![]() Last Update : Saturday 20 January, 2001 4:40 AM |
|
ห่วงใยในสายน้ำ : แม่น้ำบางปะกง
พิศิษฐ์ ตุลยกุล
43620459
แม่น้ำบางปะกง เป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งที่ไหลลงสู่อ่าวไทย ทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา มีต้นกำเนิดจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี ไหลมาบรรจบกันบริเวณ ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี มีความยาวตลอดลำแม่น้ำ 122 กิโลเมตร และปริมาณการไหลของแม่น้ำบางประกงในแต่ละปี โดยเฉลี่ยแล้ว หลังเดือนเมษายน คือเมื่อเริ่มเข้าฤดูฝน ปริมาณน้ำในแม่น้ำบางปะกงจะเพิ่มขึ้นสูงตามลำดับ จนถึงประมาณเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นปริมาณการไหลของน้ำจะค่อยๆลดลงหลังจากหมดฤดูฝน ซึ่งปริมาณน้ำจะน้อยที่สุดในเดือนธันวาคม เมื่อเริ่มเข้าเดือนเมษายนในปีถัดไปบริมาณการไหลของน้ำจะเพิ่มขื้นอีกเป็นวัฎจักร
การกำหนดประเภทของแหล่งน้ำ
การกำหนดประเภทของแหล่งน้ำตามหลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นไปตามลักษณะการใช้ประโยชน์ และมาตราฐานคุณภาพแหล่งน้ำที่ได้กำหนดให้แม่น้ำบางปะกงเป็น ประเภทที่ 3
การกำหนดประเภทของแหล่งน้ำ
ประเภทคุณภาพน้ำทะเล การใช้ประโยชน์หลักของแหล่งน้ำ ประเภทที่1 เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์ ดังนี้
- เพื่อการศึกษาวิจัยและ/หรือการสาธิตทางด้านวิทยาศาสตร์ประเภทที่ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น การสังเกตการณ์ และการติดตามตรวจสอบ เป็นต้น
- เพื่อกิจการที่ใช้ประโยชน์จากทัศนียภาพ
- เพื่อกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดการและการอนุรักษ์ ที่ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมประเภทที่ 2
เขตอนุรักษ์แหล่งปะการัง ประเภทที่ 3
เขตอนุรักษ์แหล่งธรรมชาติอื่นๆ ได้แก่ป่าชายเลน แหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า แหล่งแพร่พันธุ์ แหล่งอนุบาลตัวอ่อน และแหล่งอาหารของสัตว์น้ำทะเล ประเภทที่ 4 เป็นเขตสงวนเพื่อการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ประเภทการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ได้แก่ การเลี้ยงหอย เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาในกระชัง เป็นต้น ประเภทที่ 5 เขตนันทนาการเพื่อการว่ายน้ำ ประเภทที่ 6 เขตนันทนาการเพื่อการกีฬาทางน้ำอื่นๆ ประเภทที่ 7 เป็นเขตเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม เช่น กิจกรรมเหมืองและ / หรือ เป็นแหล่งรองรับน้ำเสียจากอุตสาหกรรม โดยไม่ทำให้บริเวณนี้มีคุณภาพน้ำต่ำกว่ามาตราฐานที่กำหนดไว้ แหล่งที่มา : สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
เป็นที่น่าสังเกตว่า การกำหนดประเภทของแหล่งน้ำในตาราง ประเภทที่ 4 ควรจะเป็นประเภทของแม่น้ำบางปะกง แต่จากที่หน่วยงานของรัฐได้กำหนดประเภทของแม่น้ำบางปะกงไว้เป็นประเภทที่ 3 อาจกล่าวได้ว่าการกำหนดคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำไม่ทันยุคทันสมัย เพราะแหล่งน้ำมีคุณภาพเสื่อมโทรมลงจากการใช้ประโยชน์ที่ผิดประเภท
เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำ
แนวความคิดในการใช้เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำมาใช้ความคุมมลภาวะนั้น การใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง (Emission Standard) เพื่อควบคุมคุณภาพแหล่งน้ำ ในภาคปฏิบัติไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผลในการรักษาสภาพแวดล้อม (Able,1989) เนื่องจากแหล่งน้ำนั้นมีความสามารถในการรองรับน้ำทิ้งหรือเจือจางของเสียได้ต่างกัน แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเสียที่ถูกทิ้งลงมาด้วยว่ามากน้อยเพียงไร
ปัจจุบันสภาวะการขยายตัวของชุมชนเมือง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การมีเกณฑ์มาตราฐานคุณภาพน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง น่าจะมีประโยชน์ในการรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ การควบคุม ป้องกัน ผลกระทบที่มีต่อแหล่งน้ำ เนื่องจากจุดประสงค์หลักของการใช้คุณภาพน้ำทิ้งเพื่อ ควบคุมความเข้มข้นของของเสียในน้ำทิ้งไม่ให้เกินค่าที่กำหนดไว้
ตารางที่ 1. แสดงมาตราฐานคุณภาพน้ำทะเล
คุณภาพน้ำ เขตอนุรักษ์
ชั้น 1
ประเภทที่1เขตอนุรักษ์แห่งธรรมชาติ เขตสงวนเพื่อ
การเพาะเลี้ยง
สัตว์น้ำชายฝั่ง
ประเภทที่4เขตนันทนาการ เขต
อุตสาหกรรม
ประเภทที่7เพื่ออนุรักษ์
แหล่งปะการัง
ประเภทที่2เพื่ออนุรักษ์
ธรรมชาติอื่นๆ
ประเภทที่3เพื่อการว่ายน้ำ
ประเภทที่5เพื่อการกีฬา
ทางน้ำอื่นๆ
ประเภทที่6ของแข็งที่ลอยน้ำ * ธ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ น้ำมันบนผิวน้ำ ธ มองไม่เห็น มองไม่เห็น มองไม่เห็น มองไม่เห็น มองไม่เห็น มองไม่เห็น สี/กลิ่น ธ - - ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ อุณหภูมิ (ซ) ธ > 33.0 > 33.0 > 33.0 - - D > 3 ความเป็นกรดและด่าง 0 ธ 7.5-8.9 7.0-8.0 7.0-8.9 - - ** ความเค็ม (ส่วนในพันส่วน) ธ 29-35 D 10% D > 10% - - ** ความโปร่งใส (ม.) ธ > 10% > 10% > 10% > 10% - ** ออกซิเจนละลาย (มก./ลิตร) ธ < 4 < 4 < 4 - - ** โคลิฟอร์มแบคทีเรียรวม (เอ็นพีเอ็น/100 มล.) - - - > 1000 > 1000 - - โคลิฟอร์มแบคทีเรียชนิดพีคอล (เอ็มพีเอ็น /100 มล.) - - - ธ' - - - ไนเตรท - ไนโตรเจน (มก./ลิตร) ธ ธ ธ - - - ** ฟอสเฟต-ฟอสฟอรัส (มก./ลิตร) ธ ธ ธ - - - ** ปรอท (มก./ลิตร) - > 0.001 > 0.001 > 0.001 - - 0.0001 แคดเมียม (มก./ลิตร) - > 0.005 > 0.005 > 0.005 - - 0.005 โครเมียม (มก./ลิตร) - > 0.1 > 0.1 > 0.1 - - ** โครเมียมเฮกซาวาเบนซ์ (มก./ลิตร) - > 0.05 > 0.05 > 0.05 - - 0.05 ตะกั่ว (มก./ลิตร) - > 0.05 > 0.05 > 0.05 - - ทองแดง (มก./ลิตร) - > 0.05 > 0.05 > 0.05 - - แมงกานีส (มก./ลิตร) - > 0.1 > 0.1 > 0.1 - - สังกะสี (มก./ลิตร) - > 0.1 > 0.1 > 0.1 - - เหล็ก - > 0.3 > 0.3 > 0.3 - - ฟลูออไรด์ (มก./ลิตร) - 1.5 1.5 1.5 - - คลอรีสตกค้าง (มก./ลิตร) - 0.01 0.01 0.01 - - ฟีนอล (มก./ลิตร) - > 0.03 > 0.03 > 0.03 - - แอมโมเนีย-ไนโตรเจน (มก./ลิตร) - > 0.4 > 0.4 > 0.4 - - ซัลไฟด์ (มก./ลิตร) - > 0.01 > 0.01 > 0.01 - - ไชยาไนด์ (มก./ลิตร) - > 0.01 > 0.01 > 0.01 - - ** พีซีบี (มก./ลิตร) - ธ ธ ธ - - ค่ารวมของสารเคมีที่ใช้ในการ ป้องกันจำกัดศัตรูพืช และสัตว์ ชนิดที่มีคลอรีน (ไมโครกรัม/ลิตร) - > 0.05 > 0.05 > 0.05 - - กัมมันตภาพรังสี (เบกเคอเรล/ลิตร)
- รังสีรวมแบบแอลฟา- 0.1 0.1 0.1 - - กัมมันตภาพรังสี (เบกเคอเรล/ลิตร)
- รังสีรวมแบบเบตา- 1.0 1.0 1.0 - - หมายเหตุ
D = เปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติ
* = ไม่รวมของแข็งลอยน้ำที่เกิดตามธรรมชาติ
** = จะกำหนดความจำเป็น
ธ = ใช้ค่าธรรมชาติจนกว่าจะมีข้อมูลเพียงพอ
> = ไม่มากกว่า
< = ไม่น้อยกว่า
แหล่งที่มา : สำนักงานค๕ะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
อนึ่ง มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำที่กำหนดขึ้นมานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการอนุรักษ์คุณภาพน้ำที่เหมาะสมกับแม่น้ำบางปะกง โดยมาตรการการจัดการและมาตรการการควบคุมการระบายของเสียจากกิจกรรมต่างๆ ต้องมีความเหมาะสมและทันต่อสภาวะมลพิษในปัจจุบันด้วย เพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการไปได้ในทิศทางที่สอดคล้องกัน
ประเภทของมลพิษในแม่น้ำบางประกงแบ่งตามแหล่งที่มาได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- น้ำโสโครกจากแหล่งชุมชน (Domestic Wastewater) ได้แก่แหล่งชุมชนที่อยู่ติดแม่น้ำ เช่น ใน อ.บางปะกง อ.เมือง อ.บางคล้า และอ.บางโพธิ์
- น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial Wastewater) ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอาหารที่กระจายอยู่ใกล้ๆบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง
- ของเสียจากเกษตรกรรมและปศุสัตว์ (Agricultural Wastewater)
- กสิกรรม เป็นอาชีพส่วนใหญ่ของประชาชนบริเวณนี้ ได้แก่การทำไร่ ทำนา ของเสียที่พบส่วนใหญ่เป็นสารเคมี และยาค่าแมลง
- ปศุสัตว์ ได้แก่ การเลี้ยงไก่ เป็ด และหมู ส่วนใหญ่จะมีการเลี้ยงหนาแน่นบริเวณช่วงแม่น้ำกิโลเมตรที่ 40 - 80
- การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ น้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เนื่องจากมีการเลี้ยงกันมากตลอดสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง
แหล่งกำเนิดของเสียที่เป็นสาเหตุสำคัญของมลพิษทางน้ำบางปะกงคือ กิจกรรมทางเกษตรกรรม แหล่งชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากการกำหนดมาตรฐานสำหรับควบคุมของเสียจากแหล่งกำเนิดทั้งสามแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำ เพื่อให้ใช้ควบคู่กันกับมาตรฐานน้ำเสีย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรฐานคุณภาพในแหล่งน้ำที่กำหนดขึ้นโดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินการจัดการคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ
การพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ และการขยายตัวของแหล่งชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้คุณภาพของน้ำเสื่อมโทรมลงมาก ในบางช่วงของปี โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกขณะยังส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำ ระบบนิเวศน์เสียหายอย่างร้ายแรง ตลอดจนผู้ที่อาศัยสายน้ำแห่งนี้เพื่อการดำรงชีพ บางครั้งมีการกล่าวโทษกันถึงสาเหตุของมลพิษที่เกิดขึ้น จะเห็นได้จากสื่อต่างๆ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา อาทิ กรณีปัญหาระหว่างผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรรม และผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ จึงควรมีการศึกษาถึงผลกระทบของน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง ว่ามีผลกระทบมากน้อยเพียงใด ต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำ
ในการจัดการคุณภาพน้ำเพื่อการควบคุมรักษา หรือฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแหล่งต่างๆ นั้น จำเป็นต้องมีการควบคุมการระบายของเสียจากแหล่งกำเนิดให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมกับความสามารถในการทำให้บริสุทธิ์ด้วยตัวเองของแหล่งน้ำ (Self-Purification of water)
การทำให้บริสุทธิ์ด้วยตัวเองของแหล่งน้ำ (Self-Purification of water) คือการที่แหล่งน้ำตามธรมชาติจะมีกลไกการปรับตัวเมื่อมีน้ำเสียหรือสิ่งสกปรกถูกปล่อยลงในแหล่งน้ำในจำนวนไม่มากนัก กลไกการทำให้น้ำที่สกปรกกลับคืนสู่สภาพเดิมจะเกิดจากขบวนการย่อยสลาย และการเปลี่ยนแปลงของสารอินทรีย์และอนินทรีย์ ในกระบวนการนี้จะมีปฏิกิริยาทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ โดยแบ่งออกเป็น 4 เขตคือ1. เขตสลายตัว(Decomposition Zone)
เป็นบริเวณที่สิ่งสกปรกถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ บริเวณนี้มีปริมาณออกซิเจนละลาย (dissolved oxygen) ค่อยๆลดลงจนเหลือประมาณ 40% น้ำบริเวณนี้จะมีความขุ่นค่อนข้างสูง จึงเกิดการปิดกั้นแสงแดดที่จะส่องลงไปในน้ำ พวกสาหร่ายจะเจริญได้ไม่ดีจึงทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายน้อยลง พบว่าแบคทีเรียจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นรวมทั้งเชื้อโรคที่มีอยู่ในน้ำเสียด้วย สภาวะของแหล่งน้ำจะเสื่อมโทรมมากขึ้นในระยะปลายของเขตนี้2. เขตเน่าเสีย(Septic Zone)
บริเวณนี้จะมีออกซิเจนละลายอยู่ 0-40% ของการละลายอิ่มตัว พบว่าระยะต้นของเขตนี้เกิดการย่อยสลายของสิ่งสกปรกโดยจุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตโดยสภาวะไม่ใช้อากาศ น้ำจะมีสีดำ มีฟองก๊าซมีเทน (CH4) ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) เกิดขึ้นและมีกลิ่นเหม็น ส่วนระยะท้ายๆ บริเวณนี้จะมีออกซิเจนละลายสูงขึ้น เนื่องจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เจริญในสภาวะไม่ใช้อากาศลดลง และมีการถ่ายเทออกซิเจนจากอากาศลงสู่แหล่งน้ำ สภาพของน้ำจะค่อยๆดีขึ้นในตอนปลายของเขตนี้3. เขตคืนสภาพ(Recovery Zone)
เป็นบริเวณที่อยู่ต่อจากระยะปลายของเขตที่สอง พบว่าออกซิเจนละลายเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการย่อยสลายตัวของจุลินทรีย์ลดลง น้ำจะมีลักษณะใสสะอาดเพิ่มมากขึ้น แสงแดดสามารถส่องลงไปในน้ำได้มากขึ้น จึงพบว่าสาหร่ายจะมีการเจริญเติบโตอีกครั้งหนึ่ง บริเวณนี้จะพบสารประกอบพวกไนเตรท และซัลเฟตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ตอนปลายของบริเวณนี้มีออกซิเจนละลายเพิ่มสูงขึ้นใกล้ถึงจุดละลายอิ่มตัว4. เขตน้ำสะอาด(Clean Water Zone)
บริเวณนี้มีออกซิเจนละลายเพิ่มสูงมากขึ้นจนถึงจุดละลายอิ่มตัว น้ำจะมีความสะอาดดีกว่าทุกๆที่เขตที่กล่าวมา คุณภาพน้ำเหมาะสมต่อการที่จะนำไปใช้เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับกิจกรรมอื่นๆ
สำหรับระยะเวลาที่แหล่งน้ำบางปะกงต้องการใช้สำหรับการทำให้บริสุทธิด้วยตัวเองขึ้นอยู่กับ ความเข้มข้นและ ปริมาณของเสียที่ปล่อยลงไป ความเชี่ยวของกระแสน้ำ อุณหภูมิน้ำ ตลอดจนมีการปล่อยของเสียเพิ่มหรือไม่
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com