www.talaythai.com
Last Update : Saturday 20 January, 2001 3:59 AM

ขี้ปลาอะไร....ทำให้ตายได้

นางสาวพิมพ์วลัญช์ สังข์จำปา
รหัส 42620401 วิชา สัมมนา
ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

 

 

          ในน้ำทิ้งที่ลงสู่ทะเลส่วนใหญ่จะมีธาตุอาหารที่พืชต้องการ สารอินทรีย์และไนเตรต ฟอสเฟตในน้ำเสีย ทำให้การเจริญเติบโตของพืชเพิ่มขึ้น แหล่งที่สำคัญแหล่งอื่นของธาตุอาหารพืชคือปุ๋ยจากการเกษตร การใส่ของสารอาหารที่เพียงพอทำให้พืชที่อยู่ในทะเลโตขึ้น มีผลดีกับจำนวนห่วงโซ่อาหาร แต่ว่าถ้ามีมากเกินไปก็จะมีผลทำให้มีการเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนของพืชมากเกินไปเนื่องจากการมีปริมาณของสารอาหารในแหล่งน้ำมากเกินไป(Eutrophication) ทำให้เกิดผลเสียกับสัตว์น้ำและโครงสร้างของประชากรเปลี่ยนไป

          การเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว( bloom )ของแพลงก์ตอนพืช(สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในแหล่งน้ำ)เนื่องจากการเพิ่มของสารอาหารที่มีปริมาณมากเกินไปซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญกับการเจริญเติบโต สารอาหารชนิด phosphorus ,nitrogen และ silicon จัดเป็น limiting factor ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี(Red tide) หรือที่มักเรียกกันทั่วไปว่า ขี้ปลาวาฬ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แต่เนื่องจากกลิ่นที่เหม็นและมีลักษณะเป็นกลุ่มลอยเป็นแพ ชาวบ้านจึงใช้ชื่อนี้กันติดปาก เมื่อเกิดขึ้นจะมีผลทำให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนไปอาจเป็นสีแดง เขียว เหลือง น้ำตาล หรือขาวขึ้นอยู่กับชนิดของแพลงก์ตอนพืช ซึ่งอาจมีปริมาณมากถึง 50 ล้านเซลล์ต่อลิตร

      

แพลงก์ตอนพืชบางชนิดจะมีพิษอยู่ภายในตัวเมื่อเกิดการ bloom พิษนั้นจะสามารถถ่ายทอดไปสะสมในหอยสองฝาที่กินมันเป็นอาหาร เช่น หอยแมลงภู่ ที่เรามักนิยมกินกันทำให้เกิดอาการท้องร่วง บางชนิดทำให้เป็นอัมพาตหรือที่รุนแรงอาจถึงตายได้ถ้าบริโภคหอยในปริมาณมากเกินไปพิษอาจเข้าสู่หัวใจ เวลาที่กินหอยจากทะเลก็คงต้องระวังกันหน่อยว่าเก็บเกี่ยวมาจากบริเวณใด ถ้าในบริเวณที่ท้องทะเลมีสีไม่เหมือนเดิม มีสีสันแปลกตาไปละก็! อย่าเสี่ยงดีกว่า ยอมอดดีกว่าท้องร่วง

          ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่อาจต้องรับผลกรรมที่มนุษย์ด้วยกันได้สร้างไว้ สัตว์น้ำอาจต้องพบจุดจบ เนื่องจากมีการอุดตันบริเวณเหงือกและโครงสร้างอื่นๆ ทำให้ขาดออกซิเจน และทำให้สภาพของแหล่งน้ำมีคุณภาพไม่ดี อาจมีสี มีกลิ่นที่เปลี่ยนไป การเกิด red tideมีผลทำให้ปริมาณของออกซิเจนที่บริเวณผิวน้ำมีค่าสูงเพราะแพลงก์ตอนพืชสังเคราะห์แสงเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นตลอด ที่บริเวณพื้นออกซิเจนกลับลดลงเนื่องจากแบคทีเรียที่คอยกินซากของแพลงก์ตอน โดยมันจะใช้ออกซิเจนในการย่อยสลาย

 

          เราลองมาศึกษาพื้นที่ที่มีการปล่อยน้ำทิ้งจากแหล่งต่างๆ ในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้เป็นการเพิ่มปริมาณของสารอาหารจำนวนมากในแหล่งน้ำ ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้โดยใช้บริเวณปากอ่าวที่มีแม่น้ำจากแหล่งน้ำจืดไหลลงมารวมที่บริเวณนี้ด้วย

          อ่าวบ้านดอนตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฐานีซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกทางภาคใต้ของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 1,200 ตารางกิโลเมตร ความลึกสูงสุดประมาณ 7 เมตร

          บริเวณด้านตะวันออกของอ่าวท่าซาง มีการทำฟาร์มหอยแครง ด้านใต้ของอ่าวกาญจนดิษฐ์ เลี้ยงหอยนางรม ประมาณ 5,300 ha เป็นป่าชายเลนที่ถูกแปรสภาพเป็นบ่อกุ้ง ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นปัญหาสำคัญ น้ำทิ้งจากบ่อกุ้งซึ่งมีปริมาณของธาตุอาหารสูงเนื่องจากการสลายตัวของอาหารและสิ่งขับถ่ายจากกุ้ง ถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำบริเวณปากอ่าวโดยไม่ผ่านการบำบัด ส่วนใหญ่จะมาจากคลองและลงสู่แม่น้ำตาปี ซึ่งจะมีผลมากกับคุณภาพน้ำ ทำให้ความเค็มมีค่าไม่สม่ำเสมอและมีผลกับการเจริญเติบโตของปะการังนอกชายฝั่ง

          บริเวณริมแม่น้ำตาปีมักจะเป็นแหล่งของโรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น ที่พุนพินจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมครบวงจร โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม ใกล้ปากอ่าวมีโรงงานผลิตอาหารปลาและกุ้งอบแห้งกระป๋อง บางส่วนยังไม่มีการจัดระบบบำบัดน้ำเสียจึงทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณนี้เสื่อมโทรมลง รวมทั้งน้ำทิ้งจากชุมชนบ้านเรือนโดยเฉพาะในเขตตัวเมือง การไหลของน้ำจากแม่น้ำลำคลองจากบริเวณอื่นสู่ปากอ่าว การปล่อยน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลานและรัชประภาซึ่งอยู่ด้านบนของแม่น้ำตาปี จะไหลมารวมตัวกันที่ปากอ่าวลงสู่ทะเล พบว่าเป็นตัวการที่ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำมีค่าลดต่ำลงมีสภาพเป็น anaerobic เนื่องจากปริมาณสารอินทรีย์ในน้ำ ทำให้น้ำมีกลิ่นเหม็นและส่งผลเสียต่อสัตว์น้ำได้

          บริเวณชายฝั่งของประเทศแถบเอเซียใต้มีระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากสภาพอากาศเขตอบอุ่นร้อนมีฝนตกมาก ทำให้มีแนวปะการังและป่าชายเลนที่หนาแน่น น้ำในบริเวณนี้มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงเนื่องจากมีธาตุอาหารสู่แหล่งน้ำสูง การเห็นถึงความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณปากอ่าว บริเวณที่มีการเพาะเลี้ยง กิจกรรมต่างๆของมนุษย์ และแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่อกับคลองและแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลทางปากอ่าว จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับมนุษย์ที่ใช้ทรัพยากรจากทะเล และสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ตลอดไป

 

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

HitBox