![]() Last Update : Saturday 20 January, 2001 3:55 AM |
|
คู่มือวิเคราะห์ชนิดปลากะตักที่พบในน่านน้ำไทย
(Key to species of Anchovies in Thai waters)
นายสันติ พ่วงเจริญ
รหัสประจำตัว 42620310
รายงานวิชาสัมมนา
ปลากะตักหรือปลาไส้ตันเป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็กอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ลำตัวเรียวยาว แบนข้าง มีสันหนามที่ท้อง ขากรรไกรบนยาวเลยหลังตา ครีบหลังตอนเดียว ครีบหางเว้าลึก มีแถบสีเงินพาดผ่านในแนวยาวของลำตัว ที่พบในน่านน้ำไทย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือปลากะตักตัวกลมในสกุล Encrasicholina จำนวน 3 ชนิด และกะตักตัวแบนในสกุล Stolepholus จำนวน 11 ชนิด
ปลากะตักเป็นกลุ่มปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากลักษณะเนื้อเยื่อของปลาในกลุ่มนี้มีโปรตีนในระดับค่อนข้างสูง เปื่อยยุ่ยง่าย จึงนิยมใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำปลา ซึ่งน้ำปลาที่ได้จะมีสีสวย กลิ่นหอม และรสชาติดี นอกจากนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นปลาตากแห้ง หรือเป็นที่รู้จักในนามของปลาไส้ตันตากแห้งหรือปลาฉิ้งฉ้าง
ปัจจุบัน ได้มีการทำการประมงปลากะตักอย่างหนัก ประกอบกับการทำการประมงที่ผิดวิธี เช่น การใช้อวนตาถี่ล้อมจับ โดยเฉพาะเวลากลางคืนซึ่งต้องใช้ไฟล่อปลากะตักให้รวมกลุ่ม ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทำให้ปริมาณปลากะตักลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว ปริมาณปลาที่เหลืออยู่ไม่สามารถสร้างปลารุ่นขึ้นทดแทนส่วนที่ถูกจับไปได้
การวางแผนอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรปลากะตักจังมีความจำเป็นอย่างมาก ในการรักษาปลาปลากะตักอันเป็นชลสมบัติของประเทศไทย เนื่องด้วยปลากะตักเป็นปลาที่มีขนาดเล็ก และความหลากหลายทางชนิดพรรณค่อนข้างสูง อีกทั้งลักษณะของเนื้อเยื่อปลากะตักที่มีการย่อยสลายเร็ว จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการศึกษาวิเคราะห์ชนิด อันเป็นขั้นตอนหนึ่งในการศึกษาและวางแผนอนุรักษ์ฯ ต่อไป
คู่มือวิเคราะห์ชนิดพรรณปลากะตักที่มีประสิทธิภาพ จึงมีส่วนช่วยใหการวิเคราะห์ชนิดปลากะตักเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามชนิดพรรณ ความผิดพลาดการวิเคราะห์ชนิดจะมีผลให้การศึกษาเพื่อจัดการทรัพยากรเป็นไปในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง แม้ว่าปลากะตักจะมีลักษณะวงจรชีวิตคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย แหล่งวางไข่ ฯลฯ แต่ใช่ว่าจะเหมือนกันเลยทีเดียว
ดังนั้นผู้เขียนจึงได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาอนุกรมวิธานของปลากะตัก และจัดทำคู่มือวิเคราะห์ชนิดพรรณปลากะตักที่พบในน่านน้ำไทยเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรปลากะตักต่อไป
ปลากะตักที่พบในน่านน้ำไทย
จากรายงานของ สืบสิน และประจิตร (2538) และ Wongratana (1985) พบว่าปลากะตักในน่านน้ำไทยมีทั้งสิน 2 สกุล14 ดังนี้
1.1 Stolephorus insularis (Hardenberg , 1933) หรือ Hardenberg anchovy
1.2 S.tri (Bleeker , 1852) หรือ Spine anchovy
1.3 S.dubiosus (Wongratana , 1980) หรือ Thai anchovy
1.4 S.baganensis (Hardenberg , 1933) หรือ Bagan anchovy
1.5 S.ronquilloi (Wongratana , 1980) หรือ Ronquillo 's anchovy
1.6 S.andhraensis (Babu Rao , 1966) หรือ Andhraesis anchovy
1.7 S.indicus (van Hassett , 1823) หรือ Indian anchovy
1.8 S.chinensis (G?nther , 1880) หรือ China anchovy
1.9 S.waitei (Jordan and Seale , 1926) หรือ Spotty - face anchovy
1.10 S.brachycephalus (Wongratana , 1980) หรือ Broadhead anchovy
1.11 S.commersonii (Lac?p?de , 1803) หรือ Commerson 's anchovy
1.12 Encrasicholina devisi (Whitley , 1940) หรือ Devis 's anchovy
1.13 E.heteroloba (R?ppell , 1837) หรือ Shorthead anchovy
1.14 E.punctifer (Fowler , 1938) หรือ Buccaneer anchovyการวิเคราะห์ในระดับสกุล (Key to Genera)
แผ่นกระดูกใต้คางไม่แผ่กาง , ลำตัวแบนข้าง .. .Stolephorus
แผ่นกระดูกใต้คางแผ่กางออก , ลำตัวค่อนข้างป้อม . ..Encrasicholinaการวิเคราะห์ในระดับชนิด (Key to species)
สกุล Stolephorus
1a. มีหนามขนาดเล็กหน้าฐานครีบหลัง .. 2
1b. ไม่มีหนามขนาดเล็กหน้าฐานครีบหลัง .. 52a. ไม่มีหนามระหว่างฐานครีบท้อง ... ...S.insularis
2b. มีหนามระหว่างฐานครีบท้อง ... ...33a. มีแถบสี 1 คู่ระหว่างแนวกลางหลัง ทั้งตอนหน้าและท้ายครีบหลัง ..S.tri
3b. มีแถบสี 1 คู่ระหว่างแนวกลางหลัง เฉพาะตอนท้ายครีบหลัง ..44a. ซี่กรองเหงือก ตอนบน 19-24 ซี่ , ตอนล่าง 25-31 ซี่ S.dubiosus
4b. ซี่กรองเหงือก ตอนบน 16-19 ซี่ , ตอนล่าง 20-24 ซี่ .S.baganesis
5a. ส่วนท้ายของกระดูก preopercle โค้งเว้า .6
5b. ส่วนท้ายของกระดูก preopercle กลมมน .. .76a. มีแถบสี 1 คู่ระหว่างแนวกลางหลัง ตอนท้ายครีบหลัง .S.ronquilloi
6b. ไม่มีแถบสีระหว่างแนวกลางหลัง .S.andhraensis7a. กระดูกขากรรไกรบนยาวไม่ถึงส่วนหน้าของกระดูก preopercle ...S.indicus
7b. กระดูกขากรรไกรบนยาวเลยส่วนหน้าของกระดูก preopercle .. .88a. ปลายครีบท้องยาวไม่ถึงเส้นลากผ่านหน้าฐานครีบหลัง .9
8b. ปลายครีบท้องยาวถึงหรือเลยเส้นลากผ่านหน้าฐานครีบหลัง .109a. ซี่กรองเหงือก ตอนบน 18-19 ซี่ ตอนล่าง 26-27 ซี่ ...S.chinensis
9b. ซี่กรองเหงือก ตอนบน 14-17 ซี่ ตอนล่าง 19-24 ซี่. .. S.waitei10a. ก้านกระดูกชูกระพุ้งแก้ม 10-11, ก้านครีบอก 12-13 S.brachycephalus
10b. ก้านกระดูกชูกระพุ้งแก้ม 12-13, ก้านครีบอก 13-15 . S.commersoniiสกุล Encrasicholina
1a. ปลายขากระดูกกรรไกรบนกลมมน . .E.punctifer
1b. ปลายกระดูกขากรรไกรบนเรียวแหลม .. 22a. ความยาวมาตรฐานเป็น 3.6-3.8 เท่า ของความยาวหัว . E.devisi
2b. ความยาวมาตรฐานเป็น 3.9-4.6 เท่า ของความยาวหัว E.heteroloba
เอกสารอ้างอิง
กรมประมง. 2542. สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ปลากะตักในอ่าวไทย". เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 1. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 27 หน้า.
ไพเราะ ศุทธากรณ์ , บุญศรี จารุธรรมโสภณ และ ทัศพล กระจ่างดารา. 2539. ลักษณะทางชีววิทยาบางประการของปลากะตักที่พบในอ่าวพังงา. เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 39. กรมประมง. 68 หน้า.
ศูนย์พัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน. 2539. ชีวประวัติของปลากะตัก. กรมประมง. 61 หน้า.
Whitehead, P.J.P., G.J. Nelson and T. Wongratana. 1988. FAO species catalogue ; clupeoid fishes of the world. Vol.7. Part 2. Food and Agriculture Organization of the United Nations. Rome. 579 pp.
Wongratana, T. 1980. Systematic of clupeoid fishes of the Indo-Pacific region. Ph.D. thesis. Facuty of Science, University of London. 2 vols. 432 pp.
_____________. 1983. Diagnoses of 24 new species and proposal of a new name for a species of Indo-Pacific Clupeoid fishes. Japanese Journal of Ichthyology. Vol. 9. No. 4. pp. 385-407.
_____________. 1985. An artificial key for the identification of the Indo-Pacific anchovies of the genus Stolephorus. The Journal of scientific reserch. Vol. 10 : 1. pp. 25-45.
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com