![]() Last Update : Wednesday 10 July, 2002 2:53 AM |
|
นกชนหิน
Helmeted Hornbill
ขนาด ใกล้เคียงนกกกหรือนกกาฮัง
ถิ่นที่อยู่ ป่าดิบชื้น อาหาร ลูกไม้ สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กๆ สถานภาพ นกประจำถิ่นที่พบเห็นได้ยาก Bird Tip นกชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ทางภาคใต้ของประเทศไทยเท่านั้น
เสียงร้องดัง กุ๊ก กุ๊ก ก๊าก ก๊าก เหมือนเสียงคนหัวเระเลยนะเฟ้ย เพื่อนผมคนหนึ่งคุยฟุ้งให้ฟังหลังจากไปดูนกชนหินที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบา จังหวัดนราธิวาส ทำเอาผมน้ำลายไหล เอ้ย ! อยากไปดูนกชนหินบ้าง แต่หนทางแสนไกลไปก็ยากสมัยนั้นสถานที่แห่งนี้เพิ่งจะเป็นที่รู้จักของนักดูนกการเดินทางก็ไม่ค่อยสะดวกเพราะอยู่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย ด้วยความอยากดูนกเพียงตัวเดียวทำให้ผมดั้นด้นลงใต้ไปจนได้ถึงจะไม่ถึงสุดใต้ชายแดนแต่แค่อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็เพียงพอที่จะเติมฝันของผมให้เป็นจริงได้
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ผมกับเพื่อนอีกสามคนนัดแนะมาเจอกันที่ ม.เกษตรก่อนจะออกเดินทางโดยรถไฟกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช เพื่อไปลงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รถไฟออกจากสถานีเวลา 20.00 น. อากาศกำลังเย็นสบายผมเลยหลับเอาแรงเต็มที่ตื่นมาอีกทีก็ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้วคณะของเราลงรถไฟกันที่นี่แล้วต่อรถบัสสีส้มสายสุราษฎร์-ภูเก็ต อีกประมาณสองชั่วโมงจึงถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสกจากทางเข้าพวกเราก็เดิน เดิ๊น เดิน กันอีกกิโลเมตรกว่า สองข้างทางเข้าอุทยานฯเต็มไปด้วยบ้านคนผิดกับที่เราคาดการณ์ไว้ว่าอุทยานฯแห่งนี้คงเป็นป่าดงดิบทึบ เมื่อถึงที่ทำการอุทยานฯ และติดต่อขอพักเรียบร้อยแล้วผมในฐานะผู้ชายคนเดียวในคณะจึงทำหน้าที่กางเต็นท์บนเนินเขาที่ปรับพื้นจนราบเหมือนสนามกอล์ฟน่านอนกลิ้งทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากชายป่าทึบที่เต็มไปด้วยเขาสูงดัง กุ๊ก กุ๊ก ก๊าก ก๊าก ก๊าก ก๊าก ใช่แน่แล้วนกที่ร้องเสียงพิสดารแบบนี้มีเพียงชนิดเดียวเจ้าชนหินเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้นั่นเอง
ผ่านไปราว 20 นาที เจ้าชนหินยังคงร้องระงมอยู่ในป่าผมละความสนใจหันไปดูนกสวยอย่างเจ้ากระติ๊ดเขียวหรือนกไผ่นกกระติ๊ดที่มีสีสันเหมือนนกแก้ว นกฝูงนี้กำลังง่วนอยู่กับการกินดอกไผ่แต่แล้วเสียงร้องก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยผมรู้สึกแปลกใจจึงละสายตาจากเทเลสโคปหันไปมองที่ชายป่าและแล้วพระเอกของเราก็ยอมเปิดเผยตัวจริงมาให้เราได้เห็นกันผมรีบยกกล้องสองตาขึ้นส่องด้วยความตื่นเต้นแล้วเปลี่ยนเป็นเทเลสโคปให้สะใจกันไปเลย ภาพกำลังขยาย 20 เท่าของเทเลสโคปทำให้เห็นรายละเอียดได้ค่อนข้างชัดเจนโดยเฉพาะหนังบริเวณหน้าซึ่งมีสีแดงคล้ำและเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ไม่เหมือนในหนังสือคู่มือดูนกที่ดูเต่งตึงและมีสีแดงสด
นกชนหินเป็นนกเงือกขนาดใหญ่ถ้านับความยาวหางด้วยแล้วนกชนิดนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเชียวครับลักษณะเด่นของนกชนิดนี้ที่ทำให้โดดเด่นกว่านกเงือกชนิดอื่นคือบริเวณโหนกบนหัว (casque) หน้าและคอมีสีแดงคล้ำ ปลายปากสีเหลืองและมีขนหางคู่กลางยาวประมาณครึ่งเมตร ถ้าใครได้เห็นก็คงแยกได้ไม่ยากนัก อ้อลืมบอกไปอีกนิดครับว่าในรูปถ่ายจะเห็นว่าคอเป็นสีขาวเพราะว่าเธอเป็นนกเพศเมียครับซึ่งในหนังสือคู่มือดูนกไม่ได้บอกเอาไว้
นกชนหินอยู่ในวงศ์นกเงือก (Family Bucerotidae) ทั่วโลกมี 46 ชนิด ในประเทศไทยพบ 12 ชนิด ถ้าให้จัดลำดับเรื่องความหายากแม้ว่านกชนิดนี้จะไม่ใช่อันดับแรกแต่ก็ติด Top Five นกเงือกที่หายากที่สุดคือนกเงือกปากย่น (Wrinkled Hornbill) นกเงือกคอแดง (Rufous-necked Hornbill) นกเงือกดำ (Black Hornbill) และต่อมาก็คือเจ้านกชนหินนี่เอง
นกชนหินเป็นนกที่ค่อนข้างโบราณการสร้างรังจึงไม่สลับซับซ้อนนักจะอาศัยโพรงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และโพรงนี้ก็ต้องเป็นโพรงบนต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งต้องขึ้นอยู่ในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น เมื่อจับคู่กันแล้วนกชนหินจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตเช่นเดียวกับนกเงือกอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้เองนกเงือกรวมทั้งนกชนหินจึงได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของรักแท้
การแพร่กระจายของนกชนิดนี้อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย พวกเขาอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่อุมดมสมบูรณ์ตั้งแต่ระดับพื้นราบจนถึงความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถ้าอยากจะเห็นนกชนิดนี้แล้วไม่อยากไปไกลแถมเสี่ยงกับลูกปืนก็ลองมาวัดดวงที่อุทยานฯแห่งชาติเขาสกก็น่าสนใจเหมือนกันนะครับ
Copyright © 1999-2001 TalayThai.com All right reserved.