นแข็ง odontophore (ภาพที่ 1)ส่วนที่เหลือขดเป็นวงใน radula sac (ภาพที่ 1) ซึ่งอยู่ในช่องปาก radula ทำหน้าที่ขูด ฉีก และบดอาหาร ก่อนจะส่งเข้าปาก เมื่อถูกใช้งานมาก ๆ ฟันที่เกิดมาก่อนและอยู่ที่ปลายจะหลุดไป โดยมีฟันใหม่ทยอยเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ส่วนที่ทำ หน้าที่สร้างฟันคือ odontoblast ซึ่งอยู่ที่ฐานของ radula sac (วันทนา, 2541)
โดยส่วนมากสามารถแยกชนิดของทากเปลือยจากลักษณะของ radula เช่นในพวก cryptobranch dorid มีฟันจำนวนมากและ radula ในแต่ละแถวกว้าง ในพวก phanerobranch doris มี radula แคบโดยมีฟันสองคู่ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการตัด ไบโอซัวหรือ เพรียงหัวหอม ในพวก Aeolids มี radula เป็นรูปเกือกม้า ฟันตรงกลางแข็งแรง โดยขนาบด้านข้างด้วยเขี้ยวเล็ก ๆ ในพวก Phyllidiid nudibranchs ไม่มี radula แต่ใช้การปล่อยเอนไซม์ (enzymes) ลงไปย่อยเนื้อเยื่อหลังจากนั้นจึงดูดเอาชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของฟองน้ำขึ้นมากิน (Ellis, 1998)
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.