www.talaythai.com
Last Update : Saturday 12 May, 2001 4:44 PM

มหัศจรรย์ป่าชายเลน

นางสาววารินทร์ พิศโหมก
รหัส 42620252
ภาควิชาชีววิทยาประมง
วิชา Marine Ecology

          เมื่อสมัยแต่ก่อนเก่านานมาแล้ว เคยได้ยินผู้เฒ่าทั้งหลายสั่งสอนว่า "สิ่งใดที่มีคุณอนันต์ มักจะมีโทษมหันต์ด้วยเสมอ" แต่เมื่อเติบโตขึ้นมาผกผันชีวิตมาเป็นนิสิตหญิงคณะประมง จึงเกิดความสับสนหลายอย่างกับคำสั่งสอนเดิม ที่ติดใจที่สุดก็คือ ไม่เห็นจริงเลย อย่างน้อยก็มีอย่างนึงละ ที่ไม่เคยเห็นมีโทษกับใคร นั่นคือ ป่าชายเลน

          ป่าชายเลนเป็นป่าประเภทไม่ผลัดใบ จะมีชนิดพรรณไม้ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเขียวชะอุ่มตลอดปี บางที่มีชื่อเล่นว่า ป่าเลนน้ำเค็ม ลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดคือ การมีรากค้ำยัน และรากหายใจที่ระโยงระยางแตกต่างกันไป ป่าชายเลนเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่ามหาศาล และสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณนั้นและที่ใกล้เคียง ไม้ในป่าชายเลนถูกนำมาใช้เป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่อาศัย บ้านเรือน เครื่องประดับตกแต่ง และใช้ในการเกษตรกรรมและการประมง ใช้เป็นไม้ค้ำยันต้นผลไม้ เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำ เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน และเป็นแหล่งอาหารของทั้งมนุษย์และสัตว์นานาชนิด ดังนั้นในเมื่อป่าชายเลนมีคุณประโยชน์เหลือคณานับเช่นนี้ แสองว่าต้องมีสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างที่พิเศษ เรามาทำความรู้จักกับมันกันเถอะว่า สิ่งมหัศจรรย์นั่นคืออะไร

พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน

          ในป่าชายเลนไม่ใช่จะมีเพียงพันธุ์ไม้วงศ์โกงกางเพียงอย่างเดียวเท่านั้นยังมีพันธุ์ไม้ในวงศ์อื่นๆปะปนอยู่ด้วย ส่วนใหญ่แล้วพันธุ์ไม้ในป่าชายเลนโดยทั่วไปจะมีความสูงอยู่ประมาณ 20-30 เมตร นอกจากพงกาหัวสุมที่เป็นข้าวนอกนาสูงที่สุดของป่าชนิดนี้ได้ถึง 40 เมตร ชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลน แบ่งออกตามวงศ์ที่สำคัญที่สำคัญ บางชนิดได้ดังนี้

    1. สกุลไม้โกงกาง เป็นพระเอกของป่าชายเลนเลยก็ว่าได้ เขียวชอุ่มตลอดปี มี 2 ชนิด ได้แก่

โกงกางใบใหญ่

โกงกางใบเล็ก
    1. สกุลไม้ประสักหรือพังกา มีหลายชนิดแต่ที่เด่นๆมี 4 ชนิดคือ

พังกาหัวสุมดอกแดง

พังกาหัวสุมดอกขาว
    1. สกุลไม้โปรง มีชนิดเด่น 2 ชนิดคือ

โปรงแดง
    1. สกุลไม้แสม ที่เด่นๆ มี 4 ชนิดคือ

แสมขาว
  1. สกุลไม้ลำพูน ลำแพน

ลำพูทะเล
  1. สกุลไม้ตะบูน

ตะบูนขาว

ตะบัน
  1. สกุลไม้ฝาด

ฝาดดอกแดง

ฝาดดอกขาว
  1. สกุลเหงือกปลาหมอ เช่น

เหงือกปลาหมอดอกม่วง
  1. สกุลไม้ตีนเป็ด

ดอกต้นตีนเป็ดทะเล

ผลต้นตีนเป็ดทะเล
  1. ไม้สกุลอื่นๆ ที่สำคัญ

ต้นตาตุ่มทะเล

ต้นจาก

ต้นเสม็ด

ดอกปอทะเล

ต้นโพธิ์ทะเล

ต้นรักทะเล

          จะเห็นได้ว่าพรรณไม้ในป่าชายเลน ส่วนใหญ่มีประโยชน์เป็นพืชในด้านสมุนไพรแทบทั้งสิ้น เช่น

  1. โกงกางใบเล็กและโกงกางใบใหญ่ เปลือกใช้ต้มน้ำรับประทานเป็นยาสมานแก้ท้องร่วง คลื่นเหียนอาเจียน แก้บิดเรื้อรัง ภายนอกใช้เปลือกต้มน้ำล้างบาดแผลเรื้อรัง เปลือกตำพอกห้ามเลือดใยบาดแผลสดได้ดี

  2. โปรงแดง เปลือกมีรสฝาดใช้ต้มน้ำล้างบาดแผล

  3. โปรงขาว เปลือกมีรสฝาดจัดใช้เปลือกต้มน้ำรับประทานแก้ท้องร่วง แก้อาเจียน แก้บิด เปลือกตำพอกใช้ห้ามเลือด

  4. แสมดำและแสมขาว แก่นจะมีรสเค็มเฝื่อน ต้มน้ำแก้ลมในกระดูก แก้กษัยโดยมากจะใช้คู่กับแก่นแสมสาร เป็นยาขับเลือดเสียของสตรี

  5. ตะบูนขาว ตะบูนดำ เมล็ดรับประทานแก้ท้องร่วง แก้บิด เปลือกต้ม และผลรับประทานแก้โรคอหิวาห์

  6. ตาตุ่ม เนื้อไม้ ควันที่เกิดจากการเผาไม้ ตาตุ่มใช้รักษาพวกที่เป็นโรคเรื้อนได้ดี ใบแก้ลมบ้าหมู

  7. สำมะงา ใบใช้ภายนอก ตำพอก ต้มน้ำชะล้างบาดแผลหรือตากแห้งบดเป็นผงทาหรือโรยบริเวณที่เป็นแผล ใบสดต้มน้ำเคี่ยวชะล้างบริเวณที่เป็นฝี ผื่นคัน แผลเน่าเปื่อย

  8. เหงือกปลาหมอดอกม่วง และเหงือกปลาหมอดอกขาว ทั้งต้น รากนำมาต้มอาบแก้พิษไข้ ส่วนหัวแก้ผื่นคัน แก้โรคผิวหนังทุกชนิด ถ้าใช้รับประทานเป็นยาพิษฝีดาษ

  9. จาก ใบมีรสฝาดแก้ลมจรต่างๆ บัลเสมหะ และดับพิษเกือบทุกชนิด น้ำตาลจากจากใช้สมานแก้ริดสีดวงทวาร

  10. ปรงทะเล ยางจากลำต้นใช้ทารักษาแผลหรือฝี เพื่อดูดหนองและดับพิษ

 

สัตว์ในป่าชายเลน

          ป่าชายเลนเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยสัตว์หลายชนิดทั้งที่เป็นสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลาน ในป่าชายเลนจะพบสัตว์ที่เป็นตัวแทนเกือบทุกไฟลัม นับตั้งแต่สัตว์ที่มีขนาดเล็ก อย่างเช่น โปโตซัว พวกหนอนตัวกลม (nematode) หนอนตัวแบน (nemertines) และพวกไส้เดือนทะเล (polychaete)


ภาพหนอนตัวกลม

          นอกจากนั้นยังมีสัตว์กลุ่มอื่นๆก็มีพวกกุ้ง หอย ปู ปลา ที่พบมากในบริเวณนี้อาจอาศัยอยู่บางช่วงของวงจรชีวิตของมัน หรืออาศัยอยู่ตลอดชีวิตของมันเลยก็มี พวกหอยที่สำคัญได้แก่ หอยสองฝา เช่นหอยนางรม หอยแครงและหอยจอบซึ่งอาจพบฝังตัวในดินหรือเกาะตามรากและลำต้นของพรรณไม้ในป่าชายเลน หอยขี้นกหรือหอยเจดีย์ที่กระจายตามพื้นและแหล่งที่น้ำชื้นแฉะ รวมทั้งหอยปากเป็ดที่รูปร่างแปลกประหลาด


หอยขี้นกหรือหอยเจดีย์

หอยปากเป็ด

          สัตว์จำพวกอาร์โทปอด ( Arthropod ) พบมากเช่นกัน นับตั้งแต่แมงดาทะเลที่เป็นกลุ่มสัตว์ดึกดำบรรพ์


ภาพแมงดาทะเล

          พวกแมลงที่มีผลกระทบต่อพรรณไม้ในป่าชายเลนด้วย และพวกครัสตาเชียนที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่พบมากตามป่าชายเลน อันได้แก่ พวกปูหลากหลายชนิด เช่น ปูก้ามดาบ ปูแสม ปูม้าและปูทะเล พวกปูมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวจักรสำคัญที่ช่วยหมุนเวียนธาตุอาหารและแร่ธาตุต่างๆจากใต้ดินขึ้นสู่บนบก


ปูก้ามดาบ

ปูแสม

แสมก้ามแดง

ปูทะเล

เปี้ยวขาแดง

          นอกจากปูแล้วยังมียังมีพวกเพรียงหินที่เกาะตามรากพืชหรือตามต้นไม้ พวกกุ้งดีดขัน แม่หอบและกุ้งอีกหลายชนิด เช่นกุ้งตะกาด กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ก็พบได้เสมอ พวกแอมฟิ พอด ( Amphipod ) และแมงสาบทะเลก็พบอยู่ประปราย ตามซากใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้น


แม่หอบ

กุ้งแชบ๊วย

กุ้งกุลาดำ

กั้งตั๊กแตน

แมงดาทะเล

แอมฟิพอด

แมงสาบทะเล

          สัตว์ชั้นสูงที่พบเสมอๆนอกจากปลาที่เป็นชนิดเด่น อย่างเช่น ปลากะพงขาว ปลาเก๋าแล้วยังพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ค้างคาว ลิงแสม ลิงลม แมวป่า หมูป่า และอีเก้ง ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะเข้ามาในป่าชายเลนเป็นบางเวลาเพื่อหาอาหาร นอกจากนี้แล้วยังมีนกหลายชนิด เช่น นกแซงแซว นกกินเปี้ยว อีกด้วย งูชนิดต่างๆ ตะกวด เต่า จระเข้และนากยังเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับตัวอื่นๆ


ปลากะพง

ลิงแสม

แซงแซว

นกกินเปี้ยว

งูเหลือม

นาก

งูปล้องทอง

ปลาตีน

โคพีพอด

          เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันป่าชายเลนของเราได้ลดความมหัศจรรย์ลงจนแทบไม่เหลือแล้ว ลูกหลานเด็กรุ่นใหม่ๆจะไม่มีโอกาสได้เห็นสัตว์บางชนิดที่อยู่เฉพาะในป่าชายเลนเท่านั้น อย่างเช่น แม่หอบ จะไม่รู้ว่าเคยมีตัวนี้อยู่ด้วยหรือ แล้วเกิดคำถามต่อไปว่า แล้วมันหายไปไหนล่ะ ผู้ใหญ่ฟังแล้วคงจะสะดุ้ง ไม่มีคำตอบ เพราะต่างรู้อยู่แก่ใจว่า พวกเขาเองที่พลั้งพลาด และโง่เขลา เป็นผู้ทำลายมันเองกับมือ ตัวร้ายที่สุด คือการเปลี่ยนป่าชายเลนอันสวยงามเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งที่คิดว่าทำรายได้อย่างดี ปี 2530 มีพื้นที่นากุ้งประมาณ 689,120 ไร่ คิดเป็น 64.3 % ของพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนทั้งหมด ซึ่งเป็นการทำลายป่าชายเลนอย่างที่สุด

          ดังนั้นเราเป็นประชาชนคนไทย เราควรรักษาและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนของเราเพื่อให้ลูกหลานของเราเอง ดังเช่นสมเด็จพระเทพฯทรงตระหนักและทรงเป็นห่วง พระองค์ได้ปลูกป่าเรียกว่า “ สวนป่าทูลกระหม่อม “ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนคนไทย ดังนั้น เราควรเริ่มปลูกป่าชายเลนกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ไว้ให้ลูกหลานของเราใช้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

เอกสารอ้างอิง

สนิท อักษรแก้ว. 2532. ป่าชายเลน นิเวศวิทยาและการจัดการ.

สุรินทร์ มัจฉาชีพ. 2532. สัตว์ชายฝั่งทะเลไทย. สำนักพิมพ์แพร่วิทยา, เพื่อกรุงเทพมหานคร. 270 หน้า.

สุรินทร์ มัจฉาชีพ และสมสุข มัจฉาชีพ. 2539. สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ. สำนักพิมพ์แพร่วิทยา, กรุงเทพมหานคร. 210 หน้า.

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. 2540. สวนป่าทูลกระหม่อม. เล่มที่1 การศึกษาวิจัยเบื้องต้น. บริษัท 21 เซนจูรี่ จำกัด. 92 หน้า.

ฝ่ายจัดการป่าชายเลน สำนักงานป่าไม้เขตศรีราชา กรมป่าไม้. 2540. ป่าชายเลนภาคตะวันออกของประเทศไทย. บริษัท เอส. พี. ออฟเซท แอนเซอวิส จำกัด. 79 หน้า.

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. 94 หน้า

 

กลับไปหน้าที่แล้ว

Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com

HitBox