![]() Last Update : Saturday 20 January, 2001 4:38 AM |
|
สีสันใต้ทะเล
นางสาวอรนุช ปรางทอง
สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล
รหัส 3960475 (Marine Ecology)
โลกปะการัง...เป็นอีกโลกหนึ่งที่ทุกคนอยากรู้ว่ามีอะไรในนั้นบ้าง อยากเห็นว่าความเป็นไปของชีวิตในแนวปะการังเป็นแบบใด สัตว์แต่ละตัวอยู่กันแบบไหน สิ่งเหล่านี้ทุกคนอยากรู้อยากเห็น เอาเป็นว่าเรามาเล่าเรื่อง ชีวิตในแนวปะการัง สีสัน...ที่ทุกคนยากรู้ สีสันใต้ทะเลจะสวยงามมากแค่ใหนเพียงคุณแวะมาชมคุณจะเห็นได้ทันทีโดยที่คุณยังอยู่ที่บ้าน
โดยปกติในแนวปะการัง จะมีชีวิตมากมายที่อยู่ในนั้น แต่คุณรู้ใหมว่าแต่จะชีวิตต้องมีความสัมพันธ์กันไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง เพราะถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งแล้วความสมดุลต่างๆจะหายไป ชีวิตบางชีวิตอาจจะหายไปเลย ความหลากหลายของชีวิตจะหมดไป เอาเป็นว่าก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นกับแนวปะการัง เรามาทำความรู้จักชีวิตที่มีอยู่กันก่อนดีกว่า และเราจะได้เป็นคนหนึ่งที่ช่วยให้แนวปะการังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแนวปะการังแบ่งออกได้ 3 กลุ่มใหญ่คือ
สัตว์ในกลุ่มปะการัง
ปะการังเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเด่นคือ โพรงในลำตัวมีเนื้อเยื่อ 2 ชั้น ระหว่างเนื้อเยื่อมีลักษณะเป็นวุ้น มีปากไม่มีทวารหนัก มีหนวดซึ่งมีเข็มพิษเพื่อป้องกันตัวหรือจับเหยื่ออยู่รอบๆปาก ซึ่งจะจำแนกสัตว์ในกลุ่มปะการังได้ดังนี้
Phylum Cnidaria : แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม(class) คือ
- Class Hydrozoa ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างเป็นลักษณะทรงกระบอก (polyp) อาศัยอยู่แบบเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มในกลุ่มเดียวกันจะมีรูปร่างหลายแบบ ได้แก่
![]()
ประการังไฟ จะมีเข็มพิษทำหน้าป้องกันตัว ผิวจะเรียบมาก มี 3 รูป
ทรง คือ แบบกิ่ง แบบเคลือบพื้น และแบบแผ่นที่ตั้งตรงในแนวดิ่ง ทุกชนิดจะมีสีเหลืองอมน้ำตาล(สีทอง) อย่าเผลอไปจับเข้าหล่ะเพราะพิษจะทำให้เกิดผื่นแดงปวดแสบปวดร้อน
ไฮดรอยด์ มีลักษณะคล้ายสาหร่าย คือมีลำต้นและแตกกิ่งแขนงด้านข้าง บนกิ่งมีโพลิบเล็ก เรียงเหมือนขนนก มีเข็มพิษที่รุนแรงเช่นเดียวกันจ้า
กลุ่มจะมีรูปร่างเหมือนกันทั้งหมด บริเวณระหว่างผนังลำตัวชั้นนอกกับชั้นในมีเยื่อแบ่งกันในแนวรัศมี สัตว์ในกลุ่มนี้สามารถแบ่งเป็นกลุ่มย่อย (Subclass)ได้ดังนี้
- Class Scyphozoa ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างคล้ายร่ม (medusa) อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวสามารถว่ายน้ำเคลื่อนที่ได้ดี เช่น แมงกะพรุน กลุ่มนี้จะพบในแนวปะการังในบางโอกาสเป็นสัตว์ที่ไม่อยู่ประจำ แต่กลุ่มนี้จะอันตรายมากเมื่อไปโดนตัวมันเข้า แต่มีบางชนิดที่ไม่มีพิษ และแมงกะพรุนยังเป็นที่อยู่อาศัยของลูกปลาหรือลูกหมึกที่เข้าไปอยู่ข้างในตัวแมงกะพรุนเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ชนิดอื่น
![]()
- Class Anthozoa จะมีรูปร่างเป็นแบบทรงกระบอกอย่างเดียว อาจอยู่แบบเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม โดยแต่ละ
- Subclass Hexacorallia ลักษณะเด่นคือ หนวดที่เรียงรายอยู่รอบปาก มีจำนวน 6 เส้น หรือทวีคูณของ 6 แบ่งเป็นอันดับ (Order) ได้ดังนี้
Order Actiniaria คือ ดอกไม้ทะเล ไม่มีโครงสร้างหินปูน บริเวณหนวดเซลล์เข็มพิษที่สามารถทิ่มแทงเหยื่อ เช่น ปลาให้เป็นอัมพาฒเพื่อจับกินเป็นอาหารดอกไม้ทะเลบางชนิดมีสีเขียวเนื่องจากบริเวณหนวดของมันมีสาหร่ายเซลล์เดียวสีเขียว (Zoochlorella) อาศัยอยู่ โดยสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ต่างได้ประโยชน์ (Simbiosis) คือสาหร่ายจะได้ของเสียจากดอกไม้ทะเลเช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และสาหร่ายนำเอาไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง และดอกไม้ทะเลที่มีขนาดใหญ่จะมีปลาการ์ตูน เข้าไปอาศัยอยู่โดยใช้ดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบภัยเพราะปลาการ์ตูนมีเมือกพิเศษเคลือบที่ผิวทำให้ดอกไม้ทะเลไม่ทำอันตรายต่อมันและดอกไม้ทะเลจะใช้ปลาการ์ตูนเป็นเหยื่อล่อปลาตัวอื่น
Order Ceriantharia ได้แก่ ดอกไม้ทะเลที่ไม่ฝังตัวพื้นทราย จะมีลักษณะคล้ายกับ Order Actiniaria นอกจากนี้ดอกไม้ทะเลหลายชนิดชอบเกาะอยู่บนหลังสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เช่นปูเฉฉวน และปูแมงมุม ขณะที่ปูเคลื่อนที่ไปมาจะทำให้ดอกไม้ทะเลเคลื่อนย้ายตำแหน่งหาอาหารโดยที่มันไม่ต้องเคลื่อนย้ายเอง
![]()
![]()
Order Zoanthidea ได้แก่ดอกไม้ทะเลที่มีขนาดเล็กเรียก โซแอนทิด หรือ พรมทะเล ตัวจะเชื่อมติดกันเป็นแผงเหมือนพรม มีขนาดเล็กกว่า 1 ซม. มีทั้งที่อยู่เป็นเดี่ยวหรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พบตามซอกหินปะการังที่อยู่ลึก หรือเกาะตามเปลือกหอย, กระดองปู มักพบชนิด Palythoa caesia เป็นจำนวนมากขึ้นปกคลุมบนซากปะการังที่ตายแล้ว
![]()
Order Corallimorpharia คือพวกดอกไม้ทะเลที่มีลักษณะคล้ายปะการัง ดอกไม้ทะเลประเภทนี้เป็นเป็นแผ่นแบนกลมขนาดกว้างประมาณ 5 ซม.หนวดสั้นมากและมีเข็มพิษเช่นเดียวกับดอกไม้ทะเล มีทั้งที่อยู่เป็นกลุ่มและอยู่เดี่ยวๆ แต่หลายตัวมักขึ้นติดกันเป็นแผงที่ซากปะการังที่ตายแล้ว นับเป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่มีบทบาทในการเป็นตัวแก่งแย่งพื้นที่ในแนวปะการังทำให้การฟื้นตัวของแนวปะการังช้าลง
![]()
Order Scleractidea คือกลุ่มของประการังแข็งทั้งหมด ถือว่าเป็นโครงสร้างหลักของแนวปะการังเลยที่
เดียวพวกนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ โครงหินปูนและเนื้อเยื่อของตัวประการัง ปะการังแข็งภายในเนื้อเยื่อจะมีสาหร่ายเซลล์เดียว (Zooxanthellae) อาศัยอยู่ด้วย โดยสาหร่ายจะมีการสังเคราะห์แสงและเป็นตัวช่วยในการสร้างหินปูน และปะการังจะเป็นตัวให้พลังงานกับสาหร่าย
Order Antipatharia ได้แก่ ปะการังดำ จะมีลักษณะรูปร่างแตกต่างจากปะการังแต่จะคล้ายพวกกัลปังหามากว่า ปะการังดำนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องประดับเช่น แหวน แต่คุณรู้ไหมว่าปะการังดำมีประโยชน์มากกว่านั้นถ้าเราปล่อยไว้ตามธรรมชาติ สัตว์วัยอ่อนอาศัยเขาเป็นที่หลบภัย และถ้าเราสังเกตดีๆในปะการังดำอาจพบสัตว์ขนาดเล็กหลายชนิดโดยเฉพาะกุ้งที่มีหน้าตาประหลาด
- Subclass Octocorallia สามารถแบ่งออกเป็นได้ดังนี้
Order Helioporacea ได้แก่ปะการังสีน้ำเงิน เป็นญาติกับปะการังอ่อนและกัลปังหา แต่จะแตกต่างกันคือมีการสร้างหินปูนเหมือนอยู่ในปะการังแข็ง เนื้อหินปูนมีสีน้ำเงินเพราะมีสารประกอบ ทองแดงปนอยู่ และพบในบริเวณที่มีนำไหลเชี่ยว ในไทยพบเพียงชนิดเดียวดังนั้นในการไปเที่ยวทะเลครั้งต่อไปอย่าทำลายช่วยกันรักษาให้ปะการังคงอยู่คู่บ้านเราไปนานๆ
Order Alcyonacea ได้แก่ปะการังอ่อน ,ประการังท่อ มีคำพูดที่ว่าปะการังอ่อนถือเป็น สีสันและความหากหลายที่อยู่ในทะเล มีหนวด 8 หนวด ไม่มีโครงร่างเป็นหินปูนแข็ง เมื่อปะการังอ่อนตายแท่งหินปูนเหล่านี้จะกลายเป็นเศษตะกอนไม่เหลืออะไรทิ้งไว้เป็นก้อนเหมือนปะการัง และเพราะความที่มีสีสันที่สวยสดงดงาม ทำให้มีสัตว์บางชนิดวิวัฒนาการรูปร่างและพฤติกรรมให้ซ่อนตัวอยู่ในปะการังอ่อนเช่น ปูปะการังอ่อน
Order Gorgonacea ได้แก่ กัลปังหา และแส้ทะเล กัลปังหาดูเหมือนต้นไม้ แต่ความจริงแล้วเป็นสัตว์ และมีหลายตัวอาศัยอยู่รวมกันเป็นกอ โดยสร้างแกนแข็งสีดำคล้ายเขาควายแล้วอาศัยอยู่โดยรอบเมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสม กัลปังหาถือเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวใต้น้ำสำคัญไม่แพ้ปะการังอ่อน และยังมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ชนิดต่างๆ และยังเป็นอาหารของหอยเบี้ยกัลปังหา
Order Pennatulacea ได้แก่ ปากกาทะเล ฟังชื่อแล้วอาจจะนึกถึงปากกาที่เราใช้เขียนหนังสือ แต่ความเป็นจริงแล้วคือ ปากกาที่มีชีวิตอาศัยอยู่ในความลึกมากกว่า 10 เมตร และในยามปกติจะตั้งตัวตรงพร้อมกับยื่นหนวดออกมาหาอาหาร และเมื่อเราเข้าไปใกล้หรือมีภัยมาจะหดตัวลงรูในผืนทรายทันที และศัตรูที่สำคัญคือ ทากทะเล ซึ่งชอบกินปากกาทะเลเป็นอาหาร
พืชและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ
พืชทะเลที่อยู่ในแนวปะการัง
ผลผลิตเบื้องต้นในแนวปะการังเกิดจากพืชทะเลหลายประเภทซึ่งสร้างอาหารมาจากการเปลี่ยนแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำโดยอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์ พืชทะเลจัดเป็นอาหารขั้นต้นของสัตว์นานาชนิดในแนวปะการัง เป็นพื้นฐานของห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศปะการัง พืชทะเลปะกอบด้วยสาหร่ายเซลล์เดียวที่ลอยอยู่ในน้ำ ซึ่งเรียกว่า แพลงก์ตอนพืช สาหร่าย
สาหร่าย ที่พบได้ทั่วไปและพวกนี้จะมีการแก่งแย่งกับปะการังในการลงเกาะ การแก่งแย่งจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ในแนวปะการังแบ่งออกได้ 4 กลุ่มคือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน มีขนาดเล็กมักขึ้นคลุมปะการังที่ตายแล้ว สาหร่ายสีเขียว ที่พบบ่อยจะมีรูปทรงแตกต่างกัน เช่นเป็นพุ่ม ,ลูกโป่ง และบางชนิดจะมีหินปูนเป็นโครงสร้าง เช่น สาหร่ายใบมะกรูด สาหร่ายสีแดง ที่พบมักเป็นสีชมพู หรือ แดง ขึ้นเคลือบเป็นแผ่นตามพื้นหินหรือซากปะการัง พบมากในแนวปะการังน้ำตื้น สาหร่ายสีน้ำตาล พบได้ทั่วไปทั้งบนโขดหินบริเวณที่รับแรงปะทะคลื่น หรือตามซากปะการัง เช่นสาหร่ายเห็ดหูหนู
หญ้าทะเล เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ถือเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการมากที่สุดในการลงไปอยู่ในน้ำทะเล พบในบริเวณที่ความเค็มคงที่ในไทยพบแถบทะเลอันดามันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะจังหวัดตรัง และถือเป็นอาหารที่สำคัญของพะยูน และยังถือเป็นระบบนิเวศที่สำคัญอีกที่หนึ่ง จะพบกระจายอยู่ในแนวปะการังแต่มีจำนวนไม่มากนัก
สัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลังที่อยู่ในแนวปะการัง
Phylum Porifera มีคนเคยบอกว่าในทะเลมีผู้เฒ่าคอยเฝ้าดูความเป็นไปของทะเล ผู้เฒ่าเหล่านั้นคงจะหมายถึง ฟองน้ำ ที่อาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเลหาอาหารโดยผ่านรูพรุนที่อยู่รอบตัวก่อนใช้แท่งสารในเนื้อเยื่อกรองสิ่งมีชีวิติเล็กๆ ถึงแม้นว่าฟองน้ำสามารถที่จะผลิตสารพิษขึ้นมาเพื่อป้องกันตนเองได้ แต่ยังมีผู้ล่าที่สามารถกินเขาเหล่านั้นคือ ทากทะเลที่สามารถทนสารพิษและยังสามารถนำสารพิษเหล่านั้นไปใช้ในการป้องกันตัวอีกด้วย
Phylum Annelids พวกหนอนปล้องที่อยู่ในทะเล ร่างกายจะแบ่งออกเป็นปล้องอย่างชัดเจน มีขนสีสวยยื่นออกมาเป็นพู่อวดความสวยให้เพื่อนชื่นชม การสร้างท่อขึ้นมาห่อหุ้มลำตัว เช่นหนอนฉัตร พวกที่สร้างท่อเจาะฝังเข้าไปอยู่ในปะการังก้อนจนเกิดเป็นรูพรุนนับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปะการังเสื่อมโทรม
Phylum Platyhelminthes หนอนตัวแบน พอเห็นชื่อแล้วทุกคนคงนึกถึงพวกพยาธิต่างเป็นแน่ แต่รู้มั้ยว่าเมื่อเขาอยู่ในน้ำในแนวปะการังเขากลายเป็นหอยตัวแบนที่น่ารักสีสันสวยงาม และเคลื่อนที่โดยการคลืบคลานแต่เห็นเขาเคื่อนที่ช้าแบบใหนทำไมไม่มีสัตว์อื่นมาทำอันตราย เพราะธรรมชาติยังมีความยุติสร้างให้เขามีสารพิษที่รุนแรงจนไม่มีใครอยากยุ่งด้วย เราอย่าเผลอไปแอบจับเขาเข้าหละอันตรายมาก
Phylum Mollusca คือพวกหอยและหมึกนั้นเอง คุณรู้ไหมว่าในโลกนี้สัตว์กลุ่มนี้มีจำนวนมากเป็นรองแค่แมลงเท่านั้น แต่ถ้าอยู่ในทะเลพวกเขาจะเป็นผู้อาศัยที่มีปริมาณมากที่สุดกระมัง เราสามารถแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มที่แต่ที่พบบ่อยในแนวปะการังมีอยู่ 4 กลุ่มดังนี้
- หอยฝาเดียว มีเท้ายื่นออกมาจากช่องเปิด ใช้เคลื่อนที่ได้ดีและมักออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืน เช่น
หอยเบี้ย จะเป็นพวกที่มีเปลือกมันวาวจะกินสาหร่ายเป็นอาหารหลายคนที่มักซื้อไปสะสมโดยไม่ทราบว่านั้นเป็นการทำลายผู้ควบคุมปริมาณสาหร่าย แนวปะการังอาจเสียสมดุลและล่มไปในที่สุด เห็นประโยชน์ของเขายังเล็กพริกขี้หนูจะบอกหั้ย
หอยเต้าปูน สีสันสวยงามมากแต่รู้มั้ยว่าถ้าได้รับพิษของเขาขึ้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเชียวแหละ พิษเขารุนแรงที่สุดในโลกก็ว่าได้ ดังนั้นอยู่ไห้ห่างเขาไว้เป็นดีที่สุด
หอยสังข์แตร ถือเป็นผู้ล่า ดาวมงกุฎหนามช่วยรักษาชีวิตให้กับแนวปะการัง เขาจะมีเปลือกสวยงามมากจึงโดนจับไปขายเกือบหมด ทุกคนอยากให้มีปะการังสวยๆอยู่ในทะเลไทยไปนานๆอย่าซื้อหรือจับหอยสังข์แตรนะค่ะ
ทากทะเล หน้าตาพวกนี้จะเหมือนพวกหนอนตัวแบนมากแต่ความจริงแล้วมีข้อแตกต่างคือ ทากทะเลตัวหนากว่าและมีหนวดแบ่งออกได้หลายกลุ่มถือเป็นสีสันแห่งแนวปะการังอีกตัวหนึ่ง
- หอยสองฝา จะมีสองฝาฝังตัวในทรายหรือในปะการังที่พบได้บ่อยเช่น
หอยมือเสือ หอยสองฝาที่ใหญ่ที่สุดในโลกพบเฉพาะในแนวปะการังภายในเนื้อเยื่อจะมีสาหร่ายเซลล์เดียวอาศัยอยู่ ดังนั้นจะพบว่าเขาอ้าปากเพื่อรับแสงให้สาหร่ายสังเคราะห์แสงให้พลังงานกับหอยจนเจริญกลายเป็นหอยยักษ์ในที่สุดถ้ามนุษย์ไม่จับเขาเหล่านั้นมาก่อน
หอยแปดเกล็ดหรือลิ่นทะเล ในแนวปะการังจะพบที่ด้านบนแถบ reef flat ต้องรอจนน้ำลงเราจึงสามารถทึ่จะเห็นเขาได้ในแนวปะการังด้านบนจะมีลักษณะคล้ายทากแต่มีเกล็ดแข็งเป็นเปลือกอยู่ด้านหลังจำนวน 8 อัน
หมึกทะเล อะไรเอ่ยชื่อขาวแต่ตัวดำ ทุกคนคงตอบถูกว่าหมึก แต่ใครเดิมคำว่า ปลาหมึก แล้วผิดนะจ๊ะเพราะหมึกไม่ใช่ปลาแต่เป็นหอยกลุ่มหนึ่งที่ว่ายน้ำได้ มีหนวดมีตามีสมองที่พัฒนาดี หลายชนิดมีเปลือกหายเข้าไปอยู่ในลำตัว เช่น
หมึกยักษ์ มีหนวด 8 เส้น อาศัยตามพื้นตลอดเวลา กินพวกหอยและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก หากินตอนกลางคืน หมึกยักษ์มีพิษที่รุนแรงศัตรูอาจตายได้ถ้าถูกกัด
หมีกกล้วย หมึกหอม หมึกกระดอง มี 10 หนวด อาหารคือปลาขนาดเล็กไล่จับโดยใช้หนวดรัด หมึกกระดองจะมีลิ้นทะเลเป็นแกนแข็งอยูข้างในและมักเข้ามาวางไข่ในแนวปะการัง
Phylum Arthropoda สัตว์กลุ่มนี้ที่พบในแนวปะการังจะเป็นสัตว์ใน Class Crustacea คือพวกกุ้ง กั้ง ปู สัตว์ในกลุ่มนี้จะมีลักษณะชวนจำอย่างง่ายๆ คือ มีเปลือกแข้งหุ้มลำตัวและมีระยางค์ ขาเป็นข้อปล้อง และเปลือกห่อหุ้มด้วยแคลเซียม เมื่อตัวโตขึ้นจะมีการลอกคราบ สัตว์เหล่านี้มักจะแอบซ่อนตัวเองอยู่ในซอกหิน ปะการัง หรือใต้แผ่นปะการังที่ตายแล้วในเวลากลางวันเพื่อป้องกันตัวจากการถูกล่า เช่น
กุ้งมังกร รุ้งมีสีสันสวยงามแค่ไหน กุ้งมังกรเจ็ดสีก็คงจะสวยงามเช่นเดียวกัน กุ้งกลุ่มนี้ตัวจะโตและราคาแพงมาก
กุ้งพยาบาล แค่ได้ยินชื่อคงนึกถึงความน่ารักและความใจดีของนางพยาบาลที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลแล้วละมั้ง นางพยาบาลใจดีเหล่านี้จะคอยกำจัดปรสิตและเนื้อเยื่อที่ตายแล้วของปลา รวมถึงสัตว์อื่นๆด้วย
กั้งตั๊กแตน หน้าตาพวกนี้มองดูแล้วประหลาดแต่เป็นกลุ่มที่ตาพัฒนาดีมาก สามารถตรวจจับความเคื่อนใหวเพียงเล็กน้อยของเหยื่อและมีความแม่นยำในการกะระยะในการจับเหยื่อ จะใช้ ระยางค์อกในการทำให้เหยื่อตาย
ปู จะมีหลายกลุ่มหลายรูปร่างที่พบในในแนวปะการัง บางชนิดมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เช่นบางตัวจะมีการนำเอาฟองน้ำหรือดอกไม้ทะเลมาแต่งตัวเพื่ออำพรางกาย ส่วนใหญ่จะออกหากินเวลากลางคืน
Phylum Echinodermata สัตว์ในกลุ่มนี้จะพบเฉพาะในทะเลเท่านั้น กลุ่มนี้จะมีผิวหนังขรุขระ หรือเป็นหนามมีระบบท่อตามลำตัวจะมีเท้าดูดทำหน้าที่ในการหาอาหารและเคลื่อนที่ ในเนื้อเยื่อมีแท่งแข็งขนาดเล็กบางครั้งรวมกันเป็นเปลือกแข็ง เช่น
ดาวทะเล รูปร่างคล้ายดาว ปากอยู่ตรงกลางลำตัวด้านล่าง ช่องขับถ่ายอยู่ทางด้านบน แต่บางชนิดจะมีจำนวนขามากอาจจะมี 15-22 ขา เช่นดาวหนามมงกุฎ บางชนิดไม่มีขาอยู่เลย เช่นดาวหมอนเป็นต้น ดาวมงกุฎจะกินปะการังเป็นอาหารโดยยื่นกระเพาะออกมาคลุมก่อนย่อยเนื้อเยื่อแล้วดูดเข้าไป ปะการังตายจะเป็นสีขาวเพราะตัวปะการังที่เคลือบอยู่ถูกดูดไปหมด ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียก Outbreak
เม่นทะเล ลำตัวมีเปลือก กลมหรือแบนปกคลุมด้วยหนามซึ่งเคลื่อนที่ได้ กินสาหร่ายเป็นอาหาร บางชนิดจะมีพิษตามหนาม เช่นเม่นดอกไม้โดนเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ถึงตายได้ ไปเที่ยวทะเลครั้งต่อไปก็ระวังด้วยละกัน
ปลิงทะเล ปลิงทะเลจะตัวโต ไม่ดูดเลือดเหมือนปลิงน้ำจืดแต่กินสารอินทรีย์เป็นอาหาร พบมากในบริเวณ reef flat จะป้องกันตัวโดนการพ่นสารเหนียวสีขาวออกมา สารพวกนี้ทำให้ตาบอดได้ ทางที่ดีที่สุดคืออย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า
ดาวเปราะ ขึ้นชื่อว่าดาวยังงัยต้อง 5 ขา แถมดาวเปราะเรายังตัวเล็กอีกต่างหาก เกือบทั้งหมดจะอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง,กัลปังหา ว่ายน้ำได้และกินสัตว์ขนาดเล็ก
ดาวขนนก ถ้าจะเปรียบเทียบไปพวกเขาก็คงเหมือนนกยูงรำแพนอยู่ใต้น้ำ ถือเป็นสีสันหนึ่งของแนวปะการังที่งดงามไม่น้อย จะมีแขนตั้งแต่ 6-100แขน และจะชูแขนขึ้นเพื่อกรองแพลงก์ตอนจากน้ำสารเหนียวตามขนจะช่วยจับอาหารแล้วส่งเข้าปากที่อยู่กลางลำตัวและชอบหลบซ่อนตัวอยู่ตามซอกปะการัง
สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
สัตว์ในกลุ่มนี้จะอยู่ใน Phylum Chordata โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
Subphylum Vertebrata มาถึงกลุ่มของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอย่างแท้จริงแล้ว สัตว์ในกลุ่มนี้ที่พบในแนวปะการังมีดังนี้
- ปลา ถือเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังมากที่สุดในโลกมีทั้งหมดประมาณ 24,000 ชนิดที่พบในแนวปะการังจะมีประมาณ 800 ชนิด เราสามารถแบ่งออกได้ 2 กลุ่มคือ
ปลากระดูกอ่อน มีกระดูกอ่อนไม่มีแผ่นปิดเหงือกทั้งโลกมีประมาณ 900 ชนิด ที่พบในแนวปะการังเช่น
ฉลาม ฟังชื่อแล้วดูน่ากลัวน่าจะอยู่ในทะเลลึกมากกว่าแต่เราพบว่าบางชนิดที่ว่ายเข้ามาวนเวียนอยู่ในแนวปะการังรวมถึงมีการออกไข่ในแนวปะการังด้วย ฉลามวาฬถือเป็นยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลเขาเป็นพวกที่กินแพลงก์พืชเป็นอาหารและหายใจโดยใช้เหงือก แต่ในการดำน้ำฉลามที่ดุร้ายเช่นฉลามครีบเงินถือเป็นอันตรายเช่นเดียวกันแต่ปกติจะไม่อันตรายกับคนเรา
กระเบน รูปที่ทุกคนติดตาคือรูปกระเบนราหูกำลังว่ายน้ำมองดูเหมือนเครื่องร่อนกำลังร่อนอยู่ในท้องฟ้าช่างให้ความรู้สึกอิสระเสรี สบายที่สุด กระเบนมีหลายขนาดใหญ่ที่สุดคือกระเบนราหู กินอาหารโดยการใช้ครีบพิเศษที่ด้านข้างกรองกินลูกปลา และแพลงก์ตอน
โรนัน เป็นปลากึ่งฉลามกึ่งกะเบนพบได้อยาก มีหน้าตาประหลาดชวนให้เราอยากรู้อยากเห็น เป็นยังงัยดูรูปเอาแล้วกัน
ปลากระดูกแข็ง ร่างกายมีกระดูกแข็ง ส่วนใหญ่มีเกล็ดและแผ่นปิดเหงือก แบ่งตามสถานที่ ได้ 3 กลุ่มคือ
ปลาบนพื้น ปลากลุ่มนี้จะอยู่บนพื้นเป็นหลักแหล่งน้อยครั้งที่จะออกมาว่ายน้ำ ส่วนใหญ่จะปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อหาอาหาร หรือป้องกันตัว เช่น
ปลาไหลมอเรย์ ถือเป็นผู้ควบคุมปริมาณสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังถ้าบริเวณใดไม่พบปลาไหลมอเรย์เลยแสดงว่าความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นต่ำโดยเฉพาะกุ้งปู คล้ายปลาไหลมีอวัยวะใช้รับกลิ่น 1 คู่ที่ปาก จัดเป็นผู้ล่าสัตว์เล็กในแนวปะการัง กลางวันซ่อนตัวในโพรง ตกกลางคืนออกล่ากุ้ง ,ปูเป็นอาหาร
ปลาหินและปลาสิงโต ปลาสิงโตเป็นปลาที่เหมาะสมกับชื่อมากจะกรีดกรายเชื่องช้าแต่มีพิษที่รุนแรงพิษจะอยู่ที่ก้านครีบรอบตัว พวกนี้จะพรางตัวได้ดีจนเราแยกไม่ออก ดังนั้นดำน้ำครั้งต่อไปอย่าไปจับอะไรที่เราไม่รู้เพราะอาจจะเป็นปลากลุ่มนี้ได้
ปลาการ์ตูน อยู่กับดอกไม้ทะเลตลอดเวลาเพราะปลาการ์ตูนจะเอาตัวไปถูกับฐานของดอกไม้ทะเลเพื่อเมือกของไม้ทะเลจะได้ติดตามตัวดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ในดอกไม้ทะเลโดยที่ไม่ได้รับอันตรายจากเข็มพิษ ตัวที่โตที่สุดจะเป็นตัวเมียมีเพียงตัวเดียวในกลุ่ม เมื่อตัวเมียตาย ตัวผู้จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตัวเมีย มหัศจรรย์ไหม
ปลากลางน้ำ จัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญจะไม่ค่อยพบในแนวปะการังแต่มีบางชนิดที่ว่ายเข้ามาในแนวปะการัง หรือแวะเข้ามาเที่ยวในแนวปะการังระยะหนึ่งก่อนที่จะจากไปเช่น
ปลาค้างคาว หรือปลาหูช้างจะว่ายน้ำเป็นฝูงพบตามกองหินใต้น้ำ และบางครั้งจะพบตามแนวปะการังมองดูเหมือนหูช้างจริงๆและเขาเนื้ออร่อยจริงๆ
ปลาช่อนทะเล เป็นปลาขนาดยาวใหญ่ 1-2 เมตร มีนิสัยชอบว่ายตามปลาใหญ่บางครั้งอาจอยู่รวมกันเป็นฝูงสี่ห้าตัวมองดูแล้วช่างองอาจดีแท้
ปลาสาก พบเป็นฝูงขนาดใหญ่บางครั้งอาจเป็นหลายร้อยตัวมีเขี้ยวที่แหลมคมถือเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ รูปร่างดูปราดเปรียวผอมสวยเข้าสมัยนิยมปัจจุบันเป็นที่สุด
ปลาหน้าดิน อาศัยอยู่ติดพื้นมีการเปลี่ยนแปลงรูบร่างของตัวเองให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นท้องน้ำได้เป็นอย่างดี เช่น
ปลาเก๋า กินสัตว์อื่นเป็นอาหาร โดยการอ้าปากฮุบเหยื่อแล้วกลืนลงไปในท้อง ฟันที่ละเอียดมีไว้เพื่อยึดเหยื่อเท่านั้น แต่สุดท้ายปลาเก๋ากลายมาเป็นอาหารจานเด็ดของมนุษย์อีกชนิดหนึ่ง
ปลาข้าวเม่าน้ำลึก ตอนกลางวันอยู่รวมกันเป็นฝูง 5- 10 ตัว ตัวสีแดงตาโต ตอนกลางคืนจะออกหากินเดี่ยวๆมองดูแล้วพวกเขาสามัคคีกันจังเลย
ปลานกแก้ว ฟันที่ปากจะคล้ายนกแก้วและยังว่ายน้ำโดยใช้ครีบอกกระพือเป็นจังหวะเหมือนนกแก้วบิน หากินในตอนกลางวันโดยกินสาหร่ายและมีฟันที่แหลมคมจะแทะปะการังเป็นอาหารและสร้างรังนอนโดยการพ่นเส้นใย
ปลาสินสมุทร เป็นปลาที่มีสีสันสวยงามที่สุด มีอาณาเขตของตนและจะว่ายวนเวียนอยู่ในบริเวณนั้น ในภาพจะเป็นสินสมุทรจักรพรรดิทั้ง 2 ตัวจะมีความสวยงามและสีสันแตกต่างกันน่าดูมาก
ปลาผีเสื้อ ปะการังคงจะเปรียบเป็นดอกไม้ให้ปลาผีเสื้อว่ายชื่นชม จะมีลักษณะปากยาวยื่นชอบกินสัตว์ที่ตัวอ่อนนุ่ม เช่นแมงกระพรุน หากินเป็นฝูง
ปลาขี้ตังเบ็ด ว่ายน้ำเร็วหางโค้งเป็นวงพระจันทร์ โคนหางมีเงี่ยงให้ในการป้องกันตัว อยู่รวมกันเป็นฝูง
ปลาวัว ดูแล้วหน้าตาตลกเป็นที่สุดแต่มีสีสันสวยงามมาก เป็นสีสันที่สวยงามที่หาไม่ได้อีกแล้ว ปลาวัวมีหลายชนิดหน้าตาแตกต่างกันไปแต่ยังงัย เขาก็เป็นสีสันในแนวปะการังที่ทุกคนเห้นแล้วต่างก็ทึ่งในความสวยงามของเขา
งูทะเล จะพบในแนวปะการังเป็นบางครั้ง บางชนิดมีพิษที่รุนแรง หางจะแบนมีลักษณะคล้ายใบพายช่วยในการว่ายน้ำ จะไม่ทำอันตรายเราถ้าเราไม่ไปยุ่งหรือทำให้เขาตกใจ เช่นงูปล้องดำ พวกนี้จะกินกุ้งปูและไข่ปลาเป็นอาหาร
เต่าทะเล ปัจจุบันเต่าทะเลเหลือน้อยมากโดยเฉพาะเต่ากระ เพราะถูกล่าเพื่อนำกระดองไปทำเครื่องประดับ เต่าเมืองไทยมี 5 ชนิด พวกนี้จะกินทั้งพืชและสัตว์ ในรูปจะเป็นเต่ากระที่กำลังช้าว่ายลัดเลาะไปตามแนวปะการังเพื่อหาอาหาร แต่เมื่อใดที่มีอันตรายมาจะพุ่งหนีด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มาถึงตอนนี้ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแนวปะการังมีอะไรบ้าง มีความสัมพันธ์กันแบบใดอย่างน้อยความรู้ที่เรามีตรงนี้คงพอที่จะทำให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษณ์และรักษาสิ่งต่างเหล่านี้ใว้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกหลานของเรา ก่อนที่พวกเขาจะต้องเรียนรู้ว่า เคยมีชีวิตเหล่านี้อยู่ใต้ท้องทะเล เคยมีความสวยงามที่น่ามหัศจรรย์ และสิ่งสวยงามเหล่านี้เคยอยู่ในทะเลไทย แต่ให้พวกเขาเรียนรู้ชีวิตเหล่านี้ด้วยตัวเขาเองในสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม และจะคงอยู่คู่โลกเราตลอดไป...
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com