www.talaythai.com
Last Update : Saturday 20 January, 2001 4:38 AM

หญ้า...เกี่ยวอะไรกับปลาทะเล

น.ส. ชวาพร จิตตนูนท์
43620418

 

 

ในทะเลมีหญ้าจริงหรือ?

อ๊ะ!! อย่าเพิ่งตกใจ หญ้าในที่นี้หมายถึง..หญ้าทะเล..นั่นเอง


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )


หญ้าทะเล คืออะไรน้าาา..........

          หญ้าทะเล ( Seagrass ) เป็นพืชมีดอกกลุ่มเดียวที่สามารถจมอยู่ใต้ทะเล มีทั้งดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียสามารถผสมพันธุ์กันกลายเป็นผล และเมล็ดเพื่อแพร่พันธุ์ต่อไป


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )


แล้ว....หญ้าทะเลมีรูปร่างอย่างไรล่ะ

รูปร่างทั่วไปของหญ้าทะเล แบ่งออกเป็นส่วนๆ ดังนี้
          - เหง้า ( Rhizome ) เป็นลำต้นที่นอนราบขนานกับพื้นดินช่วยในการยึดเกาะ ถึงแม้ลำต้นที่โผล่ขึ้นเหนือผิวดินถูกทำลาย แต่ยังเหลือส่วนเหง้า และเมื่อเหง้าจมใต้น้ำในเวลากลางวัน มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เหง้าสามารถเจริญเป็นต้น และสามารถสร้างแหล่งหญ้าทะเลได้
          - ราก ( Root ) เป็นส่วนสำคัญในการยึดเกาะพื้นดินของหญ้าทะเล รากอาจงอกได้ทั้งที่ข้อ และปล้อง
          - ใบ ( Leaf ) เป็นส่วนหนึ่งของลำต้นที่ตั้งตรงจากส่วนด้านข้างของเหง้า มีขนาด และรูปร่างแตกต่างกันตามชนิด มีลักษณะของก้านใบเหมือนพืชใบเลี้ยงเดี่ยว โดยจะแผ่เป็นแผ่นหุ้มลำต้นไว้ เรียกว่า กาบใบ ( Leaf sheath ) ทำหน้าที่ช่วยหุ้มและป้องกันใบอ่อนไม่ให้ถูกทำลาย นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างที่ลักษณะคล้ายลิ้นอยู่ระหว่างกาบใบ และแผ่นใบด้านใน เรียกว่า ลิ้นใบ ( Ligule )

          หญ้าทะเลที่พบในประเทศไทย ( อยู่ใน Division Anthophyta Class Monocotyledoneae Order Helobiae ) มีทั้งหมด 12 ชนิด แบ่งได้ 2 วงศ์ ( Family ) ดังนี้

1. Family Potamogetonaceae ได้แก่

           - หญ้าผมนาง , กุ่ยช่ายเข็ม ( Halodule pinifolia ) ต้นตั้งตรง สูง 5 - 24 ซม. เกิดจากเหง้าที่คืบคลานไปตามพื้น มีรากที่ส่วนล่างของข้อจำนวน 2 - 5 เส้น มีใบผอมยาว มี 1 - 4 ใบ โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ปลายใบมีรอยหยักแหลม ขอบใบเรียบ ขึ้นบริเวณชายฝั่งที่เป็นพื้นทรายหรือโคลนปนทรายตั้งแต่ระดับชายฝั่งที่น้ำขึ้นถึงระดับต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุด


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

           - หญ้าชะเงาเขียวปลายใบแฉก , กุ่ยช่ายทะเล ( Halodule uninervis ) ลักษณะใบคล้ายหญ้าผมนาง แต่ใบมีขนาดสั้นกว่าและกว้างกว่า เส้นกลางใบเห็นได้ชัดเจน โคนใบแคบ ปลายใบมีรอยหยักตรงกลาง 1 หยัก และมีรอยหยักข้างละ 1 หยัก ขึ้นบริเวณตั้งแต่ระดับชายฝั่งที่น้ำขึ้นถึงระดับต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุด

           - หญ้าชะเงาใบสั้นสีน้ำตาล , ชะเงาใบมน ( Cymodocea rotundata ) ต้นตั้งตรงสูง 10 - 25 ซม. มีราก 1 - 3 เส้น ใบตรงหรือโค้งเล็กน้อย มีใบ 2 - 5 ใบ ปลายใบกลม ใบกว้าง 1.4 - 4 มม. ยาว 7 - 15 ซม. ขึ้นบริเวณพื้นทรายหรือทรายปนโคลน หรือทรายปนซากปะการัง ขึ้นในระดับน้ำลงต่ำสุด

           - หญ้าชะเงาใบสั้นปล้องยาว , ชะเงาใบฟันเลื่อย ( Cymodocea serrulata ) มีลักษณะคล้ายหญ้าชะเงาใบสั้นสีน้ำตาล แต่ใบมีขนาดยาวและกว้างกว่า ปลายใบมน ใบมีรอยหยักเล็กๆ ขึ้นบริเวณพื้นทรายหรือทรายปนโคลน หรือทรายปนซากปะการัง ขึ้นในระดับน้ำขึ้น - ลง

           - หญ้าตะกานน้ำเค็ม ( Ruppia maritima ) ใบมีจำนวนมาก ลักษณะใบแคบยาว ปลายใบแหลม ขอบใบมีรอยหยัก ดอกออกเป็นช่อมีกาบหุ้ม แต่ละช่อมี 4 - 8 ดอก ขึ้นในบ่อน้ำกร่อยหรือบ่อเลี้ยงปลา ไม่ค่อยพบหรือพบน้อยในทะเล

           - หญ้าใบสน , ต้นหอมทะเล ( Syringodium isoetifolium ) ใบเป็นเส้นกลมงอ ประกอบด้วยกลุ่มท่อลำเลียงตรงกลาง และมีท่ออากาศขนาดใหญ่ 6 - 8 ท่อล้อมรอบ รากมีลักษณะหงิกงอ แต่ละข้อมีราก 1 - 6 เส้น ขี้นบริเวณที่ระดับความลึกต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุด


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

2. Family Hydrocharitaceae ได้แก่

          - ว่านน้ำ , หญ้าชะเงาใบยาว , หญ้าคาทะเล ( Enhalus acoroides ) มีขนาดใหญ่ที่สุดอาจพบสูงถึง 1 เมตรหรือสูงกว่า เหง้ามีขนาดใหญ่ และมีรากแข็งแรง มีใบ 2 - 5 ใบ ใบมีลักษณะแบนยาว กว้างประมาณ 1 - 1.5 ซม. ปลายใบมน ขอบใบหนาเรียบ ขึ้นบริเวณพื้นโคลนปนทราย และทรายปนซากปะการัง ขึ้นได้ทั้งในบริเวณน้ำกร่อย และในทะเลจนถึงระดับน้ำลงต่ำสุดหรือลึกกว่านั้น


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          - หญ้าเต่า , หญ้าชะเงาเต่า ( Thalassia hemprichii ) มีลักษณะคล้ายหญ้าชะเงาใบสั้นปล้องยาว แต่มีเหง้าไม่เรียบมีรอยแผลเป็น ใบเป็นแถบโค้ง ยาว 3 - 20 ซม. กว้าง 3 - 8 มม. ปลายใบกลมมน ใบมีรอยหยักเล็กๆ ขึ้นบริเวณพื้นทรายปนโคลนที่มีซากปะการังในระดับน้ำท่วมถึง


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          - หญ้าใบกลม , ใบมะกรูด , หญ้าเงา , หญ้าอำพัน ( Halophila ovalis ) ใบรี ยาว 1 - 2 ซม. กว้าง 3 - 8 ซม. มีเส้นกลางใบ 1 เส้น เส้นขวางใบ 12 - 19 คู่ โคนใบมีใบเกล็ดเล็กๆรองรับ 1 คู่ ขึ้นบริเวณพื้นโคลน โคลนปนทราย และซากปะการังตั้งแต่ต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุดถึงสูงกว่าน้ำขึ้นสูงสุด


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          - หญ้าเงาใส ( Halophila decipiens ) ใบรียาว ยาว 1 - 1.4 ซม. กว้าง 3 - 5 ซม. ด้านบนของใบ , ด้านล่างของใบ และด้านนอกของใบเกล็ดมีขน มีเส้นขวางใบ 6 - 8 คู่ ขอบใบมีหนาม ขึ้นบริเวณระดับความลึก 9 - 36 เมตร

          - หญ้าเงาแคระ ( Halophila beccarii ) ใบมีลักษณะเป็นกระจุก มี 4 - 8 ใบ ใบยาวรี ใบกว้าง 2.3 - 4.7 ซม. ยาว 1 - 2.5 ซม.ขึ้นบริเวณพื้นโคลนหรือโคลนปนทราย บริเวณปากแม่น้ำ และอ่าวที่คลื่นลมสงบ

          - Small spoon - grass ( Halophila minor ) มีขนาดเล็กที่สุด ลักษณะคล้ายหญ้าใบกลม แต่มีขนาดเล็กมาก ใบยาวไม่ถึง 1 ซม. กว้าง 3 - 4.5 ซม. เส้นขวางใบ 6 - 8 คู่ ขึ้นบริเวณพื้นทรายปนโคลนในเขตน้ำขึ้น - น้ำลง


บ้านของหญ้าทะเลอยู่ที่ไหนละค่ะ

          ในประเทศไทย พบแหล่งหญ้าทะเลที่อยู่ติดกับป่าชายเลน , อยู่ตามพื้นทรายตามชายฝั่งทะเลน้ำตื้น และอยู่ติดกับแนวปะการัง แม้บางครั้งอาจพบในทะเลลึก 36 เมตร นอกจากนี้ยังพบว่าแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน ( เช่น เกาะลิบง จังหวัดตรัง , ทุ่งนางดำ จังหวัดระนอง ) จะมีแหล่งหญ้าทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าแนวชายฝั่งทางอ่าวไทย ( เช่น จังหวัดจันทบุรี , ตราด , สุราษฐ์ธานี , ปัตตานี ) การแพร่กระจายของหญ้าทะเลขึ้นอยู่กับสภาพทางนิเวศเป็นตัวกำหนด

 

          แหล่งหญ้าทะเลที่อยู่ติดกับป่าชายเลน จะพบว่านน้ำ หญ้าเต่า และหญ้าชะเงาเขียวปลายใบแฉกเป็นส่วนใหญ่ ( Dominant species ) เช่น บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          แหล่งหญ้าทะเลที่อยู่ตามพื้นทรายตามชายฝั่งทะเลน้ำตื้น จะพบว่านน้ำเป็นส่วนใหญ่ เช่น บริเวณเกาะลิบง ถึงเกาะมุก จังหวัดตรัง


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          แหล่งหญ้าทะเลที่อยู่ติดกับแนวปะการัง จะพบว่านน้ำ และหญ้าเต่าเป็นส่วนใหญ่ เช่น บริเวณเกาะสมุย
และแหล่งหญ้าทะเลที่พบในทะเลลึก 30 เมตร จะพบหญ้าใบกลมเป็นส่วนใหญ่

          และไม่พบหญ้าทะเลชนิดอื่นอีกนอกจากหญ้าเงาใส หญ้าเงาแคระ และ Small spoon - grass ในบริเวณทะเลลึก 30 เมตรจะพบปริมาณหญ้าทะเลน้อย

           พบหญ้าทะเลเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย ชนิดที่พบมากที่สุด คือ ว่านน้ำ หญ้าใบกลม และหญ้าชะเงาเขียวปลายใบแฉก ส่วนชนิดอื่นๆพบทั่วๆไป ส่วนชนิดที่พบน้อย คือ หญ้าตะกานน้ำเค็ม และ Small spoon - grass


หญ้าทะเล คือ สาหร่ายทะเล


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

อ๊ะ อ๊ะ! หญ้าทะเลไม่ใช่สาหร่ายทะเลนะจ๊ะ

           หญ้าทะเล จะมีเหง้าฝังอยู่ในพื้นทราย หรือโคลน ใบมีสีเขียวงอกจากลำต้นตรงที่งอกจากเหง้าโผล่พ้นพื้นดิน ส่วนของลำต้น ราก และใบประกอบด้วยเนื้อเยื่อ และช่องทางเดินอากาศ หญ้าทะเลจะมีดอก ผล เมล็ดที่แท้จริง

           ส่วนสาหร่ายทะเล มีส่วนแกนที่อาจวางตามแนวราบแต่ไม่ซับซ้อน และไม่ยึดเกาะกับพื้นทะเล สีของสาหร่ายจะแตกต่างกันในแต่ละชนิด บางชนิดสีเขียว บางชนิดสีแดง บางชนิดสีน้ำตาล ไม่มีการสร้างเนื้อเยื่อ และไม่มีช่องทางเดินอากาศ มีอวัยวะที่คล้ายคลึงกับใบ ราก และลำต้น แต่ไม่ใช่ลักษณะของใบ ราก และลำต้นที่แท้จริง


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )


แล้วหญ้าทะเลเกี่ยวไรกับระบบนิเวศด้วยคร๊าาาาบ...


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          ในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลเป็นแหล่งที่มีความสลับซับซ้อน และนอกจากจะพบหญ้าทะเลหลายชนิดแล้วยังพบสิ่งมีชีวิตทั้งพืช และสัตว์ พบตั้งแต่พืชที่มีขนาดเล็ก สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไส้เดือนทะเล ( Polychaetes ) , หอย , กุ้ง , ดาวทะเล , ปลิงทะเล ( Holothuria scaba ) , ปูทะเล ( Scylla serrata ) , เต่าทะเล เป็นต้น จนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น พะยูน บริเวณแหล่งหญ้าทะลจะพบชนิด และปริมาณของปลาและสัตว์น้ำมากว่าในบริเวณที่เป็นที่โล่งๆ โดยสิ่งมีชีวิตที่พบบางชนิดอาศัยอยู่ในแหล่งหญ้าทะเลอย่างถาวร บางชนิดอาศัยอยู่เพียงชั่วคราว

ระบบนิเวศหญ้าทะเลประกอบด้วยสิ่งมีชีวิต ดังนี้

          สัตว์ที่อาศัยในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล สามารถแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ สัตว์ที่อาศัยอยู่บนต้นหญ้าทะเล , สัตว์ที่อาศัยอยู่ระหว่างต้นหญ้าทะเล , สัตว์ที่อาศัยตามพื้นผิวดินโคลน และสัตว์ที่อาศัยอยู่ในดิน

          พบว่าปลาทะเลในประเทศไทยที่พบในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล พบอย่างน้อย 67 ชนิด 37 ครอบครัว ปลาชนิดที่พบมาก ได้แก่ ปลาวัว ( Monocanthidae ) ปลาสลิดหิน ( Siganidae ) ปลาหมูสี ( Lethrinidae ) ปลาข้างตะเภา ( Theraponidae ) ปลากะพงข้างปาน ปลาเก๋า ปลาแป้น ( Leiognathidae ) และปลาตะคอง ซึ่งลักษณะการอยู่อาศัยของปลาทะเลในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล สามารถแบ่งออกเป็น ปลาทะเลที่เข้ามาอยู่อาศัยในแหล่งหญ้าทะเลตลอดทั้งปี , ปลาทะเลที่เข้ามาอาศัยอยู่ในแหล่งหญ้าทะเลตามฤดูกาล เพื่อการผสมพันธุ์ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน หรืออพยพย้ายถิ่น เช่น ปลาเก๋า , ปลาทะเลที่เข้ามาอาศัยในแหล่งหญ้าทะเลเพียงชั่วคราว เพื่อหาอาหารโดยจะว่ายตามเหยื่อเข้ามาในแหล่งหญ้าทะเลซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลากินเนื้อ และปลาทะเลที่เข้ามาอาศัยในแหล่งหญ้าทะเลโดยความบังเอิญ

           ในบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ และความหนาแน่นของหญ้าทะเลสูง จะพบจำนวนชนิด และปริมาณของปลาทะเลมากกว่าบริเวณที่มีหญ้าทะเลขึ้นอยู่ห่างๆ ปลาที่กินหญ้าทะเลหรือ Epiphyte บนหญ้าทะเล ได้แก่ ปลาสลิดหิน ปลาที่กินอินทรีย์สารที่อยู่ในตะกอนที่ถูกดักโดยใบ และต้นของหญ้าทะเล ได้แก่ ปลาแพะ ปลาตะคองเหลือง


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          ในแหล่งหญ้าทะเลที่อยู่ติดกับแนวปะการัง จะมีปลาบางชนิดที่ออกหากินในเวลากลางวันตามบริเวณแนวปะการัง แต่มาอาศัยหลับนอนในเวลากลางคืนตามบริเวณแหล่งหญ้าทะเล ทำให้จำนวนชนิด และปริมาณของปลาทะเลที่พบในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลในเวลากลางวัน และกลางคืนแตกต่างกัน

          สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลจะมีการแพร่กระจายแตกต่างกันไปตามสภาพของพื้นทะเล และสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ปริมาณก๊าซ ปริมาณธาตุอาหาร ปริมาณโลหะ ซึ่งความหนาแน่น และปริมาณมวลชีวภาพ ( น้ำหนักแห้งของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ต่อ หน่วยพื้นที่ ) แตกต่างกันไปตามสถานที่ เวลา และฤดูกาล

ระบบนิเวศของหญ้าทะเล อาจแบ่งออกเป็น

          - พื้นที่ที่พบหญ้าทะเลน้อยมาก หรือพื้นที่เป็นพื้นทรายพบหญ้าทะเลน้อย หรือพบหญ้าทะเล 30% ในบริเวณนั้นจะเป็นระบบนิเวศเฉพาะของหญ้าทะเล
          - ถ้าพื้นที่ที่พบหญ้าทะเลมาก พบหญ้าทะเลประมาณ 60% - 70% ขึ้นไป ในบริเวณนั้นจะเป็น Seagrass bed เป็นระบบนิเวศย่อยที่อยู่บนระบบนิเวศใหญ่ เช่น ระบบนิเวศแนวปะการัง ( ระบบนิเวศใหญ่ ) มีระบบนิเวศหญ้าทะเลซ้อนอยู่ เป็นต้น

           ระบบนิเวศหญ้าทะเลมีอัตราผลผลิตสารอินทรีย์สูงมาก ซึ่งหญ้าทะเลแต่ละชนิดก็จะให้ผลผลิตแตกต่างกันออกไป และยังมีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อยู่ร่วมด้วย มีสาหร่ายทะเลเป็นตัวเพิ่มผลผลิตขั้นต้นให้แก่แหล่งหญ้าทะเล และให้ผลผลิตออกซิเจน อันได้จากขบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งสาหร่ายทะเลอาจถูกกินโดยสัตว์อื่นที่เข้ามาอาศัยในแหล่งหญ้าทะเล
นอกจากนี้ยังมี Epiphyte , แพลงค์ตอนพืช , ต้นไม้ที่อยู่บนบกที่อยู่ใกล้กับแหล่งหญ้าทะเลก็ เป็นตัวเพิ่มผลผลิตขั้นต้นให้แก่แหล่งหญ้าทะเลได้เช่นกัน

           ปริมาณไนโตรเจน เพราะหญ้าทะเลหรือ Epiphyte มีอัตราการใช้ไนโตรเจนสูงมาก , ความใสสะอาดของน้ำ , อัตราการหมุนเวียนธาตุอาหาร , อัตราการย่อยสลายพืชและสัตว์ ซึ่งจะมีผลต่อการกินอาหารของสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะพวกที่กินอาหารแบบขูดแทะ และพวกที่กินสารแขวนลอยในน้ำ เพราะถ้าซากพืชซากสัตว์ถูกนำไปใช้โดยพวกสิ่งมีชีวิตที่แขวนลอยอยู่ในน้ำจะทำให้ความสัมพันธ์ของธาตุอาหารในตะกอนดินเปลี่ยนแปลงไป , การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ , การเปลี่ยนแปลงความเค็ม , ผลจากคลื่น , ความเร็วของกระแสน้ำ , ผลจากน้ำขึ้น - น้ำลง , การเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นและปริมาณมวลชีวภาพของหญ้าทะเล เหล่านี้เป็นปัจจัยควบคุมอัตราผลผลิตของแหล่งหญ้าทะเล
และควบคุมชนิดและปริมาณของสิ่งมีชีวิตในแหล่งหญ้าทะเล

          การเกิดระบบนิเวศของหญ้าทะเลจะเริ่มจาก แพลงค์ตอนพืชและสาหร่ายทะเลที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นผู้ผลิต มีการสังเคราะห์แสง ให้ก๊าซออกซิเจนในน้ำทะเล โดยบางส่วนจะถูกกินโดยพะยูน เต่าทะเล และปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาสลิดหิน ใบของหญ้าทะเลและสาหร่ายทะเลที่หลุดหรือเน่าจะถูกย่อยสลาย บางส่วนกลายเป็นสารอินทรีย์ที่ละลายอยู่ในน้ำทะเลและถูกนำไปใช้โดยแพลงค์ตอนพืช บางส่วนยังเป็นชิ้นและถูกย่อยสลายแล้วตกทับถมลงบนพื้นทะเลกลายเป็นอาหารของสัตว์พื้นทะเล แพลงค์ตอนพืชที่ลอยอยู่ในน้ำจะเป็นอาหารของแพลงค์ตอนสัตว์ และสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งจะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยต่อไป และสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าจะสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าเป็นอาหารต่อไปเรื่อยๆจึงมีการถ่ายทอดพลังงาน สิ่งมีชีวิตชนิดใดก็ตามที่ตายลงก็จะถูกย่อยสลาย แล้วถูกนำไปใช้โดยแพลงค์ตอนพืช และหญ้าทะเลต่อไป


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในบริเวณนี้มีหลากหลายชนิด ต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบๆตัว ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจะมีผลทำให้สิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นๆเปลี่ยนแปลงไปด้วย


หญ้าทะเลเป็นวัชพืชในทะเล

          นั่นแน่… กำลังเข้าใจผิดอยู่ใช่ไหมล่ะ หญ้าทะเลมีความสำคัญ และประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมชายฝั่ง สิ่งมีชีวิตในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล และบริเวณใกล้เคียง มีประโยชน์ต่อมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม นะจ๊ะ
หญ้าทะเลทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวดักกรองตะกอนอินทรีย์สาร รวมทั้งของเสียหรือสารที่เป็นพิษจากแผ่นดินก่อนลงทะเล เช่น กรองน้ำเสียจากชุมชน หญ้าทะเลบางชนิดสามารถทน และเก็บกักเอาน้ำมันไว้ได้ ส่วนธาตุอาหารต่างๆที่เกิดจากบ้านเรือนที่ปล่อยลงสู่ทะเล ถ้ามีปริมาณที่พอเหมาะก็จะช่วยการเจริญเติบโตของหญ้าทะเลได้ด้วย
ใบของหญ้าทะเลช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำให้ช้าลง ทำให้ธาตุอาหารต่างๆที่มากับกระแสน้ำตกลงมาบริเวณโคนต้นหญ้าทะเล ทำให้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในบริเวณนั้น
หญ้าทะเลช่วยลดอุณหภูมิของน้ำทะเลในเวลากลางวั น ทำให้เกิดร่มเงาแก่สิ่งมีชีวิตต่างๆได้
หญ้าทะเลสามารถดึงเอาซัลเฟตจากดินขึ้นมาใช้ ทำให้มีการหมุนเวียน และไม่ทำให้เกิดการหมักหมมของซัลเฟต
หญ้าทะเลสามารถดูดซึมธาตุอาหารผ่านทางใบ และราก ทำให้ธาตุอาหารในดินหมุนเวียนกลับสู่มวลน้ำอีกครั้ง
ช่วยต้านกระแสลม โดยเฉพาะในช่วงที่มีพายุแรง ช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง และช่วยป้องกันสิ่งมีชีวิตเล็กๆในดินตะกอน
แหล่งหญ้าทะเลเป็นที่หลบภัย วางไข่ และเป็นแหล่งเลี้ยงตัวอ่อน
เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สัตว์เลี้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์บางชนิดจะกินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก ได้แก่ พะยูน และเต่าหญ้า
ต้นหญ้าทะเลช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับสิ่งมีชีวิตต่างๆที่มาเกาะติด และที่เคลื่อนที่ บริเวณต้นหญ้าทะเล
หญ้าทะเลทำให้เกิดห่วงโซ่อาหาร 2 ทาง คือ เป็นอาหารโดยตรงกับสัตว์หลายชนิด และส่วนต่างๆของหญ้าทะเลที่หลุดล่วงไปจะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรีย
เพิ่มความหลากหลายทางชนิดของสิ่งมีชีวิต ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์
แหล่งหญ้าทะเลมีประโยชน์ในด้านเป็นแหล่งประมง เป็นอาหารแก่มนุษย์ เป็นยารักษาโรค สกัดสารเคมีบางชนิด ทำปุ๋ย ทำอาหารเลี้ยงสัตว์ เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ เป็นวัตถุดิบทำเครื่องจักสาน มุงหลังคา ยัดไส้ทำฟูก และเครื่องนอน ฉนวนกันเสียง ฉนวนกันอุณหภูมิ วัสดุกันกระแทกในหีบห่อ วัสดุทำกำแพงกันน้ำ มวนบุหรี่ ของเล่นสำหรับเด็ก


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )

          เห็นไหมค่ะว่า หญ้าทะเลมีประโยชน์ไม่ควรกำจัดทิ้ง แต่ขอบอกกกกกก....อีกอย่างนะค่ะว่า ถึงแม้หญ้าทะเลสามารถดักจับของเสียได้ และต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานในการย่อยสลายของเสียดังกล่าว แต่ถ้ามากเกินไปก็จะมีอันตรายต่อหญ้าทะเล สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในบริเวณนั้น และบริเวณใกล้เคียง แล้วยังรวมถึงมนุษย์อีกด้วย ดังนั้นเราควรช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ ไม่เพียงแต่แหล่งหญ้าทะเลใหญ่ๆเท่านั้น ควรช่วยกันรักษาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทุกๆแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งหญ้าทะเล แนวปะการัง ป่าชายเลน หาดหิน หาดทราย หาดโคลน หาดเลน และอื่นๆกันเถอะค้าาาาาาา.......................


( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )



( จาก http://www.botany.hawaii.edu/seagrass/ )


 

Referance

Fortes, M. D. 1995. Seagrassea of East Asia : Environmental and Managemant Perspectives. RCU / EAS Technical Report Series No.6, United Nations Environment Programme . 79 pp.

Lewmanomont, Khnjanapaj and Ogawa, Hisao. 1995. Common Seaweeds and Seagrasses of Thailand. Faculty of Fisheries : Kasetsart University. p. 142 - 161.

www.botany.hawaii.edu/seagrass/

กาญจนภาชน์ ลิ่วโนมนต์, สุจินต์ ดีแท้ และวิทยา ศรีมโนภาษ. 2536. ชนิดและการแพร่กระจายของหญ้าทะเลในประเทศไทย. การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 31. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวงเกตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ทบวงมหาวิทยาลัย. หน้า 196.

จิตติมา อายุตตะกะ. 2538. ประชาคมหญ้าทะเล. เอกสารประกอบการสอนวิชา 255596 ( Selected Topics in Marine Science ). 184 หน้า.

ธิดารัตน์ น้อยรักษา. 2537. รายงานการสำรวจแหล่งหญ้าทะเล บริเวณหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง. จุลสารสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา. 8 ( 2 ) : 6 - 7.

สถานีวิจัยประมงศรีราชา และสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2540. " หญ้าทะเล " แหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ. อุทยานวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวัน เกษตรแห่งชาติ. หน้า 154 - 155.

สุวลักษณ์ นาทีกาญจนลาภ. มมป. หญ้าทะเล. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : กรุงเทพฯ. หน้า13 - 15.

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

HitBox