![]() Last Update : Friday 6 April, 2001 2:30 AM |
|
เต่าทะเล
บทนำ
ชีววิทยาของเต่าทะเล
การเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทย
การเพาะเลี้ยงเต่าตนุในประเทศไทย
เต่าทะเลที่พบในประเทศไทย
การอนุรักษ์เต่าทะเลในประเทศไทย
สถานีอนุรักษ์พันเต่าทะเลในประเทศไทย
บทสรุป
เอกสารอ้างอิง
กำเนิด...เต่ามะเฟือง
คำถาม - คำตอบ
การเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทย
จากการที่ประชากรของประเทศต่างๆ ในโลกมีอัตราเกิดที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้แต่ละประเทศต่างคิดค้นหาวิธีการเร่งผลิตอาหารให้เพียงพอแก่ความต้องการของประชากรในประเทศของตนและวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การเพาะเลี้ยงเต่าทะเล อันเป็นแนวทางด้านหนึ่งที่จะสามารถนำผลผลิตมาใช้ในการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย และนอกจากนี้การเพาะเลี้ยงเต่าทะเลยังสามารถทดแทนการจับเต่าทะเลจากธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 เป็นต้นมาประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศในแถบทวีปอเมริกากลาง จึงเริ่มการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเต่าทะเลกันอย่างจริงจัง จนกระทั่งสามารถทำการเพาะเลี้ยงเต่าตนุให้ทำการผสมพันธ์ วางไข่ และฟักออกเป็นตัวแล้วเลี้ยงดูลูกเต่าวัยอ่อนจนกระทั่งโตเต็มวัย และผสมพันธ์กันได้ (Wood 1980)
ต่อมาการเพาะฟักไข่เต่าทะเลก็ได้มีการทำกันอย่างแพระทั่วโลก ในที่มีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ เช่น Hendrickson (1985) ได้ทำการเพาะฟักไข่ของเต่าตนุใน ชาราวัก ประเทศมาเลเซีย Mrosovsky and Yntema (1981) ได้รายงานการเพาะฟักไข่ของเต่าตนุในโมแซมบิก ทวีปแอฟริกา โดยเป็นการรายงานฟักออกเป็นตัวของลูกเต่าทะเลที่มีผลมาจากจำนวนวัน และอุณหภูมิที่ใช้ในการเพาะฟักไข่ในช่วงฤดูร้อน และฤดูหนาว, Balasingam (1965:1966 ,อ้างตาม Mrosovsky and Yntema 1981) ได้พบว่าความสัมพันธ์มีการผกผันกันระหว่างจำนวนไข่เต่ากระที่แม่เต่าได้วางไข่ตามธรรมชาติ กับจำนวนวันที่ลูกเต่าจะออกเป็นตัวในประเทศซีเชลล์ ,แต่ Schulz (1975) ไม่พบความแตกต่างของจำนวนไข่กับจำนวนวันที่ใช้ในการเพาะฟักเต่าตนุในถังโฟมที่ ซูรินาเม่ , Bustard (1972 , อ้างตาม Mrosovsky and Yntema 1981) ได้มีรายงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งของหลุมที่ใช้ในการเพาะฟักเต่าตนุที่แตกต่างกันบนเกาะ Heron ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะทำให้จำนวนวันที่ใช้ในการฟักออกเป็นตัวแตกต่างกัน , แต่ Garnett (1978 , อ้างตาม Mrosovsky and Yntema 1981) ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งของหลุมที่ใช้ทำการเพาะฟักที่อยู่ใต้ต้นไม้กับจำนวนวันที่ใช้ในการเพาะ , ส่วน Mrosovsky and Yntema (1981) ได้รายงานผลการทดลองการเพาะฟักเต่าหัวฆ้อน โดยการหาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนวัน อุณหภูมิในหลุมที่ทำการเพาะฟัก และอัตราส่วนเพศของลูกเต่าที่ฟักออกเป็นตัวที่อุณหภูมิต่าง ๆกัน ทำให้พบว่าถ้าอุณหภูมิที่ใช้ในการเพาะฟักมีการเปลี่ยนแปลงไป 1-2 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดอัตราส่วนของเพศผู้มากขึ้นเมื่ออุณหภูมิที่ใช้ในการเพาะฟักต่ำลง และหากอุณหภูมิที่ใช้ในการเพาะฟักลดลง 1 องศาเซลเซียสจะต้องใช้เวลาในการเพาะฟักไข่เต่าทะเลเพิ่มขึ้น 5 วัน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะพบในเต่าตนุและเต่าหัวฆ้อนและ Scturlz (1975) ค้นพบว่าการเพาะฟักไข่เต่าทะเลในถังโฟม จะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าการเพาะฟักตามธรรมชาติ และการฟักในถังโฟมจะใช้ระยะเวลาในการเพาะฟักมากกกว่าการเพาะฟักในหลุมแบบธรรมชาติ
ส่วนการเพาะฟักไข่เต่าทะเลในประเทศไทยนั้น ได้มีรายงานารเพาะฟักไข่เต่าตนุจากหลุมที่แม่เต่าตนุได้วางไข่ไว้ตามธรรมชาติที่เกาะคราม จังหวัด ชลบุรี ซึ่งพบว่า ไข่เต่าตนุนั้นสามารถฟักออกเป็นตัวได้ภายใน 45-55 น แต่ถ้าทำการเพาะฟักไข่ในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝน ไข่เต่าทะเลจะไม่มีการฟักออกตัว (ประสิทธิ์ 2493) และต่อมา นาวาเอก อัมพร เพ็ญผล ได้ทดลองการเพาะฟักไข่เต่าตนุที่แม่เต่าได้วางไข่ไว้ตามธรรมชาติที่เกาคราม และนำมาทำการเปรียบเทียบกับการย้ายไข่ไปให้ศาสตราจารย์นายแพทย์สุด แสงวิเชียร ทำการเพาะในตู้เพาะฟักไก่ ณ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการศึกษาการวิวัฒนาการของการเจริญเติบโตของลูกเต่าวัยอ่อนก่อนที่จะฟักออกจากไข่ (Penyapol 1975) , พูนศักดิ์ (2512) ได้รายงานผลการทดลองเพาะฟักไข่เต่ามะเฟือง ที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการศึกษาอัตราการเกิดเป็นตัว กับระยะเวลาที่ใช้ในการเพาะฟักและวิวัฒนาการของการเจริญเติบโตของตัวอ่อนก่อนที่จะฟักไข่เต่ามะเฟือง ที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการศึกษาอัตราการเกิดเป็นตัว กับระยะเวลาที่ใช้ในการเพาะฟักและวิวัฒนาการของการเจริญเติบโตของตัวอ่อนก่อนที่จะฟักออกกจากไข่ , ไพโรจน์และสายัญห์ (2530) ได้ทำการเพาะฟักไข่เต่ากระในถังโฟมและในหลุมที่แม่เต่าได้วางไข่ไว้ตามธรรมชาติ เพื่อเป็นการศึกษาการเจริญเติบโตของลูกเต่าก่อนฟักออกจากไข่ นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับการเพาะฟักไข่เต่าทะเลออกมาอีกมาก ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่การเพาะฟักไข่เต่าทะเลในอนาคตจะสามารถประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งต่อไป
ส่วนในเรื่องของการเพาะเต่าทะเลในต่างประเทศนั้น ได้ประสบความสำเร็จจนสามารถจัดตั้งเป็นฟาร์มเต่าทะเล และมีการจัดการเป็นแบบกึ่งการค้า ขึ้นที่ Torres Strait ในประเทศออสเตรเลีย (Carr an Main 1973) และมีฟาร์มเต่าทะเลเพื่อการค้าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก เมื่อปี พ.ศ. 2511 ที่เกาะแกรนด์เคย์แมน (Grand Cayman Island) ประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ในแถบทะเลแคริเบียน โดยได้มีการจัดตั้งอยู่ในรูปของบริษัทเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล จำกัด (Mariculture Ltd.) แต่ต้องเลิกกิจการไป เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผลผลิตเต่าทะเลทั้งหมดมาจากการเพาะเลี้ยงของฟาร์ม
และสำหรับการเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทย ได้มีรายงานว่าเคยมีการเลี้ยงเต่าตนุที่เกาะคราม จังหวัดชลบุรี (ประสิทธิ์ 2493 : Penyapol 1957) และมีการเลี้ยงเต่าตาแดงที่กรุงเทพมหานครเป็นระยะเวลา 3 อาทิตย์ (กรมอุทกศาสตร์ 2507) , และยังมีการเลี้ยงเต่ามะเฟือง ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นระยะเวลา 2 เดือน (พูนศักดิ์ 2521) แต่ก็ยังไม่เคยมีรายงานการทดลองการเลี้ยงเต่าทะเล จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2514 บุญเลิศ และสายันห์ จึงได้ทำการริเริ่มทางด้านการเพาะเลี้ยงเต่าทะเล โดยการนำลูกเต่าหญ้าแรกเกิดมาทำการเลี้ยงด้วยอาหารชนิดต่าง ๆ เพื่อเป็นการศึกษาอัตราการเจริญเติบโต อัตราการขาย และอาหารที่เหมาะสมในการเลี้ยงดู อันจะนำมาซึ่งแนวทางในการจัดฟาร์มเต่าทะเลที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลขึ้นในประเทศไทย (Phasuk and Rongmuangsart 1973 ; บุญเลิศ 2518, 2525, 2528 ) ผลการวิจัย จึงทำให้เกิด โครงการสมเด็จฯอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ซึ่งเป็นการจัดตั้งฟาร์มเพื่อการอนุรักษ์ และสถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลขึ้น ณ เกาะมันใน จังหวัดระยอง ในปี พ.ศ. 2522 และต่อมาได้มีการศึกษา วิจัย และทดลองอนุบาลเต่าตนุแรกเกิดในบ่อและกระชังด้วยความหนาแน่นที่แตต่างกัน เพื่อเป็นการเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโต อัตราการตาย และประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว (สมชาย และสายันห์ 2530) , การหาความสัมพันธ์ระหว่างอาหารต่อการเจริญเติบโตของเต่าตนุและเต่ากระ อายุ 4 เดือน และ 3 ปี ในบ่ออนุบาล (สมชาย และ สายันห์ 2530) , การตรวจพบโรคคล้ายเกรย์แพทย์ในเต่าตนุ (ไพโรจน์ และคณะ 2531 , 2532 ) , ส่วนในทะเลอันดามัน ซึ่งได้มีการศึกษาการเจริญเติบโตในรูปของความยาวและอายุเต่ากระและเต่าหญ้าในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ณ สถาบันชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต (อุ่นจิต 2528) และยังมีการทดลองเพาะเลี้ยงเต่ามะเฟือง เต่ากระ และเต่าหญ้า รวมทั้งมีการอนุบาลลูกเต่าทะเลในกระชังและในบ่อเลี้ยง ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (สมชาติ และคณะ 2534)
เป็นที่น่ายินดีว่า ในปัจจุบันการศึกษาค้นคว้า และวิจัยเรื่องเต่าทะเลในประเทศไทยมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลดีต่อการดำเนินการที่เกี่ยวกับเต่าทะเล จึงเชื่อได้แน่ว่าในอนาคตประเทศไทยของเราจะมีการเพาะฟัก การอนุบาลเต่าทะเล และการเลี้ยงดูเต่าทะเลที่มีประสิทธิภาพสูงดี และถูกต้องเหมาะสมกับการเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทย
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.