![]() Last Update : Saturday 12 May, 2001 4:42 PM |
|
เพียงมีวันพรุ่งนี้ของป่าชายเลน
มนตรี สุมณฑา
ปฐมบท
ภายใต้การเติบโตของประเทศไทยอย่างไร้ทิศทางและจรรยาบรรณหรือที่ผู้บริหารเรียกว่า "การพัฒนา" นั้น ได้ให้ความสำคัญเพียงด้านเศรษฐกิจของคนส่วนน้อยจนมองข้ามความสำคัญของทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสังคมไป ดังนั้นทรัพยากรเหล่านี้จึงถูกทึ้งจากคนส่วนน้อยโดยอ้างเพื่อเศรษฐกิจของประเทศชาติทั้งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลประโยชน์จากเศรษฐกิจเหล่านี้เลย ทรัพยากรป่าชายเลนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการพัฒนา เช่น การขยายพื้นที่การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การสร้างชุมชนอุตสาหกรรม การสร้างสาธารณูปโภค เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้กำเนิดโดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อศักยภาพที่มีอย่างมหาศาลของป่าชายเลนที่มีต่อโลก วันนี้...ลมหายใจของป่าชายเลนของประเทศได้รวยรินลงทุกวันๆ แต่ก็ยังมีความหวังว่า "พวกเราทุกคน" จะช่วยต่อลมหายใจให้มี "วันพรุ่งนี้ของป่าชายเลน" ของทุกๆวัน
ป่าชายเลนคืออะไร ?
ป่าชายเลน( mangrove forest ) คือป่าที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำลำคลอง และบริเวณรอบเกาะที่มีสภาพพื้นที่เป็นดินเลนที่ได้รับอิทธิพลจากการขึ้นลงของน้ำทะเลอยู่เสมอ จัดอยู่ในประเภทป่าไม่ผลัดใบ มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแถบเส้นศูนย์สูตร
ภาพที่ 1 สภาพป่าชายเลนที่สมบูรณ์บริเวณอ่าวคุ้งกระเบนมีอะไรในป่าชายเลน ?
ขึ้นชื่อว่าป่าทั้งที ก็ต้องมีทั้งพืชและสัตว์ ลองบอกสิว่าในป่าชายเลนมีต้นอะไรบ้าง....นั่นแน่ ! นึกแล้วเชียว ว่าต้องตอบว่ามีแสม กับโกงกาง แล้วบางคนก็ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำ จริงๆแล้วพืชในป่าชายเลนบ้านเรามีประมาณ 74 ชนิด มีทั้ง โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก แสมขาว แสมดำ ลำพู ตะบูน พังกา ตาตุ่ม ตีนเป็ด เหงือกปลาหมอ โอ๊ย ! เยอะแยะ นี่ยังไม่ได้พูดถึงรา สาหร่ายต้นจิ๋วๆเลย แล้วรู้หรือเปล่าว่ามีกล้วยไม้รองเท้านารีที่แสนสวยในป่าชายเลนด้วย พืชที่ขึ้นในป่าชายเลนเหล่านี้จะมีการปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ที่มันอยู่ซึ่งมีความแตกต่างกันมากมายในแต่ละเขตในป่าเอง ดังนั้นพืชพวกนี้ก็จะมีการแบ่งเขตกันอยู่อย่างชัดเจน อย่างนี้ต้องบอกว่า "ถิ่นข้า...ใครอย่าแตะ"
ภาพที่ 2 การแบ่งเขตการขึ้นอยู่ของพันธุ์ไม้ในป่าชายเลน
โกงกางใบเล็ก
แสมขาว
ลำพูภาพที่ 3 พืชบางชนิดในป่าชายเลน
นอกจากจะมีพืชมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีสัตว์อีกตั้งหลายชนิด ลองดูในน้ำก่อนสิว่ามีอะไร นั่นแน่ ! เจอแล้ว นั่นกุ้งแชบ๊วย โน่นกุ้งกุลาดำ นี่หอยนางรม โอ้โฮ! ปลากะพงไล่อุบปลากระบอก แล้วนี่ปลาเก๋านี่นา โอ๊ย ! โดนปูทะเลหนีบ แต่ละตัวน่ากินทั้งนั้นเลยแต่ตัวหลังนี่เจ็บหน่อย เอ...พระเอกของเราอยู่ไหนหนา...นั่นไง ปลาตีนพระเอกของเราในป่าชายเลน คราวนี้มาดูตัวที่เราไม่ได้กินบ้าง ก็มีนกสารพัดนก เช่น นกกระเต็น นกแขกเต้า นกลุมพู สัตว์อื่นๆก็มีอีเห็น พังพอน ลิงแสม จระเข้น้ำเค็ม ตะโขง(เขาว่ามันมีนะ แต่มองแล้วมองอีกก็ไม่เห็นซะที ไม่รู้ว่ามันหนีไปไหนหมด) และแล้วก็มาถึงขวัญใจสาวๆ คือ เหี้ย(ขออภัย อันนี้เป็นชื่อตามทะเบียนบ้านของมันเลย มิใช่ชื่อในวงการฯ) งูเหลือม งูจงอาง งูปล้องทอง งูพังกา น่ากลัวไหมละ แต่ขอโทษ ขวัญใจสาวๆเหล่านี้ผู้เขียนรับเข้าสังกัดเอาไว้ถ่ายหนัง ออกรายการโทรทัศน์เป็นรายได้เสริมมาแล้ว เอาล่ะ ออกนอกเรื่องมาเยอะ เอาเป็นว่าระบบนิเวศวิทยาป่าชายเลนนับว่าเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นอันดับต้นๆเลยก็แล้วกัน
ปูทะเลกำลังทำอะไรกันเอ่ย
ปลาตีน เครื่องหมายการค้าของป่าชายเลน
นกกระเต็นอกขาวกำลังมองหาปลาอยู่
เหี้ย นี่แหละขวัญใจสาวๆ(เห็นแล้วกรี๊ด)
งูพังกา ผู้ล่าที่สำคัญในป่าชายเลนภาพที่ 4 สัตว์บางชนิดในป่าชายเลน
คุณค่าและการใช้ประโยชน์ป่าชายเลน
ประโยชน์และคุณค่าของป่าชายเลนมีมากมายมหาศาล ซึ่งโดยสรุปคุณค่าที่สำคัญมี 3 ประการหลัก คือ
คุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ
ด้านป่าไม้
ไม้จากป่าชายเลนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในลักษณะต่างๆกันหลายรูปแบบ เป็นต้นว่านำมาทำฟืนและเผาเป็นถ่าน ซึ่งนับเป็นถ่านไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุด นอกจากนั้น ไม้ป่าชายเลนยังนำมาทำเสาเข็ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือประมง และยังนำไปใช้ในด้านสมุนไพรได้อีกด้วย
ด้านประมง
ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำหลายชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหลบภัย และแหล่งอนุบาลตัวอ่อน เมื่อสัตว์น้ำเหล่านี้อยู่รอดมาจนโต คนก็ไปจับมากิน
ภาพที่ 5 คุณค่าทางด้านประมงของป่าชายเลนคุณค่าทางสิ่งแวดล้อม
ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมต่อระหว่างบกกับทะเล แสดงว่า ป่าชายเลนมีหน้าที่สำคัญในการปรับความสมดุลย์บริเวณชายฝั่ง ช่วยป้องกันการกัดเซาะและการพังทลายของชายฝั่ง และช่วยฟอกน้ำเสียจากแหล่งบนบกไปเป็นน้ำคุณภาพดีก่อนลงสู่ชายฝั่งทะเล และลดความรุนแรงของลมพายุชายฝั่งทะเล อีกทั้งเป็นที่รวบรวมของความหลากหลายทางชีวภาพสูง
คุณค่าต่อสังคม
ป่าชายเลน เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของราษฎรที่อาศัยบริเวณป่าชายเลนและชายฝั่ง เพราะเป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ตลอดจนเป็นเชื้อเพลิงให้ราษฎรเหล่านี้ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งศึกษาธรรมชาติที่สำคัญอีกด้วย
ภาพที่ 6 ชาวบ้านบริเวณป่าชายเลนกำลังเก็บหอยเพื่อเป็นอาหารเกิดอะไรกับป่าชายเลนตอนนี้
ปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการบริหารจัดการป่าชายเลนยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งมาจากปัญหาหลัก 4 ประการ ดังนี้
การลดลงและการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน
เนื่องจาก การใช้พื้นที่ป่าชายเลนขาดการวางแผนการจัดการที่ดี การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อกิจกรรมอย่างอื่นจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ทำนากุ้ง การสร้างแหล่งชุมชน ทำเหมืองแร่ แหล่งอุตสาหกรรม และนาเกลือ ซึ่งผู้บุกรุกเหล่านี้มักไม่กลัวกฎหมายบ้านเมืองและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบมักเพิกเฉยอีกด้วย และไม่ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภาพที่ 7 การบุกรุกแผ้วถางป่าชายเลนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าชายเลนขาดพื้นฐานของความยั่งยืน
การบริหารจัดการป่าชายเลนที่ผ่านมายังขาดการใช้ข้อมูลพื้นฐานทางวิชาการและการจัดระบบที่ดี โดยมีการจัดการทรัพยากรแต่ละชนิดเฉพาะด้าน อีกทั้งไม่ได้นำผลการวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องป่าชายเลนยังมีน้อย จึงนำไปสู่การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และไม่เกิดผลอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม ส่วนผลอย่างยั่งยืนก็คือเมื่อมีการจัดการไปแล้วเราไม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาที่เกิดจากการจัดการตอนแรกนั่นเอง
การมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่เพียงพอ
การบริหารจัดการป่าชายเลน จะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ต้องได้รับความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ในการป้องกันรักษาป่าชายเลนและมีส่วนในกระบวนการตัดสินใจ การใช้ทรัพยากรป่าชายเลน จะต้องมีการจัดทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญการปลูกและฟื้นฟู การป้องกันและอนุรักษ์ป่าชายเลน
องค์กรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ป่าชายเลนมีหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าชายเลนจำนวนมาก แต่กรมป่าไม้เพียงหน่วยงานเดียวที่จัดการบริหารซึ่งภายในกรมป่าไม้เองก็ยังไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร ดังนั้นจึงยากที่จะให้ผลในทางปฏิบัติเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มติคณะรัฐมนตรีหลายฉบับมีแนวทางปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้ยากแก่การปฏิบัติของหน่วยงานที่รับผิดชอบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการป่าชายเลนเหตุผลและความจำเป็นในการจัดการป่าชายเลน เนื่องจากป่าชายเลนประสบปัญหาการบุกรุกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ในอดีตและคาดว่าความรุนแรงของปัญหาจะเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต ซึ่งเกิดจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม และในปัจจุบันภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี พ.ศ.2540 ได้กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการ การใช้ประโยชน์ การดูแลรักษา และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
เป้าหมายหลักในการจัดการป่าชายเลน
เพื่อจัดการป่าชายเลนให้สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ในทุกด้านอย่างยั่งยืน และต้องอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนที่เหลืออยู่พร้อมกับความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ต่อไปการฟื้นฟูและปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลนขึ้นใหม่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่ง
กำหนดขึ้นที่ป่าชายเลนซึ่งเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของเอกชนให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ
ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยให้มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
จัดทำแผนจัดการป่าชายเลนระดับชาติเพื่อจัดการป่าชายเลนให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการจัดการแบบผสมผสานเป็นหลัก
ข้อกำหนดแนวทางการจัดการป่าชายเลน
การที่เราจะเข้าไปจัดการป่าชายเลนให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย จะต้องมีการวางแนวทางการจัดการบนพื้นฐานที่สำคัญ คือ ข้อมูลความเป็นจริงของสถานการณ์ป่าชายเลน ความต้องการใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ข้อมูลทางวิชาการที่ได้จากการศึกษาวิจัย ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของบุคคลหลายๆฝ่าย ความต้องการหรือเจตนารมณ์ของมติคณะรัฐมนตรีทุกฉบับ ความถูกต้องและประโยชน์ที่ส่วนรวมพึงจะได้รับ และความเป็นไปได้ในการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การจัดการป่าชายเลนเพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืน
เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายหลัก และข้อจำกัดในการพิจารณา เพื่อวางแผนบริหารจัดการป่าชายเลน เพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการและวางแผนจะต้องดำเนินการในเรื่องหลักๆ ที่สำคัญดังต่อไปนี้
การจัดการพื้นที่ป่าชายเลน
การแบ่งเขตการใช้พื้นที่ป่าชายเลน เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จะต้องกำหนดเขตการใช้พื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. พื้นที่ป่าชายเลนเขตอนุรักษ์ หมายถึง พื้นที่ป่าชายเลนที่มีสภาพสมบูรณ์ในปัจจุบันและพื้นที่ซึ่งปลูกและฟื้นฟูในอนาคต ที่สงวนไว้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อใช้ประโยชน์เฉพาะด้านป่าไม้และประมงอย่างยั่งยืน และใช้ประโยชน์ในทางวิชาการบนพื้นฐานของหลักวิชาการป่าไม้และทุกสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
2. ป่าชายเลนเขตพัฒนา หมายถึง พื้นที่ป่าชายเลนที่สามารถนำไปพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ทุกด้านตามหลักวิชาการป่าไม้ และทุกสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมบนพื้นฐานความสมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และไม่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนเขตอนุรักษ์
การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนเขตอนุรักษ์และเขตพัฒนา จะต้องดำเนินการโดยให้กรมป่าไม้เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ตามแผนการจัดการป่าชายเลนระดับชาติและแผนจัดการป่าชายเลนระดับจังหวัด โดยเน้นการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนที่มีอยู่ในปัจจุบันมิให้มีการบุกรุกเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการยึดครองพื้นที่ การตัดต้นไม้ หรือ ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนในเขตป่าชายเลน หากมีการบุกรุกเพิ่มเติมให้ดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดทันทีการประยุกต์ระบบผสมผสานเพื่อประโยชน์เอนกประสงค์ในการใช้พื้นที่ป่าชายเลนเพื่อกิจกรรมบริเวณชายฝั่งทะเล คือ การใช้พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุดและปราศจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์นั้น นอกเหนือจาการกำหนดเขตพื้นที่การใช้ประโยชน์เป็นอันดับแรกดังที่กล่าวมาแล้วควรจะนำระบบผสมผสานเพื่อประโยชน์เอนกประสงค์ (multiple use system)เข้ามาประยุกต์ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนโดยยึดพื้นฐานทางด้านวิชาการ ความเหมาะสมของพื้นที่ และประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
ภาพที่ 8 การใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณป่าชายเลนแบบผสมผสานการป้องกันและอนุรักษ์ป่าชายเลน
1. สำรวจ กำหนดแนวเขต รังวัด และจัดทำเครื่องหมายแสดงแนวเขตป่าชายเลนให้ชัดเจนและถาวรเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ
2. จัดระบบป้องกันและอนุรักษ์ป่าชายเลน พร้อมทั้งจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการบุกรุกพื้นทรี่ป่าชายเลนเขตอนุรักษ์อย่างเข้มข้น
3. ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัคร และสนับสนุนให้องค์กรท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานของรัฐที่มีศักยภาพดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการลาดตระเวณ ตรวจตรา และเฝ้าระวังการลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนการปลูกและการฟื้นฟูป่าชายเลน
1. สำรวจพื้นที่ป่าชายเลนเขตอนุรักษ์ที่เสื่อมสภาพ พื้นที่นากุ้งที่ทิ้งร้าง พื้นที่เหมืองแร่ร้าง พื้นที่เลนงอกใหม่ และพื้นที่อื่นๆ ที่เหมาะสมเพื่อเร่งรัดปลูกป่าชายเลน
2. การจัดทำแนวกันคลื่นตามแนวชายฝั่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่เลนงอกใหม่ แล้วปลูกป่าชายเลนในพื้นที่เกิดขึ้นใหม่
3. จัดทำแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าชายเลน และสร้างสวนรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชายเลน4. เพาะชำกล้าไม้ป่าชายเลน เพื่อสนับสนุนการปลูกฟื้นฟูป่าชายเลน
5. ส่งเสริมหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา โรงเรียนวัด องค์กรท้องถิ่น และประชาชนโดยทั่วไป ให้มีการปลูกฟื้นฟูป่าชายเลน6. ส่งเสริมการดำเนินงานพัฒนาป่าชายเลนชุมชน
ภาพที่ 9 การปลูกป่าชายเลนของเยาวชนการศึกษาวิจัย และการประยุกต์ใช้
1. กำหนดกรอบแนวทางในการวิจัยป่าชายเลน โดยกำหนดแผนการศึกษาวิจัย และพัฒนาป่าชายเลนให้ครอบคลุมทุกด้าน รวมทั้งการจัดการทรัพยากรชายฝั่งและระบบนิเวศของป่าชายเลน ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว
2. สร้างกลไก และเครือข่ายในการประสานงาน และการศึกษาวิจัยร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ
3. ส่งเสริม สนับสนุนงบประมาณและอัตรากำลังในการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการจัดการป่าชายเลน ในระดับจังหวัด พร้อมทั้งรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับป่าชายเลน
ภาพที่ 10 การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับป่าชายเลนการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ และส่งเสริม
เร่งรัดดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง และผ่านองค์กรทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยให้เน้นในระดับตำบลและหมู่บ้าน โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล และชุมชน จัดอบรมเยาวชน ชาวประมง ผู้นำชุมชน และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับป่าชายเลน เพื่อปลูกฝังทัศนคติและระดมกำลังในการอนุรักษ์ป่าชายเลน รวมทั้งการจัดประชุมประจำปีเพื่อระดมความคิดด้านป่าชายเลน สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับป่าชายเลน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การติดตามตรวจสอบ และประเมินผล
ต้องมีการสำรวจ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลน และรวบรวมจัดทำฐานข้อมูลป่าชายเลนให้เป็นระบบเดียวกันเพื่อใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย วางแผน และปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานทุกระดับ และเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์
การจัดองค์กรในการบริหารจัดการป่าชายเลน
องค์กรบริหารของกรมป่าไม้ที่เกี่ยวข้องกับป่าชายเลนควรมีหน่วยงานเดียวและให้มีเครือข่ายเชื่อมโยงหน่วยงานต่าง นอกจากนี้ให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรท้องถิ่น มีหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมในการเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน
บทสรุป
ในการอนุรักษ์และการจัดการป่าชายเลนนั้นเราจำเป็นต้องคำนึงถึงผลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ชีววิทยาและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการจัดการบนพื้นฐานข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ มาตรการการดำเนินการใดๆต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและมีการใช้ประโยชน์โดยชุมชนอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่แน่นอน มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบป่าชายเลนหน่วยงานเดียว มีการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถนำผลมาประยุกต์ใช้ได้ มีการปลูกป่าทดแทน และมีการเผยแพร่ข่าวสาร ความสำคัญ และปลูกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับป่าชายเลนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในท้องถิ่น เพื่อให้คนเหล่านี้ได้ทำหน้าที่ต่อลมหายใจและฟูมฟักฟื้นฟูป่าชายเลนให้ยืนอยู่ในวันพรุ่งนี้อย่างทรนง และในท้ายที่สุดขอให้ท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นว่าในปัจจุบันแนวทางในการจัดการป่าชายเลนนั้นได้ผลจริงหรือ และเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์และการจัดการป่าชายเลนไปสู่การปฏิบัติต่อไป
Copyright
© 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.
comment to webmaster@talaythai.com